ไม่ควรอั้นฉี่กี่ชั่วโมง

3 การดู

ไม่ควรกลั้นปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการติดเชื้อและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ หากมีอาการปัสสาวะผิดปกติ ดื่มน้ำให้มากเพื่อช่วยขับเชื้อโรคและบรรเทาอาการ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

อย่าท้าทายนาฬิกาชีวิต: ทำไมการกลั้นปัสสาวะนานเกินไปถึงเป็นภัยเงียบ

หลายคนอาจเคยประสบปัญหาต้องกลั้นปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นเพราะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สะดวก สถานที่ที่ไม่มีห้องน้ำ หรือแม้แต่เพราะความขี้เกียจเล็กๆ น้อยๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการกลั้นปัสสาวะบ่อยครั้งและนานเกินไป อาจนำมาซึ่งภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้มากกว่าที่คิด

ทำไมการกลั้นปัสสาวะถึงไม่ดีต่อร่างกาย?

กระเพาะปัสสาวะของเราเปรียบเสมือนถุงเก็บของเสียที่ร่างกายขับออกมาในรูปของปัสสาวะ เมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็ม เราจะรู้สึกปวดปัสสาวะ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าถึงเวลาต้องขับของเสียออกไปแล้ว หากเราฝืนกลั้นปัสสาวะบ่อยครั้ง จะเกิดอะไรขึ้น?

  • กระเพาะปัสสาวะอ่อนแอ: การกลั้นปัสสาวะเป็นประจำทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานหนักเกินไป จนอาจเกิดการอ่อนแรง ทำให้ความสามารถในการบีบตัวเพื่อขับปัสสาวะลดลง ในระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะปัสสาวะเล็ด หรือปัสสาวะไม่ออก
  • ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ: ปัสสาวะที่ค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะนานๆ เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย หากกลั้นปัสสาวะบ่อยครั้ง แบคทีเรียเหล่านี้จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น และอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งนำไปสู่อาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย และอาจลุกลามไปถึงไตได้
  • หินในไต: การกลั้นปัสสาวะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว เช่น ดื่มน้ำน้อย หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นนิ่วในไต
  • การทำงานของไตผิดปกติ: ในกรณีที่ร้ายแรง การกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของไต ทำให้ไตทำงานหนักขึ้นเพื่อกรองของเสีย และอาจนำไปสู่ภาวะไตเสื่อมได้

นานแค่ไหนถึงเรียกว่า “นานเกินไป”?

โดยทั่วไปแล้ว ไม่ควรกลั้นปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ปริมาณน้ำที่ดื่ม กิจกรรมที่ทำ และสภาพร่างกาย

สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต:

  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
  • ปัสสาวะแสบขัด
  • ปวดท้องน้อย
  • ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
  • ปัสสาวะมีเลือดปน

หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

ดูแลสุขภาพกระเพาะปัสสาวะง่ายๆ:

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 8 แก้วต่อวัน) จะช่วยให้ไตทำงานได้ดี และลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต
  • อย่ากลั้นปัสสาวะ: เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะ ควรรีบเข้าห้องน้ำทันที
  • ฝึกขมิบ: การฝึกขมิบเป็นประจำจะช่วยให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรง ซึ่งส่งผลดีต่อการควบคุมการปัสสาวะ
  • หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ: เช่น กาแฟ ชา แอลกอฮอล์ และอาหารรสจัด

การดูแลสุขภาพกระเพาะปัสสาวะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน เพียงแค่ใส่ใจสัญญาณเตือนจากร่างกาย และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายกระเพาะปัสสาวะ เท่านี้เราก็สามารถมีสุขภาพที่ดี และไม่ต้องเผชิญกับภัยเงียบจากการกลั้นปัสสาวะได้แล้ว