อายุ 19 ปี ยังเป็นผู้เยาว์ไหม

0 ครั้งเข้าชม
ตามกฎหมายแล้ว อายุ 19 ปี ยังเป็นผู้เยาว์ไหม คำตอบคือใช่ เพราะบุคคลพ้นสภาพผู้เยาว์เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์. กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็กำหนดห้ามขายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเช่นเดียวกัน.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อายุ 19 ปี ยังเป็นผู้เยาว์ไหม? คำตอบคือใช่ตามกฎหมาย

การเข้าใจสถานะทางกฎหมายของ อายุ 19 ปี ยังเป็นผู้เยาว์ไหม เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำนิติกรรมในชีวิตประจำวัน. สถานะนี้ส่งผลต่อสิทธิ ความรับผิดชอบ และความสามารถในการดำเนินการต่างๆ. ความรู้ที่ถูกต้องช่วยป้องกันความเข้าใจผิดและปัญหาทางกฎหมายได้.

อายุ 19 ปี ยังเป็นผู้เยาว์ไหม? คำตอบตรงจากประมวลกฎหมาย

คำตอบสั้นๆ คือ ใช่ อายุ 19 ปี ยังถือว่าเป็นผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย (ป.พ.พ.) นี่คือข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่หลายคนสับสน เพราะเรามักได้ยินเกณฑ์อายุ 18 ปีในหลายๆ เรื่อง เช่น การเลือกตั้งหรือกฎหมายอาญา แต่สำหรับการบรรลุนิติภาวะหรือความเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวทางกฎหมายแพ่ง เกณฑ์คือ บรรลุนิติภาวะอายุกี่ปี คำตอบคืออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เท่านั้น

ทำความเข้าใจนิยาม "ผู้เยาว์" กับ "บรรลุนิติภาวะ"

ตามมาตรา 19 และ 20 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บุคคลจะพ้นจากสภาพผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์[1] การนับอายุนี้ให้นับตามปีปฏิทิน หมายความว่าคุณต้องมีอายุครบ 20 ปีในวันเกิดของคุณ ความแตกต่างของเกณฑ์อายุระหว่างกฎหมายฉบับต่างๆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดบ่อยครั้ง

ข้อยกเว้นสำคัญ: การสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย

มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่ทำให้ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะก่อนอายุ 20 ปี นั่นคือการสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย (มาตรา 21) แต่ต้องผ่านเงื่อนไขสำคัญสองประการ ประการแรก ผู้เยาว์ต้องมีอายุอย่างน้อย 17 ปีบริบูรณ์ ประการที่สอง ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม (พ่อแม่หรือผู้ปกครอง) ในการจดทะเบียนสมรส บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส อายุเท่าไหร่ คือต้องมีอายุ 17 ปีขึ้นไปและการสมรสนี้จะทำให้ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะในวันทำการสมรส

ความสามารถในการทำนิติกรรมของคนอายุ 19 ปี: ทำอะไรได้เองบ้าง?

นี่คือคำถามที่เจอบ่อยมากที่สุด นิติกรรมหมายถึงการทำกิจกรรมทางกฎหมายที่ก่อให้เกิดสิทธิหรือหน้าที่ เช่น การทำสัญญา การขายของ การเช่าบ้าน การกู้ยืมเงิน แม้จะเป็นผู้เยาว์ แต่กฎหมายไม่ได้ห้ามคุณทำนิติกรรมทุกประเภท เพียงแต่แบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่

นิติกรรมที่ทำได้ด้วยตนเอง (ไม่ต้องขออนุญาต)

ตามมาตรา 22-23 ป.พ.พ. ผู้เยาว์สามารถทำนิติกรรมต่อไปนี้ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครอง นิติกรรมที่ต้องทำเพื่อจัดการทรัพย์สินส่วนตัว: เช่น การรับของขวัญเล็กๆ น้อยๆ การรับเงินค่าขนมเพื่อนำไปใช้จ่ายประจำวัน นิติกรรมที่สมควรแก่ฐานานุรูปและจำเป็นต่อการดำรงชีพ: นี่คือหัวใจสำคัญ หมายถึงการทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับฐานะความเป็นอยู่และจำเป็นต่อการมีชีวิต เช่น การซื้ออาหาร การจ่ายค่าเดินทางรถเมล์ การซื้อเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มราคาไม่สูงนัก การจ่ายค่าโทรศัพท์มือถือที่เป็นของตนเอง การทำพินัยกรรม: คนอายุ 15 ปีขึ้นไปก็สามารถทำพินัยกรรมได้เอง (มาตรา 1663)

นิติกรรมที่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง

สำหรับนิติกรรมที่อยู่เหนือขอบเขตการดำรงชีพปกติและมีมูลค่าสูงหรือมีความผูกพันระยะยาว กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้แทนโดยชอบธรรม (พ่อแม่หรือผู้ปกครอง) ก่อน หากทำไปโดยไม่ได้รับความยินยอม นิติกรรมนั้นจะเป็น โมฆียะ หมายความว่าผู้เยาว์หรือผู้ปกครองสามารถยกเลิกสัญญานั้นได้ในภายหลัง นิติกรรมกลุ่มนี้ได้แก่: การซื้อขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน การกู้ยืมเงินจำนวนมากหรือการเป็นผู้ค้ำประกัน การทำสัญญาจ้างงานบางประเภทที่ซับซ้อนหรือมีเงื่อนไขผูกมัดยาวนาน การเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นเวลานาน (เช่น การเช่าหอพักเป็นปี) การซื้อรถยนต์หรือสินค้ามูลค่าสูงโดยผ่อนชำระ ความเสี่ยงคือ ถ้าคุณถามว่า 19 ปี ทำนิติกรรมด้วยตัวเองได้ไหม ในเรื่องสำคัญเหล่านี้ คำตอบคือทำไม่ได้โดยลำพัง หากธนาคารไม่ขอใบยินยอมจากผู้ปกครอง และผู้ปกครองไม่เห็นด้วย พวกเขาสามารถร้องขอให้ศาลเพิกถอนสัญญานั้นได้

ตารางเปรียบเทียบ: อายุ 19 ปี ทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คือตารางสรุปสิทธิและความสามารถในการทำนิติกรรมสำคัญๆ ของบุคคลอายุ 19 ปี

ความสับสนที่ต้องเคลียร์: กฎหมายแพ่ง vs กฎหมายอื่น

ความสับสนหลักเกิดจากเกณฑ์อายุที่แตกต่างกันในกฎหมายแต่ละฉบับ ต้องแยกให้ออก

กฎหมายอาญา (พรากผู้เยาว์) - เกณฑ์อายุ 18 ปี

นี่คือประเด็นสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 ถึง 319 ฐาน พรากผู้เยาว์อายุไม่เกินกี่ปี 2569 จะคุ้มครองบุคคลอายุไม่เกิน 18 ปี[2] นั่นหมายความว่า การพา หรือชักจูงบุคคลอายุ 19 ปีไปโดยเขาหรือเธอยินยอม ไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์อีกต่อไป เพราะทางกฎหมายอาญาถือว่าบุคคลอายุเกิน 18 ปีมีวิจารณญาณพอจะตัดสินใจไปกับใครด้วยตนเองได้แล้ว

สิทธิ์เลือกตั้งและใบอนุญาตขับขี่ - เกณฑ์อายุ 18 ปี

บุคคลอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปมีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ[4] และสามารถขอรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ชั่วคราว (ใบขับขี่ชนิดชั่วคราว) ได้

การซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่

พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 กำหนดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี [3] ดังนั้นคำถามที่ว่า อายุ 19 ปี ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม คำตอบคือยังไม่สามารถซื้อได้อย่างถูกกฎหมาย ส่วนบุหรี่ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 กำหนดห้ามขายให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเช่นกัน

คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับวัย 19 ปี

เมื่อต้องการทำสัญญาจ้างงาน

โดยทั่วไปการจ้างงานเป็นสัญญาที่ผู้เยาว์ทำได้เพราะถือเป็นเรื่องจำเป็นต่อการดำรงชีพและการหาประสบการณ์ แต่งานที่ซับซ้อนมีเงื่อนไขผูกพันการฝึกงานยาวนานหรือมีค่าปรับสูง อาจต้องการการยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อความปลอดภัย ควรให้ผู้ปกครองทราบและอ่านสัญญาก่อนเซ็นเสมอ

เมื่อต้องการเปิดบัญชีธนาคาร

การเปิดบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปสามารถทำได้ด้วยตนเองที่ธนาคารหลายแห่ง สำหรับบัญชีประเภทอื่น เช่น บัญชีกระแสรายวันหรือการขอผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต บางธนาคารอาจขอหนังสือยินยอมจากผู้ปกครองหากคุณยังไม่มีรายได้ที่มั่นคง ขอแนะนำให้โทรสอบถามเงื่อนไขกับสาขาธนาคารที่ต้องการเปิดบัญชีโดยตรง

กรณีศึกษา: การเช่าหอพักของน้องปอน

น้องปอน อายุ 19 ปี นักศึกษาในกรุงเทพฯ ต้องการเช่าหอพักใกล้มหาวิทยาลัยเป็นเวลา 1 ปี ค่าเช่าเดือนละ 5,000 บาท เจ้าของหอซึ่งเข้าใจกฎหมายดี ได้ขอให้น้องปอนนำสัญญาเช่าไปให้ผู้ปกครองเซ็นให้ความยินยอม ครั้งแรก น้องปอนรู้สึกรำคาญและคิดว่าเกินเหตุ แต่เมื่อปรึกษาผู้ปกครอง ผู้ปกครองช่วยตรวจสอบสัญญาและพบว่ามีเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าปรับการย้ายออกก่อนกำหนดที่ค่อนข้างสูง ผู้ปกครองจึงได้เจรจาและปรับเงื่อนไขให้เป็นธรรมมากขึ้น บทเรียนจากกรณีนี้คือ กระบวนการขอความยินยอมไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนทางกฎหมาย แต่เป็นการปกป้องผู้เยาว์จากสัญญาที่ไม่เป็นธรรมโดยผู้มีประสบการณ์มากขึ้น

สรุปสั้นๆ อีกครั้ง

อายุ 19 ปี ยังเป็นผู้เยาว์ไหม สรุปคือยังเป็นผู้เยาว์ทางกฎหมายแพ่งจนกว่าจะอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ คุณสามารถทำกิจกรรมประจำวันและการจัดการทรัพย์สินส่วนตัวได้ แต่สำหรับนิติกรรมสำคัญที่มีมูลค่าสูงและมีความเสี่ยง ต้องมีผู้ปกครองร่วมยินยอม ใช้เกณฑ์อายุ 18 ปีสำหรับเรื่องสิทธิเลือกตั้งและกฎหมายอาญา และจำไว้ว่าการสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นที่ทำให้บรรลุนิติภาวะก่อนวัย 20 ปี

สิทธิและข้อจำกัด: เปรียบเทียบระหว่างอายุ 18, 19 และ 20 ปี

ตารางนี้จะช่วยให้คุณเห็นความแตกต่างของสถานะทางกฎหมายในแต่ละช่วงวัยสำคัญอย่างชัดเจน

อายุ 18 ปี

• ยังเป็นผู้เยาว์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองสำหรับนิติกรรมสำคัญ

• มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งได้แล้ว

• สามารถขอรับใบขับขี่รถยนต์ชั่วคราวได้

• ยังได้รับความคุ้มครอง (อายุไม่เกิน 18 ปี)

อายุ 19 ปี

• ยังเป็นผู้เยาว์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองสำหรับนิติกรรมสำคัญ

• มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งได้แล้ว

• ยังไม่สามารถซื้อได้อย่างถูกกฎหมาย (ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์)

• ไม่ได้รับความคุ้มครองจากฐานนี้อีกต่อไป

อายุ 20 ปี (บรรลุนิติภาวะ)

• บรรลุนิติภาวะแล้ว สามารถทำนิติกรรมได้ด้วยตนเองทั้งหมด

• มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งได้แล้ว

• สามารถซื้อได้อย่างถูกกฎหมาย

• ไม่เกี่ยวข้องกับฐานพรากผู้เยาว์

จากตารางจะเห็นว่า กฎหมายใช้เกณฑ์อายุต่างกันเพื่อวัตถุประสงค์ต่างกัน การบรรลุนิติภาวะทางแพ่งที่อายุ 20 ปีเป็นการคุ้มครองผู้ที่เพิ่งโตจากการตัดสินใจที่มีผลกระทบร้ายแรง ในขณะที่สิทธิเลือกตั้งที่อายุ 18 ปีสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมทางการเมือง

เส้นทางการเช่าคอนโดของฝ้าย: จากความสะดวกสู่ปัญหาใกล้ตัว

ฝ้าย นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ อายุ 19 ปี ต้องการความอิสระจึงตัดสินใจเช่าคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยเป็นเวลา 1 ปี เจ้าของคอนโดซึ่งเป็นนายหน้าไม่ค่อยสนใจกฎหมาย บอกว่าแค่เซ็นสัญญาและจ่ายเงินมัดจำก็พอ ฝ้ายรู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องให้พ่อแม่มายุ่งวุ่นวาย

สามเดือนให้หลัง ฝ้ายพบปัญหาหลายอย่าง ทั้งเครื่องปรับอากาศเสียและมีมอดขึ้นเฟอร์นิเจอร์ เธอต้องการเรียกร้องค่าเสียหายและขอแก้สัญญา แต่เจ้าของคอนโดเพิกเฉยและขู่ว่าจะยึดเงินมัดจำหากฝ้ายย้ายออกก่อนครบสัญญา

พ่อแม่ของฝ้ายเมื่อทราบเรื่องได้ทบทวนสัญญาและพบว่าการเช่าโดยปราศจากความยินยอมของพวกเขาเป็นโมฆียะ พวกเขาจึงติดต่อนักกฎหมายซึ่งส่งจดหมายแจ้งเตือนทางการไปยังเจ้าของคอนโด

ผลลัพธ์ เจ้าของคอนโดตกลงแก้ไขปัญหาอุปกรณ์และคืนเงินมัดจำให้ฝ้ายเพื่อยุติเรื่อง โดยฝ้ายได้ย้ายไปอยู่หอพักของมหาวิทยาลัยแทน ฝ้ายเรียนรู้ว่า การขอความยินยอมจากผู้ปกครองไม่ใช่การจำกัดอิสระ แต่เป็นเกราะป้องกันที่ทำให้เธอมีอำนาจต่อรองเมื่อเกิดปัญหา

แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

อายุ 19 ปี เปิดบัญชีธนาคารเองได้ไหม?

