ผลข้างเคียงของยาต้านเกล็ดเลือด แอสไพริน มีอะไรบ้าง

18 การดู

ยาแอสไพรินอาจทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรง เช่น ภาวะช็อก นอกจากนี้ยังพบอาการเลือดออกง่ายขึ้น เช่น เลือดออกตามไรฟัน หรือจ้ำเลือด ควรปรึกษาแพทย์หากพบอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะรุนแรง วิงเวียนศีรษะ หรือมีไข้สูง หลังรับประทานยา

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ผลข้างเคียงจากยาแอสไพริน: สิ่งที่ควรรู้เพื่อการใช้งานที่ปลอดภัย

แอสไพรินเป็นยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการลดไข้ บรรเทาอาการปวด และที่สำคัญคือการป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับยาอื่นๆ แอสไพรินก็มีผลข้างเคียงที่ผู้ใช้ควรทราบเพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย:

  • อาการไม่สบายท้อง: แอสไพรินอาจระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก ท้องอืด หรือปวดท้อง หากคุณมีประวัติเป็นโรคกระเพาะอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
  • เลือดออกง่าย: แอสไพรินมีฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง คุณอาจสังเกตเห็นอาการเลือดออกตามไรฟัน จ้ำเลือดขึ้นง่าย หรือเลือดกำเดาไหล หากมีอาการเหล่านี้ในปริมาณมาก หรือนานผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์
  • คลื่นไส้และอาเจียน: อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานแอสไพรินในปริมาณมาก

ผลข้างเคียงที่รุนแรง (แต่พบได้น้อย):

  • อาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis): ถึงแม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่แอสไพรินสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะช็อก อาการที่ควรระวัง ได้แก่ ผื่นขึ้น หายใจลำบาก หน้าบวม ปากบวม หรือลิ้นบวม หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  • เลือดออกในทางเดินอาหาร: แอสไพรินสามารถทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ อุจจาระเป็นสีดำหรือมีเลือดปน อาเจียนเป็นเลือด หรืออาการอ่อนเพลียผิดปกติ
  • ภาวะ Reye’s Syndrome: ในเด็กและวัยรุ่น การใช้แอสไพรินขณะเป็นไข้หวัดใหญ่หรืออีสุกอีใส อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ Reye’s Syndrome ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้แอสไพรินในเด็กและวัยรุ่น
  • หูอื้อ: การใช้แอสไพรินในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการหูอื้อหรือสูญเสียการได้ยินชั่วคราว

ข้อควรระวังและสิ่งที่ควรทำ:

  • แจ้งให้แพทย์ทราบ: ก่อนเริ่มใช้แอสไพริน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาอื่นๆ ที่กำลังใช้อยู่
  • รับประทานตามคำแนะนำของแพทย์: ไม่ควรปรับเปลี่ยนขนาดยาหรือหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • สังเกตอาการผิดปกติ: หากมีอาการผิดปกติใดๆ หลังรับประทานยา ควรรีบปรึกษาแพทย์
  • หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับยาบางชนิด: แอสไพรินอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (warfarin) ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (ibuprofen, naproxen) และยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคเกาต์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกัน
  • เก็บยาให้พ้นมือเด็ก: ควรเก็บยาในที่แห้งและเย็น และเก็บให้พ้นมือเด็ก

บทสรุป:

แอสไพรินเป็นยาที่มีประโยชน์ในการรักษาและป้องกันโรคหลายชนิด แต่ก็มีผลข้างเคียงที่ควรทราบ การใช้งานอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ การสังเกตอาการผิดปกติ และการแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัว จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากยาแอสไพริน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์