แผลเย็บกินของดองได้ไหม

3 การดู

แผลสดต้องการสารอาหารเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เลือกโปรตีนคุณภาพจากเนื้อปลา ไข่ นม เสริมวิตามินซีจากผลไม้รสเปรี้ยว และสังกะสีจากธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อแผลหายเร็ว แข็งแรง ลดโอกาสติดเชื้อ

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

แผลเย็บกินของดองได้ไหม? ความจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับการดูแลแผลและอาหารที่เหมาะสม

หลายคนมีความเชื่อว่าหลังจากเย็บแผลแล้ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท รวมถึงของดอง ด้วยความกังวลว่าจะทำให้แผลหายช้า อักเสบ หรือเกิดแผลเป็นนูน แต่ความจริงแล้ว หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนความเชื่อนี้ยังมีจำกัด บทความนี้จะพาไปสำรวจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกินของดองหลังเย็บแผล พร้อมคำแนะนำในการดูแลแผลให้หายเร็วและลดโอกาสการติดเชื้อ

ของดองกับการสมานแผล: มีผลกระทบจริงหรือ?

ของดองมักมีปริมาณโซเดียมสูง ซึ่งการบริโภคโซเดียมมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมได้ เช่น ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และอาจส่งผลทางอ้อมต่อการสมานแผลได้บ้าง เช่น การไหลเวียนเลือดที่ไม่ดีในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงอาจทำให้แผลหายช้าลง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการกินของดองในปริมาณปกติจะส่งผลโดยตรงต่อการหายของแผลที่เย็บ

โฟกัสที่สารอาหารบำรุงแผล

แทนที่จะกังวลกับการห้ามกินอาหารบางชนิด สิ่งที่สำคัญกว่าคือการมุ่งเน้นไปที่การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการสมานแผล ร่างกายต้องการสารอาหารที่หลากหลายเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ดังนี้:

  • โปรตีน: เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ควรเลือกโปรตีนคุณภาพสูง เช่น เนื้อปลา ไข่ นม ถั่ว และเต้าหู้
  • วิตามินซี: ช่วยในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่สำคัญต่อการสมานแผล พบมากในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ และผักใบเขียว
  • สังกะสี: มีส่วนช่วยในการแบ่งเซลล์และการสร้างเนื้อเยื่อ พบมากในธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และเมล็ดพืช
  • วิตามินเอ: ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวใหม่ พบมากในผักใบเขียวเข้ม แครอท และฟักทอง

การดูแลแผลที่ถูกวิธี

นอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การดูแลแผลที่ถูกวิธีก็สำคัญอย่างยิ่ง ควรทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของแพทย์ เปลี่ยนผ้าพันแผลอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการแกะเกาหรือสัมผัสแผลโดยตรง หากพบอาการผิดปกติ เช่น แผลบวมแดง มีหนอง หรือมีไข้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

สรุป:

การกินของดองในปริมาณที่พอเหมาะอาจไม่ส่งผลโดยตรงต่อการหายของแผล แต่การเน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการสมานแผล ร่วมกับการดูแลแผลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้แผลหายเร็ว แข็งแรง และลดโอกาสการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการกังวลกับข้อห้ามที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลแผล ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสม