คนเรามีต่อมรับรถเผ็ดไหม

12 การดู

ความเผ็ดร้อนจากพริกเกิดจากสารแคปไซซิน ซึ่งกระตุ้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด ความสามารถในการรับรสเผ็ดแตกต่างกันไปตามพันธุกรรมและความเคยชิน การทานอาหารเผ็ดเป็นประจำอาจทำให้ความไวต่อสารแคปไซซินลดลง แต่ปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุ และสุขภาพ ก็มีผลต่อการรับรู้ความเผ็ดเช่นกัน

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ลิ้นของเราไม่ได้รับรู้รสเผ็ดเหมือนรสหวาน เค็ม เปรี้ยว หรือขม เพราะความเผ็ดไม่ใช่รสชาติ แต่เป็นความรู้สึกเจ็บปวด! แม้เราจะพูดกันว่า “เผ็ดร้อน” แต่จริงๆ แล้วไม่มีต่อมรับรสเผ็ดโดยเฉพาะ สิ่งที่เกิดขึ้นคือสารแคปไซซินในพริกไปกระตุ้นปลายประสาทรับความเจ็บปวดที่เรียกว่า TRPV1 ซึ่งปกติแล้วจะถูกกระตุ้นด้วยความร้อนสูงประมาณ 43 องศาเซลเซียสขึ้นไป นั่นอธิบายว่าทำไมเราจึงรู้สึกเหมือนลิ้นถูกเผาเมื่อกินพริก

ความสามารถในการทนทานต่อความเผ็ดของแต่ละคนแตกต่างกันไป ส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรม บางคนเกิดมามีตัวรับ TRPV1 ที่ไวต่อแคปไซซินมากกว่าคนอื่น ทำให้รู้สึกเผ็ดร้อนได้ง่ายกว่า อีกส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความเคยชิน หากทานอาหารเผ็ดเป็นประจำ สมองจะเรียนรู้ที่จะลดการตอบสนองต่อสัญญาณความเจ็บปวดจากแคปไซซิน ทำให้ทนทานต่อความเผ็ดได้มากขึ้น เปรียบเหมือนการฝึกฝนกล้ามเนื้อ ยิ่งฝึกยิ่งทนทาน แต่หากหยุดกินเผ็ดไปนานๆ ความทนทานก็จะลดลงได้เช่นกัน

นอกจากพันธุกรรมและความเคยชินแล้ว ปัจจัยอื่นๆ ก็มีผลต่อการรับรู้ความเผ็ดด้วย เช่น อายุ ผู้สูงอายุมักจะมีตัวรับ TRPV1 น้อยลง ทำให้ความไวต่อความเผ็ดลดลง สภาพสุขภาพโดยรวมก็มีส่วนเช่นกัน เช่น ภาวะอักเสบในช่องปาก อาจทำให้ความรู้สึกเผ็ดรุนแรงขึ้น รวมไปถึง อาหารที่เรากินคู่กับพริกก็มีผลต่อความเผ็ดที่เรารับรู้ได้ เช่น การกินอาหารที่มีไขมันสูงพร้อมกับอาหารเผ็ดจะช่วยลดความเผ็ดร้อนลงได้ เพราะแคปไซซินละลายในไขมันได้ดี จึงถูกพาออกไปจากตัวรับ TRPV1 ได้ง่ายขึ้น

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณรู้สึกเผ็ดจนน้ำตาไหล จงจำไว้ว่า นั่นไม่ใช่รสชาติ แต่เป็นสัญญาณเตือนจากสมองว่าลิ้นของคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย (แบบเล็กๆ) และความสามารถในการรับรู้ความเผ็ดนี้ก็ซับซ้อนกว่าที่คิด ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลากหลาย ทั้งพันธุกรรม ความเคยชิน อายุ และสุขภาพ