ระดับน้ําตาลในเลือด 152 ถือว่าปกติหรือไม่

14 การดู

ระดับน้ำตาล 152 mg/dL หลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง ถือว่าสูงกว่าค่าปกติ อาจบ่งชี้ภาวะก่อนเบาหวานหรือเบาหวาน แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติมและวางแผนการรักษา ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และติดตามระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ระดับน้ำตาลในเลือด 152 mg/dL: ปกติหรือไม่? เรื่องที่ต้องใส่ใจอย่างจริงจัง

ระดับน้ำตาลในเลือด 152 mg/dL หลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง เป็นค่าที่ สูงกว่าเกณฑ์ปกติ อย่างแน่นอน แม้ว่าค่าปกติของระดับน้ำตาลในเลือดจะแตกต่างกันไปบ้างตามห้องปฏิบัติการและวิธีการวัด แต่โดยทั่วไป ค่าระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารที่ถือว่าปกติจะอยู่ระหว่าง 70-99 mg/dL ค่าที่สูงกว่านี้ เช่น 152 mg/dL บ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ ไม่ควรนิ่งนอนใจและรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด

ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งคือ การมองว่าระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นเล็กน้อยนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ความจริงแล้ว แม้ค่า 152 mg/dL จะยังไม่เข้าข่ายเป็นเบาหวานเต็มรูปแบบ แต่ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึง ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนที่จะพัฒนาไปสู่เบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะก่อนเบาหวานนี้สามารถควบคุมและป้องกันไม่ให้กลายเป็นเบาหวานได้หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี

ทำไมระดับน้ำตาลในเลือด 152 mg/dL จึงเป็นเรื่องน่ากังวล?

ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปอย่างต่อเนื่องจะส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่ออวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น:

  • หัวใจและหลอดเลือด: เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และความดันโลหิตสูง
  • ไต: ทำลายไตและนำไปสู่โรคไตเรื้อรัง
  • ดวงตา: ทำให้เกิดโรคตาจากเบาหวาน อาจนำไปสู่การตาบอดได้
  • ระบบประสาท: ทำให้เกิดภาวะมือเท้าชา อ่อนแรง และปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทอื่นๆ
  • ระบบภูมิคุ้มกัน: ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่ควรทำหากพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูง 152 mg/dL:

  1. ปรึกษาแพทย์: นี่เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด อาจทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดซ้ำ ตรวจสอบปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
  2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน: เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนไม่ติดมัน และลดการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน และแป้งสูง
  3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที ส่วนใหญ่ของวัน อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์
  4. ควบคุมน้ำหนัก: การลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกินหรืออ้วน จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
  5. ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ: การติดตามระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณและแพทย์สามารถติดตามผลการรักษาและปรับแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนจากร่างกาย ระดับน้ำตาลในเลือด 152 mg/dL เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความเสี่ยง การดูแลสุขภาพอย่างทันท่วงทีจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงในอนาคตได้ การรับประทานอาหารที่ดี การออกกำลังกาย และการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญในการมีสุขภาพที่ดีและมีชีวิตที่ยืนยาว

หมายเหตุ: บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง