เจ็บท้องหลอกเป็นยังไง

9 การดู

อาการเจ็บท้องเตือน มักเกิดช่วงใกล้คลอด โดยท้องจะแข็งเป็นพักๆ แต่ไม่สม่ำเสมอ ไม่รุนแรงขึ้น และบรรเทาลงเมื่อเปลี่ยนท่าทาง หรือพักผ่อน ต่างจากการเจ็บท้องจริงที่ถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น และไม่หายไปเอง หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เจ็บท้องหลอก ก่อนคลอดจริง…แตกต่างกันอย่างไร? รู้ทันก่อนใจไม่สั่น

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและตื่นเต้น แต่ก็มาพร้อมกับความกังวลใจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้คลอด อาการเจ็บท้องเป็นสัญญาณหนึ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเฝ้าระวัง แต่รู้หรือไม่ว่า “เจ็บท้อง” นั้นมีหลายแบบ และการแยกแยะระหว่าง “เจ็บท้องหลอก” กับ “เจ็บท้องจริง” นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมตัวรับมือกับการคลอดบุตร

เจ็บท้องหลอก หรือที่หลายคนเรียกว่า “การฝึกบีบตัวของมดลูก” (Braxton Hicks contractions) มักเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่สองหรือสามของการตั้งครรภ์ และจะทวีความถี่มากขึ้นในช่วงใกล้คลอด อาการนี้จะแสดงออกในลักษณะของการแข็งตัวของหน้าท้องเป็นช่วงๆ คล้ายกับการหดตัวของกล้ามเนื้อ แต่จะมีความแตกต่างสำคัญจากการเจ็บท้องจริง ดังต่อไปนี้:

  • ความถี่และความรุนแรง: เจ็บท้องหลอกจะมีความถี่ไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ห่างกันหลายชั่วโมง หรือหลายวัน และความรุนแรงก็ไม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณอาจรู้สึกถึงความตึงของท้อง แต่ความเจ็บปวดจะไม่รุนแรงจนทนไม่ได้ แตกต่างจากการเจ็บท้องจริงที่จะมีความถี่เพิ่มขึ้น รุนแรงขึ้น และใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบไม่มีช่วงพัก

  • การตอบสนองต่อการเปลี่ยนท่าทาง: หากคุณเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ลุกขึ้นเดิน นั่งลง หรือเปลี่ยนท่านอน อาการเจ็บท้องหลอกมักจะบรรเทาลงหรือหายไป ในขณะที่การเจ็บท้องจริงนั้นจะไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนท่าทาง ความเจ็บปวดจะยังคงอยู่และอาจรุนแรงขึ้น

  • ระยะเวลา: การหดตัวของมดลูกจากเจ็บท้องหลอกจะกินเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที หรือไม่เกิน 1 นาที และมักจะหายไปเอง ส่วนการเจ็บท้องจริงจะมีระยะเวลายาวนานขึ้น และนานขึ้นเรื่อยๆ

  • อาการอื่นๆ: เจ็บท้องหลอกมักไม่มาพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น น้ำเดิน เลือดออกทางช่องคลอด หรืออาการผิดปกติอื่นๆ แต่การเจ็บท้องจริงอาจมาพร้อมกับอาการเหล่านี้

สรุปแล้ว: หากคุณรู้สึกเจ็บท้อง ควรสังเกตอาการอย่างละเอียด เช่น ความถี่ ความรุนแรง และการตอบสนองต่อการเปลี่ยนท่าทาง หากคุณไม่แน่ใจว่าเป็นเจ็บท้องหลอกหรือเจ็บท้องจริง ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลทันที อย่ารอจนอาการรุนแรง เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณเตรียมตัวสำหรับการคลอดบุตรได้อย่างเหมาะสม และรับมือกับความกังวลใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำเตือน: บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถใช้เป็นคำแนะนำทางการแพทย์ได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสำหรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล