อาการบวมน้ําในผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง

9 การดู

อาการบวมน้ำในผู้สูงอายุอาจบ่งชี้ถึงภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งส่งผลต่อการสูบฉีดเลือดและนำไปสู่การคั่งของน้ำในร่างกาย สังเกตอาการบวมบริเวณข้อเท้าหรือขา หากเกิดขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

บวมน้ำในผู้สูงอายุ: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราย่อมมีการเปลี่ยนแปลงและอ่อนแอลง หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุคือ “อาการบวมน้ำ” ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่บางครั้งก็เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ทำความเข้าใจเรื่องบวมน้ำในผู้สูงอายุ:

อาการบวมน้ำ คือภาวะที่ร่างกายมีการสะสมของเหลวในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการบวมขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณขา ข้อเท้า และเท้า ซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงมากที่สุด ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงต่ออาการบวมน้ำมากกว่าคนหนุ่มสาว เนื่องจากระบบต่างๆ ในร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพลง ทำให้การควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกายทำได้ไม่ดีเท่าเดิม

อะไรคือสาเหตุของอาการบวมน้ำในผู้สูงอายุ:

อาการบวมน้ำในผู้สูงอายุมีสาเหตุได้หลายประการ ตั้งแต่สาเหตุที่ไม่ร้ายแรงไปจนถึงสาเหตุที่อันตรายถึงชีวิต สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:

  • ภาวะหัวใจล้มเหลว: หัวใจที่ไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เลือดคั่งในหลอดเลือดดำ ส่งผลให้ของเหลวซึมออกมาสู่เนื้อเยื่อ
  • โรคไต: ไตมีหน้าที่ในการกรองของเสียและของเหลวออกจากร่างกาย เมื่อไตทำงานผิดปกติ จะทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดของเหลวส่วนเกินออกไปได้
  • โรคตับ: ตับทำหน้าที่สร้างโปรตีนที่สำคัญต่อการรักษาความดันโลหิต หากตับทำงานผิดปกติ อาจทำให้เกิดภาวะขาดโปรตีนและเกิดอาการบวมน้ำ
  • ปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดดำ: เช่น หลอดเลือดดำอุดตัน หรือหลอดเลือดดำบกพร่อง ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สะดวกและเกิดการสะสมของเหลว
  • ยาบางชนิด: ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิตบางประเภท ยาแก้ปวดบางชนิด และสเตียรอยด์ อาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้
  • ภาวะขาดสารอาหาร: การขาดโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็น อาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้
  • การนั่งหรือยืนเป็นเวลานาน: การที่ผู้สูงอายุนั่งหรือยืนเป็นเวลานานโดยไม่เคลื่อนไหวร่างกาย อาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกและเกิดอาการบวมน้ำ

อาการบวมน้ำที่ควรสังเกต:

  • บวมบริเวณขา ข้อเท้า หรือเท้า: โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกดแล้วเกิดรอยบุ๋ม
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว: โดยไม่มีสาเหตุอื่น
  • แน่นท้อง: จากการสะสมของเหลวในช่องท้อง
  • หายใจลำบาก: อาจเกิดจากการสะสมของเหลวในปอด
  • ปัสสาวะน้อยลง: อาจเป็นสัญญาณของภาวะไตทำงานผิดปกติ

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์:

หากผู้สูงอายุมีอาการบวมน้ำ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย:

  • หายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอก
  • หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • เวียนศีรษะหรือเป็นลม
  • ปัสสาวะน้อยลงอย่างมาก

การดูแลตัวเองเมื่อมีอาการบวมน้ำ:

นอกเหนือจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การดูแลตัวเองที่บ้านก็มีความสำคัญเช่นกัน:

  • ยกขาสูง: เมื่อนอนราบ ให้ยกขาสูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อช่วยให้ของเหลวไหลเวียนได้ดีขึ้น
  • ลดปริมาณเกลือในอาหาร: เกลือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ
  • ออกกำลังกายเบาๆ: การเดินหรือว่ายน้ำเบาๆ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
  • สวมถุงน่อง Support stockings: จะช่วยลดอาการบวมและป้องกันการเกิดลิ่มเลือด
  • ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร: ก่อนรับประทานยาหรือสมุนไพรใดๆ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

สรุป:

อาการบวมน้ำในผู้สูงอายุเป็นสัญญาณที่ควรใส่ใจและไม่ควรมองข้าม การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและการปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง และช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น