กระดูกปูดเกิดจากอะไร

5 การดู

กระดูกบางส่วนอาจมีการสะสมของแคลเซียมผิดปกติ เกิดเป็นก้อนแข็งคล้ายกระดูกงอก มักพบในผู้สูงอายุ สาเหตุอาจเกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกตามธรรมชาติ การบาดเจ็บ หรือโรคข้ออักเสบ ก้อนแคลเซียมนี้อาจกดทับเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการปวด บวม หรือเคลื่อนไหวลำบาก ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

กระดูกปูด: มัจจุราชเงียบที่คืบคลานตามวัย… มากกว่าแค่เรื่องแก่

กระดูกปูด หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะ Osteophytes เป็นสิ่งที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความชราที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าแท้จริงแล้วเบื้องหลังก้อนแข็งคล้ายกระดูกงอกที่ปรากฏขึ้นตามข้อต่อต่างๆ นั้น ซ่อนกลไกที่ซับซ้อนและอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเรามากกว่าที่คิด

กระดูกปูด… เกิดได้อย่างไร?

อย่างที่ทราบกันดีว่า กระดูกปูดเกิดจากการสะสมของแคลเซียมผิดปกติบริเวณกระดูกและข้อต่อ ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุ สาเหตุหลักๆ ที่เราคุ้นเคยกันดีคือ:

  • การเสื่อมสภาพตามวัย: เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่รองรับและปกป้องข้อต่อจะค่อยๆ สึกกร่อน ทำให้กระดูกต้องรับแรงกระแทกโดยตรง ร่างกายจึงพยายามสร้างกระดูกงอกขึ้นมาเพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำหนักและลดแรงกดดันต่อข้อต่อที่สึกหรอ
  • การบาดเจ็บ: การบาดเจ็บบริเวณข้อต่อ ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บเล็กน้อยซ้ำๆ หรือการบาดเจ็บรุนแรงจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ สามารถกระตุ้นให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมที่ผิดปกติ นำไปสู่การสร้างกระดูกปูดในที่สุด
  • โรคข้ออักเสบ: โรคข้ออักเสบต่างๆ เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) โรครูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) ล้วนส่งผลต่อโครงสร้างและกลไกการทำงานของข้อต่อ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และนำไปสู่การสร้างกระดูกปูดในบริเวณนั้น

แต่! นอกจากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีอีกหลายสิ่งที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดกระดูกปูด ซึ่งมักถูกมองข้าม:

  • พันธุกรรม: มีงานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่า กรรมพันธุ์อาจมีบทบาทในการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกระดูกปูด โดยเฉพาะในบางตำแหน่ง เช่น กระดูกสันหลัง
  • น้ำหนักตัวเกิน: น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะเพิ่มแรงกดดันต่อข้อต่อต่างๆ โดยเฉพาะข้อเข่าและข้อสะโพก ทำให้กระดูกอ่อนสึกหรอเร็วขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการสร้างกระดูกปูด
  • การใช้งานข้อต่อที่ไม่ถูกต้อง: การทำกิจกรรมซ้ำๆ ในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรือการยกของหนักด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกระดูกปูด
  • ภาวะขาดวิตามินดี: วิตามินดีมีความสำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียมและสุขภาพกระดูก หากร่างกายขาดวิตามินดี อาจส่งผลต่อการสร้างกระดูกและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกระดูกปูด

สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจ:

กระดูกปูดบางครั้งอาจไม่มีอาการใดๆ แต่ในบางกรณี ก้อนแคลเซียมที่งอกออกมาอาจไปกดทับเส้นประสาท กล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้เกิดอาการ:

  • ปวดเมื่อยตามข้อต่อ โดยเฉพาะหลังการใช้งาน
  • ข้อต่อฝืดตึง โดยเฉพาะในช่วงเช้า หรือหลังจากการพักผ่อนเป็นเวลานาน
  • ข้อต่อบวม แดง ร้อน
  • การเคลื่อนไหวข้อต่อลดลง หรือมีเสียงดังกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหว
  • อาการชา หรืออ่อนแรงบริเวณแขน ขา หรือนิ้วมือ (หากกระดูกปูดกดทับเส้นประสาท)

การวินิจฉัยและการรักษา:

หากคุณมีอาการที่น่าสงสัย ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด โดยแพทย์อาจทำการตรวจร่างกาย ตรวจเอกซเรย์ (X-ray) หรือการตรวจอื่นๆ เช่น MRI เพื่อประเมินขนาดและตำแหน่งของกระดูกปูด รวมถึงประเมินความเสียหายของข้อต่อ

การรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและตำแหน่งของกระดูกปูด โดยอาจประกอบด้วย:

  • การรักษาด้วยยา: ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ เพื่อลดอาการปวดและการอักเสบ
  • กายภาพบำบัด: การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ เพิ่มความยืดหยุ่น และลดแรงกดดันต่อข้อต่อ
  • การฉีดยา: การฉีดสเตียรอยด์ (Steroid) หรือกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เข้าไปในข้อต่อ เพื่อลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการปวด
  • การผ่าตัด: ในกรณีที่อาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่นๆ แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อนำกระดูกปูดออก หรือทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ

ป้องกันไว้ดีกว่าแก้: เคล็ดลับดูแลข้อต่อให้แข็งแรง:

  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม: เพื่อลดแรงกดดันต่อข้อต่อ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: เลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย โดยเน้นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม วิตามินดี และสารต้านอนุมูลอิสระ
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อต่อซ้ำๆ: หากจำเป็นต้องทำ ควรพักผ่อนเป็นระยะ และใช้ท่าทางที่ถูกต้อง
  • ปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ: อย่าปล่อยให้อาการปวดเมื่อยเรื้อรัง หรือข้อต่อฝืดตึง กลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต

กระดูกปูดอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่ออายุมากขึ้น แต่การดูแลสุขภาพข้อต่อให้แข็งแรงตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถช่วยชะลอการเกิดและลดความรุนแรงของอาการได้ อย่าปล่อยให้มัจจุราชเงียบนี้คืบคลานเข้ามาทำลายคุณภาพชีวิตของคุณ ดูแลข้อต่อของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข