เมื่อสัมผัสสารเคมี ควรปฏิบัติอย่างไร

19 การดู
เมื่อสัมผัสสารเคมี สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันที อย่างน้อย 15-20 นาที หากสัมผัสโดนผิวหนัง ควรถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนออกก่อนล้าง หากสารเคมีเข้าตา ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดโดยให้น้ำไหลผ่านจากหัวตาไปหางตา หากกลืนกินสารเคมี ห้ามทำให้อาเจียน และรีบไปพบแพทย์พร้อมนำฉลากสารเคมีไปด้วย
ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อสัมผัสสารเคมี

การสัมผัสสารเคมีเป็นสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ไม่ว่าในที่ทำงาน ที่บ้าน หรือในชีวิตประจำวัน การรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นในกรณีดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อป้องกันผลกระทบร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้

สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อสัมผัสสารเคมี

เมื่อสัมผัสสารเคมี สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำคือรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันที โดยให้ล้างอย่างน้อย 15-20 นาที การล้างออกด้วยน้ำปริมาณมากจะช่วยเจือจางสารเคมีและลดความเข้มข้นลงได้

หากสัมผัสสารเคมีที่ผิวหนัง

หากสารเคมีสัมผัสกับผิวหนัง ให้ถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนออกก่อนล้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย หลังจากถอดเสื้อผ้าแล้ว ให้ล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากอย่างน้อย 15-20 นาที

หากสารเคมีเข้าตา

หากสารเคมีเข้าตา ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดโดยให้น้ำไหลผ่านจากหัวตาไปหางตา โดยให้ล้างอย่างน้อย 15-20 นาที หลีกเลี่ยงการขยี้ตา เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและบาดเจ็บที่ดวงตามากขึ้น

หากกลืนกินสารเคมี

หากกลืนกินสารเคมีเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้สารเคมีแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้ ให้รีบไปพบแพทย์โดยทันทีพร้อมนำฉลากสารเคมีไปด้วย เพื่อให้แพทย์ทราบชนิดของสารเคมีที่กลืนกินและสามารถให้การรักษาที่เหมาะสมได้

ข้อควรระวังเพิ่มเติม

  • หากมีอาการแสบร้อนหรือปวดแสบปวดร้อนหลังจากล้างสารเคมีออกแล้ว ให้ไปพบแพทย์โดยทันที
  • หากสารเคมีเข้าตาและมีอาการระคายเคืองอย่างรุนแรง ให้ไปพบแพทย์จักษุโดยทันที
  • หากกลืนกินสารเคมีเข้าไป แม้ว่าจะปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็ให้รีบไปพบแพทย์โดยทันที
  • เมื่อไปพบแพทย์ ให้เตรียมข้อมูลของสารเคมีที่สัมผัส เช่น ชื่อยี่ห้อ ฉลาก หรือเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (MSDS) เพื่อให้แพทย์สามารถให้การรักษาที่เหมาะสมได้

โดยทั่วไปแล้ว การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อสัมผัสสารเคมีคือการล้างออกด้วยน้ำปริมาณมากทันที การปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงของผลกระทบร้ายแรงจากสารเคมีได้