เปิดบัญชีออมทรัพย์พื้นฐานได้ที่ธนาคารส่วนใหญ่ แต่บัญชีประเภทอื่นที่มีความซับซ้อน เช่น บัญชีกระแสรายวันหรือบริการทางการเงินเพิ่มเติม ธนาคารอาจขอหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง ควรโทรสอบถามเงื่อนไขจากสาขาที่ต้องการเปิดบัญชีโดยตรง

ถ้าอายุ 19 ปีไปกู้เงินหรือผ่อนซื้อรถโดยไม่บอกผู้ปกครอง สัญญาจะเป็นอย่างไร?

สัญญาดังกล่าวเป็นนิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำโดยปราศจากความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม จัดเป็น "โมฆียะ" หมายความว่าผู้เยาว์หรือผู้ปกครองสามารถร้องขอให้ศาลเพิกถอนสัญญานั้นได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม กระบวนการทางศาลอาจซับซ้อนและสร้างความเสียหายด้านเครดิต

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องคดีความ ลองอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ 19 ปีถือเป็นผู้เยาว์ไหม เพื่อความชัดเจนครับ

อายุ 19 ปี สามารถเป็นพยานในศาลหรือเป็นผู้จัดตั้งบริษัทได้หรือไม่?

การเป็นพยานในศาลสามารถทำได้หากศาลเห็นว่ามีความสามารถในการรับรู้และสื่อสารเรื่องราวได้อย่างน่าเชื่อถือ ส่วนการเป็นผู้จัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนถือเป็นนิติกรรมสำคัญ มักต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง และในทางปฏิบัติ พนักงานสอบบัญชีหรือธนาคารอาจไม่ยอมดำเนินการหากไม่มีหลักฐานการยินยอม

ทำไมเกณฑ์อายุบรรลุนิติภาวะไทยถึงเป็น 20 ปี ในเมื่อหลายประเทศใช้ 18 ปี?

เกณฑ์อายุ 20 ปีของไทยบัญญัติมานานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 และยังใช้อยู่ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งด้านสังคมวัฒนธรรมที่มองว่าวัยนี้มีความพร้อมด้านการศึกษาและความคิดมากขึ้น และการประเมินว่าเป็นวัยที่เริ่มมีวุฒิภาวะทางอารมณ์และความรับผิดชอบที่มั่นคงพอสมควร แม้จะมีข้อเสนอให้ลดเหลือ 18 ปีบ้าง แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีบทบัญญัติใหม่มาเปลี่ยนแปลง

ข้อความหลัก

กฎหมายแพ่งถือว่าคุณเป็นผู้เยาว์จนถึงวันเกิดอายุ 20 ปี

เกณฑ์การบรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์คืออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ไม่ใช่ 18 ปี อย่าสับสนกับเกณฑ์อายุจากกฎหมายฉบับอื่น

แยกแยะ "ทำได้เอง" กับ "ต้องขออนุญาต" ให้ออก

กิจกรรมประจำวันและการจัดการทรัพย์สินส่วนตัวทำได้เอง แต่การทำสัญญาขนาดใหญ่ เช่น เช่าที่พักระยะยาว ซื้อขายที่ดิน กู้เงิน ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง

การสมรสที่ถูกต้องเท่านั้นที่ทำให้บรรลุนิติภาวะก่อนวัย

มีเพียงการจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย (และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหากอายุต่ำกว่า 20 ปี) เท่านั้นที่ทำให้ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะในทันที

กฎหมายอาญาคุ้มครอง "เด็ก" ไม่เกิน 18 ปี

ความผิดฐาน "พรากผู้เยาว์" ตามกฎหมายอาญาคุ้มครองบุคคลอายุไม่เกิน 18 ปี ดังนั้น การพาบุคคลอายุ 19 ปีไป โดยเขาหรือเธอยินยอม จะไม่มีความผิดฐานนี้

การระบุแหล่งที่มา

  • [1] Drthawip - ตามมาตรา 19 และ 20 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บุคคลจะพ้นจากสภาพผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
  • [2] Drthawip - ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 ถึง 319 ฐาน "พรากผู้เยาว์" จะคุ้มครองบุคคลอายุไม่เกิน 18 ปี
  • [3] Ddc - พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 กำหนดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
  • [4] Senate - บุคคลอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปมีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