ทารกอาเจียนแบบไหนผิดปกติ

12 การดู

หากทารกอาเจียนบ่อยครั้งหรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น มีไข้ หรืออ่อนเพลีย ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ แพทย์จะตรวจสอบและวินิจฉัยสาเหตุได้อย่างถูกต้อง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

อาการอาเจียนในทารก: เมื่อใดควรต้องกังวล?

อาการอาเจียนเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในทารก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทารกแรกเกิดถึง 3 เดือน มักเกิดจากการกินนมมากเกินไป การเรอไม่ดี หรือระบบย่อยอาหารที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่การอาเจียนบางประเภทอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง การสังเกตอาการอย่างละเอียดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลลูกน้อย

บทความนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่แยกแยะได้ว่าอาการอาเจียนแบบไหนที่ควรได้รับการดูแลจากแพทย์โดยด่วน โดยจะเน้นไปที่ลักษณะอาการที่ผิดปกติและอาจเป็นสัญญาณเตือนภัย

อาการอาเจียนในทารกที่ถือว่าผิดปกติ:

  • อาเจียนเป็นพุ่ง (Projectile vomiting): การอาเจียนที่แรงและพุ่งออกไปไกล คล้ายกับการฉีดพุ่ง อาการนี้มักบ่งบอกถึงภาวะขวางลำไส้ หรือความผิดปกติของทางเดินอาหารที่ร้ายแรง เช่น การตีบของลำไส้ หรือภาวะไส้เลื่อน
  • อาเจียนเป็นสีเขียวหรือเหลือง: สีของอาการอาเจียนสามารถบอกถึงสาเหตุได้ อาเจียนสีเขียวหรือเหลืองมักบ่งบอกถึงการอุดตันในทางเดินอาหาร หรือการติดเชื้อ อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบของทางเดินน้ำดีหรือตับ
  • อาเจียนปนเลือดหรือมีลักษณะคล้ายกากกาแฟ: เลือดในอาเจียนอาจมีสีแดงสดหรือสีคล้ำ คล้ายกากกาแฟ อาการนี้เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที อาจเกิดจากการมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร หรือแผลในกระเพาะอาหาร
  • อาเจียนร่วมกับอาการอื่นๆ: หากทารกอาเจียนร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ไข้สูง อ่อนเพลีย ซึมเศร้า ไม่ยอมกินนม ท้องเสีย ถ่ายเหลว หรือท้องอืด ควรรีบพาไปพบแพทย์ อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ ภาวะขาดน้ำ หรือโรคร้ายแรงอื่นๆ
  • อาเจียนบ่อยครั้งและต่อเนื่อง: แม้ว่าอาเจียนเล็กน้อยจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่หากอาเจียนบ่อยครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือไม่สามารถรักษาอาการได้ด้วยวิธีการดูแลเบื้องต้น ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
  • อาเจียนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม: หากทารกมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างผิดปกติ เช่น ร้องไห้มากผิดปกติ งอแง หรือไม่ค่อยตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบข้าง ควรรีบพาพบแพทย์โดยทันที

สิ่งที่ควรทำเมื่อทารกอาเจียน:

  • สังเกตอาการอย่างละเอียด: จดบันทึกความถี่ ปริมาณ และลักษณะของอาการอาเจียน รวมถึงอาการอื่นๆ ที่เกิดร่วมด้วย
  • ให้ทารกดื่มน้ำหรือน้ำเกลือแร่: เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ควรให้ดื่มทีละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการให้ทารกกินอาหารแข็ง: ควรให้กินนมแม่หรือนมผงต่อไป แต่ควรให้ในปริมาณที่น้อยลง บ่อยขึ้น และค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นตามความทนทานของทารก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

บทสรุป:

อาการอาเจียนในทารกอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงได้ การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และการรีบพาไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลสุขภาพของลูกน้อย อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์หากคุณมีความกังวลใดๆ สุขภาพของลูกน้อยคือสิ่งสำคัญที่สุด

หมายเหตุ: บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ หากทารกมีอาการอาเจียนที่ผิดปกติ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที