อาการของนิ่วในท่อไตเป็นอย่างไร
อาการปวดบิดรุนแรงบริเวณสีข้างหรือหลังส่วนล่าง ร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน อาจบ่งชี้ถึงนิ่วในท่อไตที่ขัดขวางทางเดินปัสสาวะได้ อาการปวดมักเป็นๆ หายๆ และอาจร้าวลงขาหนีบ หากมีอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม
นิ่วในท่อไต: สัญญาณเตือนที่ร่างกายบอก…อย่ามองข้าม!
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “นิ่วในท่อไต” แต่ยังไม่ทราบถึงความทรมานที่มาพร้อมกับอาการนี้ นิ่วในท่อไตเปรียบเสมือนก้อนกรวดเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในไต แล้วหลุดเข้าไปขัดขวางการไหลเวียนของปัสสาวะในท่อไต ซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างไตกับกระเพาะปัสสาวะ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจึงรุนแรงและทรมานอย่างมาก
แล้วอาการของนิ่วในท่อไตเป็นอย่างไร?
อาการเด่นชัดที่สุดคือ อาการปวดบิดรุนแรง ที่มักเกิดขึ้นบริเวณสีข้าง หรือหลังส่วนล่าง โดยความเจ็บปวดนี้ไม่ได้คงที่ แต่จะ เป็นๆ หายๆ คล้ายกับการบีบตัวของกล้ามเนื้อท่อไตที่พยายามดันนิ่วออกมา บางครั้งความเจ็บปวดอาจ ร้าวลงไปถึงขาหนีบ อัณฑะ (ในผู้ชาย) หรือแคม (ในผู้หญิง) ทำให้รู้สึกทรมานอย่างมาก
นอกจากอาการปวดแล้ว นิ่วในท่อไตมักมาพร้อมกับอาการอื่นๆ ที่พบบ่อย ได้แก่:
- คลื่นไส้และอาเจียน: เนื่องจากการกระตุ้นเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร
- ปัสสาวะเป็นเลือด (hematuria): อาจมีเลือดปนออกมาในปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะมีสีชมพู แดง หรือน้ำตาล
- ปัสสาวะบ่อย: ความรู้สึกอยากปัสสาวะบ่อย แม้จะปัสสาวะออกมาได้เพียงเล็กน้อย
- ปัสสาวะแสบขัด: รู้สึกแสบร้อนขณะปัสสาวะ
- ปัสสาวะขุ่น: ปัสสาวะอาจมีลักษณะขุ่น หรือมีตะกอน
- มีไข้และหนาวสั่น: หากมีการติดเชื้อร่วมด้วย
ทำไมอาการปวดจึงร้าวลงขาหนีบ?
การร้าวของความเจ็บปวดลงขาหนีบเกิดจากการที่เส้นประสาทที่ควบคุมท่อไตนั้นเชื่อมต่อกับเส้นประสาทที่ควบคุมบริเวณขาหนีบ ทำให้เมื่อท่อไตเกิดการระคายเคืองหรือบีบตัวอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดจึงส่งต่อไปยังบริเวณขาหนีบได้
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
หากคุณมีอาการปวดบิดรุนแรงบริเวณสีข้างหรือหลังส่วนล่าง ร่วมกับอาการอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพื่อทำการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม การปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือไตวาย
การวินิจฉัยและการรักษา:
แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจปัสสาวะ การเอกซเรย์ การอัลตราซาวด์ หรือการทำ CT Scan เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและประเมินขนาดและตำแหน่งของนิ่ว
การรักษามีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของนิ่ว อาการ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ซึ่งอาจรวมถึง:
- การรอให้นิ่วหลุดออกมาเอง: เหมาะสำหรับนิ่วขนาดเล็ก แพทย์จะให้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ และแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ
- การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy – ESWL): ใช้คลื่นกระแทกจากภายนอกร่างกายเพื่อทำให้นิ่วแตกเป็นชิ้นเล็กๆ
- การส่องกล้องเข้าไปในท่อไต (Ureteroscopy): ใช้กล้องขนาดเล็กสอดเข้าไปในท่อไตเพื่อนำนิ่วออกมา หรือสลายนิ่วด้วยเลเซอร์
- การผ่าตัด: ในกรณีที่นิ่วมีขนาดใหญ่ หรือวิธีการอื่นๆ ไม่ได้ผล
ป้องกันดีกว่าแก้:
ถึงแม้นิ่วในท่อไตจะรักษาได้ แต่การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความทรมานจากอาการปวด และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดการบริโภคอาหารที่มีเกลือสูง และปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง
การตระหนักถึงอาการของนิ่วในท่อไต และการไปพบแพทย์อย่างทันท่วงที จะช่วยให้คุณได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
#นิ่วในไต#ปวดหลัง#อาการไตข้อเสนอแนะสำหรับคำตอบ:
ขอบคุณที่ให้ข้อเสนอแนะ! ข้อเสนอแนะของคุณมีความสำคัญต่อการปรับปรุงคำตอบในอนาคต