เสียง wheezing ได้ยินตอนไหน

23 การดู

เสียงหวีดหรือฮืด (wheezing) มักเกิดจากการตีบตันของทางเดินหายใจขนาดเล็ก ทำให้เกิดเสียงหายใจดัง ฮื้ดๆ หรือ วี๊ดๆ ได้ยินชัดเจนขณะหายใจเข้าหรือออก อาการนี้บ่งบอกถึงโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด หรือการอักเสบของหลอดลม ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เสียงหวีด (Wheezing): ฟังได้เมื่อไหร่ และบ่งบอกอะไร?

เสียงหวีดหรือฮืด (wheezing) เป็นเสียงหายใจผิดปกติที่ฟังคล้ายเสียงหวีด วี๊ด หรือฮื้ด มักเกิดจากการตีบตันของทางเดินหายใจขนาดเล็ก เช่น หลอดลมฝอย ทำให้เกิดการไหลเวียนของอากาศผ่านช่องแคบๆ เสียงนี้สามารถได้ยินได้ทั้งขณะหายใจเข้าและหายใจออก แต่บ่อยครั้งจะชัดเจนกว่าขณะหายใจออก และความดังของเสียงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการตีบตัน

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเสียง wheezing เกิดขึ้นเฉพาะในผู้ป่วยโรคหอบหืด แต่อันที่จริงแล้ว เสียงนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ รวมถึง:

  • โรคหอบหืด: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด การอักเสบและการบวมของทางเดินหายใจทำให้เกิดการตีบตัน ส่งผลให้เกิดเสียงหวีดขณะหายใจ
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD): โรคนี้มักเกี่ยวข้องกับการทำลายถุงลมในปอด ส่งผลให้ทางเดินหายใจตีบตันและเกิดเสียงหวีด
  • การติดเชื้อทางเดินหายใจ: เช่น โรคหลอดลมอักเสบ ปอดบวม สามารถทำให้เกิดการอักเสบและบวมของทางเดินหายใจ ส่งผลให้เกิดเสียงหวีดได้
  • การแพ้: การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น ละอองเกสร ขนสัตว์ ไรฝุ่น สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของทางเดินหายใจและเกิดเสียงหวีดได้
  • มะเร็งปอด: ในบางกรณี เนื้องอกในปอดอาจกดทับทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการตีบตันและเสียงหวีด
  • วัตถุแปลกปลอมในทางเดินหายใจ: เด็กเล็กอาจสูดวัตถุแปลกปลอมเข้าไปในทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการตีบตันและเสียงหวีดได้
  • ภาวะบวมน้ำในปอด: การสะสมของของเหลวในปอดสามารถทำให้เกิดเสียงหวีดได้

เมื่อใดควรไปพบแพทย์?

หากคุณหรือบุคคลใกล้ชิดได้ยินเสียงหวีด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมาพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น:

  • หายใจลำบาก
  • ไอ
  • เจ็บหน้าอก
  • มีเสมหะ
  • ไข้
  • อ่อนเพลีย

ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม การวินิจฉัยที่ถูกต้องจะขึ้นอยู่กับการตรวจร่างกาย การฟังเสียงปอด การตรวจเลือด และอาจรวมถึงการตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น การเอกซเรย์ปอด หรือการตรวจวัดปริมาณลมหายใจ

อย่าละเลยอาการเสียงหวีด เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของโรคทางเดินหายใจที่ร้ายแรง การรักษาที่รวดเร็วและถูกต้องสามารถช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

หมายเหตุ: บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล