เยื่อบุตาอักเสบ เป็นกี่วัน

15 การดู

อาการเยื่อบุตาอักเสบจากไวรัสส่วนใหญ่จะหายเองภายใน 7-10 วัน โดยร่างกายจะมีการสร้างภูมิคุ้มกัน การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และรักษาความสะอาดของดวงตาจะช่วยบรรเทาอาการได้ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ทันที

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เยื่อบุตาอักเสบ: กี่วันจึงจะหาย และควรระวังอะไรบ้าง?

เยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis) หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ “ตาแดง” เป็นภาวะที่เยื่อบุตาอักเสบ บวม และระคายเคือง สาเหตุของโรคนี้มีหลากหลาย ทั้งจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือภูมิแพ้ แต่สิ่งที่หลายคนสงสัยคือ เยื่อบุตาอักเสบจะหายในกี่วัน? คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ

เยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส: โดยทั่วไป เยื่อบุตาอักเสบจากไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด จะหายเองได้ภายใน 7-10 วัน ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสได้เอง ในช่วงนี้ อาการอาจรุนแรงในช่วงแรก เช่น ตาแดง คัน มีขี้ตา แสบตา และอาจมีน้ำตาไหล แต่จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ การดูแลตัวเองเบื้องต้นที่สำคัญ คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้น และที่สำคัญคือ รักษาความสะอาด โดยการล้างมือบ่อยๆ และใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดบริเวณรอบดวงตาอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ

เยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรีย: แตกต่างจากไวรัส เยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรียอาจต้องใช้เวลานานกว่าในการหาย และอาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะจากแพทย์ ระยะเวลาในการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของแบคทีเรียและการตอบสนองต่อยา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้: อาการจะหายไปเมื่อผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เช่น ละอองเกสร ฝุ่น หรือควัน การใช้ยาหยอดตาที่ช่วยบรรเทาอาการคันและบวมอาจช่วยได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

เมื่อใดควรไปพบแพทย์?

แม้ว่าเยื่อบุตาอักเสบจากไวรัสส่วนใหญ่จะหายเองได้ แต่ควรไปพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงภายใน 7-10 วัน หรือมีอาการดังต่อไปนี้:

  • ปวดตาอย่างรุนแรง
  • มองเห็นภาพไม่ชัด
  • มีไข้สูง
  • มีหนองไหลจากตาเป็นจำนวนมาก
  • ตาบวมมากผิดปกติ
  • มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะอย่างรุนแรง

การดูแลรักษาความสะอาดและการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับอาการเยื่อบุตาอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง อย่าพึ่งการรักษาด้วยตนเองโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้การรักษาล่าช้าและอาการแย่ลงได้