ทำไมกินแล้วน้ำหนักไม่ขึ้น

10 การดู

การไม่เพิ่มน้ำหนักแม้รับประทานอาหารมาก อาจเกิดจากภาวะการเผาผลาญสูงผิดปกติ หรือโรคบางชนิด เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ ส่งผลให้ร่างกายใช้พลังงานมากเกินไป ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น อ่อนเพลีย ท้องเสียเรื้อรัง เพื่อการวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้อง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

ทำไมกินเท่าไหร่ น้ำหนักก็ไม่ขึ้น: ไขความลับของคนที่ “กินเก่งแต่ไม่อ้วน”

หลายคนคงอิจฉาคนประเภทที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เพราะดูเหมือนพวกเขาจะมีความสุขกับการลิ้มรสอาหารหลากหลายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก แต่ในความเป็นจริง การที่น้ำหนักไม่ขึ้นแม้จะกินเยอะ อาจไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเสมอไป เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ซ่อนอยู่

ทำไมน้ำหนักถึงไม่ขึ้น ทั้งๆ ที่กินเยอะ?

สาเหตุที่น้ำหนักไม่ขึ้นในขณะที่รับประทานอาหารในปริมาณมากนั้น มีได้หลายปัจจัย ซึ่งอาจเป็นเรื่องปกติ หรือเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ควรใส่ใจ:

  • อัตราการเผาผลาญพลังงานสูง (High Metabolism): บางคนมีอัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐาน (Basal Metabolic Rate – BMR) สูงตามธรรมชาติ ซึ่งหมายความว่าร่างกายของพวกเขาเผาผลาญแคลอรี่ได้เร็วกว่าคนทั่วไป แม้จะไม่ได้ออกกำลังกาย ทำให้พลังงานจากอาหารถูกนำไปใช้หมดก่อนที่จะสะสมเป็นไขมัน

  • พันธุกรรม: ปัจจัยทางพันธุกรรมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปร่างและน้ำหนักตัว หากคนในครอบครัวมีรูปร่างผอมบางเป็นส่วนใหญ่ ก็มีแนวโน้มว่าคุณจะได้รับยีนที่ส่งผลต่อการเผาผลาญพลังงานและรูปร่างเช่นเดียวกัน

  • กิจกรรมทางกาย: แม้ว่าคุณจะไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่หากคุณเป็นคนที่กระตือรือร้น ชอบเคลื่อนไหว หรือมีงานที่ต้องใช้แรงงานมาก ก็อาจเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าคนที่นั่งอยู่เฉยๆ ทั้งวัน

  • ความเครียด: ความเครียดเรื้อรังสามารถส่งผลต่อระบบฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอัตราการเผาผลาญพลังงาน

  • โรคประจำตัว: ในบางกรณี น้ำหนักที่ไม่ขึ้นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่า เช่น

    • ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism): ไทรอยด์เป็นพิษทำให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไป ส่งผลให้อัตราการเผาผลาญพลังงานสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว แม้จะรับประทานอาหารในปริมาณมาก
    • โรคเบาหวานชนิดที่ 1: ในระยะเริ่มต้นของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ร่างกายอาจไม่สามารถดูดซึมกลูโคสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายสูญเสียแคลอรี่และน้ำหนัก
    • โรคลำไส้อักเสบ (Inflammatory Bowel Disease – IBD): โรคลำไส้อักเสบ เช่น โรค Crohn’s และโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (Ulcerative Colitis) สามารถทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี ส่งผลให้เกิดภาวะขาดสารอาหารและน้ำหนักลด
    • โรคพยาธิ: พยาธิในลำไส้สามารถแย่งสารอาหารจากร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ แม้จะรับประทานอาหารในปริมาณมาก
    • โรคมะเร็ง: มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งปอด สามารถทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
  • ยาบางชนิด: ยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัด ยารักษาโรคไทรอยด์ และยาแก้ซึมเศร้า สามารถส่งผลต่อความอยากอาหารและการดูดซึมสารอาหาร

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?

หากคุณสังเกตว่าน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วและไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น:

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
  • ท้องเสียเรื้อรัง
  • ปวดท้อง
  • เบื่ออาหาร
  • เหงื่อออกมาก
  • ใจสั่น

ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม การวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การดูแลตัวเองเมื่อน้ำหนักไม่ขึ้น

  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่: เน้นอาหารที่มีพลังงานสูงและมีประโยชน์ เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน ถั่ว ธัญพืช และผลไม้
  • เพิ่มปริมาณอาหาร: ค่อยๆ เพิ่มปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ และรับประทานอาหารว่างระหว่างมื้อ
  • ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง: การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งจะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยเพิ่มน้ำหนักตัวและปรับปรุงรูปร่าง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยลดความเครียดและปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ: ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล

สรุป

การที่น้ำหนักไม่ขึ้นแม้รับประทานอาหารมาก อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องปกติและปัญหาสุขภาพ การสังเกตอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย และปรึกษาแพทย์เมื่อจำเป็น จะช่วยให้คุณทราบสาเหตุที่แท้จริงและได้รับการรักษาที่ถูกต้อง หากคุณเป็นกังวลเกี่ยวกับน้ำหนักตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับคุณ