เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นโรคอะไรมากที่สุดเพราะ เหตุใด

15 การดู

งานวิจัยล่าสุดในกลุ่มเกษตรกรจังหวัดเลย พบว่า โรคปวดหลังเรื้อรังมีอัตราการเกิดสูงถึง 45% สาเหตุหลักมาจากการทำงานหนัก ท่าทางไม่ถูกต้อง และการยกของหนักเป็นเวลานาน จำเป็นต้องมีการส่งเสริมสุขภาพและให้ความรู้ด้านการป้องกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าว

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ภัยเงียบในไร่นา: โรคปวดหลังเรื้อรังกับวิถีชีวิตเกษตรกรไทย

ภาพของเกษตรกรผู้ขยันหมั่นเพียร บากบั่นสร้างอาหารเลี้ยงประชากร มักปรากฏในความทรงจำของคนไทยเสมอ แต่เบื้องหลังความมุมานะนั้น ซ่อนเร้นอยู่ด้วย “ภัยเงียบ” ที่คุกคามสุขภาพของพวกเขามาอย่างยาวนาน นั่นคือ โรคปวดหลังเรื้อรัง ซึ่งจากงานวิจัยล่าสุดในกลุ่มเกษตรกรจังหวัดเลย ชี้ให้เห็นถึงอัตราการเกิดโรคที่น่าตกใจถึง 45% สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

สาเหตุหลักของโรคปวดหลังเรื้อรังในกลุ่มเกษตรกรนั้น ไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการสะสมของปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตการทำงานอย่างใกล้ชิด เริ่มจาก ภาระงานหนักและต่อเนื่อง เกษตรกรต้องเผชิญกับการทำงานหนักทางกายภาพแทบตลอดเวลา ตั้งแต่การเตรียมดิน ปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว ไปจนถึงการขนส่งผลผลิต ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกายอย่างมากและต่อเนื่องเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ ท่าทางการทำงานที่ไม่ถูกต้อง ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ การงอตัว ยกของหนัก และการอยู่ในท่าเดิมๆ เป็นเวลานาน ล้วนก่อให้เกิดความเครียดสะสมต่อกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลัง และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจกลายเป็นโรคเรื้อรังที่สร้างความทรมานและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

อีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกมองข้ามไม่ได้ คือ การขาดการดูแลสุขภาพและความรู้ด้านการป้องกัน เกษตรกรหลายรายอาจไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย การยืดกล้ามเนื้อ หรือการใช้เทคนิคการยกของที่ถูกต้อง ซึ่งล้วนเป็นวิธีการป้องกันโรคปวดหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าถึงข้อมูลความรู้และการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมจึงจำเป็นอย่างยิ่ง

การแก้ปัญหาโรคปวดหลังเรื้อรังในกลุ่มเกษตรกรจึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน การส่งเสริมสุขภาพและการให้ความรู้ด้านการป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดอบรม การสาธิตวิธีการยกของที่ถูกต้อง การแนะนำการออกกำลังกายที่เหมาะสม และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงง่ายและมีคุณภาพ ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการลดอัตราการเกิดโรคและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย เพื่อให้พวกเขาสามารถทำหน้าที่เป็นกำลังสำคัญในการผลิตอาหารให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืนและมีสุขภาพที่ดี โดยไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคปวดหลังเรื้อรังอีกต่อไป