รีบูทคอม ทําไง

12 การดู

ข้อมูลแนะนำที่อัปเดตใหม่

เมื่อคอมพิวเตอร์ค้างและไม่ตอบสนองใดๆ สามารถแก้ไขได้โดยการรีบูตโดยใช้ปุ่มรีเซ็ตในเคสคอมพิวเตอร์ ปุ่มนี้มักจะอยู่ที่ด้านหน้าหรือด้านบนของเคส เมื่อกดปุ่มนี้แล้ว คอมพิวเตอร์จะปิดและเปิดใหม่อีกครั้ง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เมื่อคอมพิวเตอร์ “นิ่งสนิท”: ทางออกฉุกเฉินด้วยปุ่ม Reset และทางเลือกอื่นๆ ที่ควรรู้

คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานมานาน ย่อมต้องเคยเจอกับอาการ “ค้าง” หรือ “นิ่งสนิท” ที่ไม่ตอบสนองต่อการคลิกเมาส์ หรือการพิมพ์บนแป้นพิมพ์ อาการนี้สร้างความหงุดหงิดให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกำลังทำงานสำคัญอยู่ การรีบูตเครื่องจึงเป็นทางออกสุดท้ายที่มักถูกเลือกใช้

บทความนี้จะเจาะลึกวิธีการรีบูตเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อเกิดอาการค้าง พร้อมทั้งนำเสนอทางเลือกอื่นๆ ที่อาจช่วยแก้ไขปัญหาได้โดยไม่ต้องรีบูต รวมถึงข้อควรระวังในการใช้งานปุ่ม Reset เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ปุ่ม Reset: ทางออกฉุกเฉินเมื่อหมดหนทาง

อย่างที่ทราบกันดีว่า ปุ่ม Reset บนเคสคอมพิวเตอร์ (มักอยู่ด้านหน้าหรือด้านบนของเคส) เป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อคอมพิวเตอร์ไม่ตอบสนองใดๆ การกดปุ่มนี้ จะเป็นการบังคับให้คอมพิวเตอร์ปิดตัวเองทันที แล้วจึงเริ่มกระบวนการเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง

ข้อดีของการใช้ปุ่ม Reset:

  • ความรวดเร็ว: เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการนำคอมพิวเตอร์กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
  • ใช้งานง่าย: ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางเทคนิคใดๆ ก็สามารถใช้งานได้

ข้อเสียและข้อควรระวัง:

  • ความเสี่ยงต่อข้อมูล: การรีบูตด้วยปุ่ม Reset จะเป็นการตัดไฟอย่างกะทันหัน อาจทำให้ข้อมูลที่ยังไม่ได้บันทึกสูญหาย หรือไฟล์ระบบเสียหายได้
  • ผลกระทบต่อฮาร์ดแวร์: การรีบูตแบบนี้บ่อยๆ อาจส่งผลเสียต่อฮาร์ดดิสก์ หรือ SSD ในระยะยาวได้

ก่อนที่จะกด Reset: ทางเลือกอื่นๆ ที่ควรลอง

ก่อนที่จะตัดสินใจใช้ปุ่ม Reset ควรลองพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ที่อาจช่วยแก้ไขปัญหาได้โดยไม่ต้องรีบูตเครื่อง ดังนี้:

  • รอ: ในบางครั้ง อาการค้างอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ลองรอสักครู่ (5-10 นาที) เผื่อว่าคอมพิวเตอร์จะกลับมาทำงานได้เอง
  • Ctrl + Alt + Delete: กดปุ่ม Ctrl + Alt + Delete พร้อมกัน เพื่อเรียกหน้าต่าง Task Manager หากโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งค้าง สามารถ End Task โปรแกรมนั้นได้โดยไม่ต้องรีบูตเครื่อง
  • Windows Key + Ctrl + Shift + B: สำหรับ Windows 10 และ 11 กดปุ่ม Windows Key + Ctrl + Shift + B พร้อมกัน เพื่อรีสตาร์ท Driver การ์ดจอ ซึ่งอาจช่วยแก้ไขปัญหาภาพค้างได้
  • บังคับปิดโปรแกรม: หากสามารถใช้เมาส์ได้ ให้ลองคลิกขวาที่ไอคอนโปรแกรมที่ค้างบน Taskbar แล้วเลือก Close window หรือ End task

หากลองทุกวิธีแล้วยังไม่ได้ผล: ขั้นตอนการใช้ปุ่ม Reset อย่างระมัดระวัง

หากทางเลือกอื่นๆ ไม่ได้ผล และคอมพิวเตอร์ยังคงค้างอยู่ ให้กดปุ่ม Reset ค้างไว้ประมาณ 5-10 วินาที เพื่อให้คอมพิวเตอร์ปิดตัวเองอย่างสมบูรณ์ รอสักครู่ แล้วจึงกดปุ่ม Power เพื่อเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง

หลังจากรีบูตเครื่อง: สิ่งที่ควรทำ

  • ตรวจสอบดิสก์: หลังจากรีบูตเครื่อง ควรทำการตรวจสอบดิสก์ (Check Disk) เพื่อตรวจสอบหาความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรีบูตแบบไม่ปกติ
  • บันทึกข้อมูล: บันทึกข้อมูลที่ยังไม่ได้บันทึกโดยเร็ว เพื่อป้องกันการสูญหายข้อมูลในอนาคต
  • หาสาเหตุ: พยายามหาสาเหตุของอาการค้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต (เช่น ตรวจสอบโปรแกรมที่ใช้งาน, อัพเดท Driver, สแกนไวรัส)

สรุป

การรีบูตด้วยปุ่ม Reset เป็นทางออกฉุกเฉินที่ควรใช้เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น แต่ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และควรลองพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ก่อนเสมอ การหาสาเหตุของอาการค้าง และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานได้ยาวนาน