เบิกเงินทดแทนการขาดรายได้ ม.33 ใช้อะไรบ้าง

96 ครั้งเข้าชม
เบิกเงินทดแทนการขาดรายได้ ม.33: เอกสารสำคัญ แบบคำขอ: สปส.2-01 (ฟอร์มหลัก) บัตรประชาชน: ตัวจริง สำเนาบัตรประกันสังคม: กรณีชาวต่างชาติ/ต่างด้าว เตรียมเอกสารให้พร้อม: เพื่อยื่นขอรับเงินทดแทนจากประกันสังคม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เบิกเงินทดแทนการขาดรายได้ ม.33 ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

เรื่องเอกสารเบิกเงินทดแทนเนี่ย ตอนนั้นยุ่งมาก จำได้ว่าต้องใช้แบบฟอร์ม สปส.2-01 นี่แหละ สำคัญสุดๆ แล้วก็บัตรประชาชน อันนี้ก็จำเป็นอยู่แล้ว ปกติเขาจะขอสำเนาด้วยนะ เคยไปทำที่สำนักงานประกันสังคมสาขาบางแค วันที่ 15 เมษายน 65 ตอนนั้นรีบมาก เพราะเงินจะหมดแล้ว เครียดสุดๆ

ส่วนบัตรประกันสังคม อันนี้ก็จำเป็น ถ้าเป็นคนต่างชาติหรือต่างด้าว ก็ต้องใช้สำเนาบัตรนั้นแหละ แต่ของฉันเป็นคนไทย ก็เลยใช้แค่บัตรประชาชนกับแบบฟอร์ม เอกสารอื่นๆ ไม่แน่ใจแล้ว จำไม่ได้ เพราะตอนนั้นมัวแต่กังวลเรื่องเงิน ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดมากเท่าไหร่ แต่ถ้าจำไม่ผิด แค่นี้ก็พอแล้ว

สรุปง่ายๆ หลักๆ เลยก็คือแบบฟอร์ม สปส.2-01 กับบัตรประชาชนนี่แหละ จำได้แม่นเลย สำคัญมาก ส่วนบัตรประกันสังคมนี่ก็ขึ้นอยู่กับสถานะด้วย ถ้าเป็นคนไทยปกติ ก็คงไม่ต้องใช้ แต่ถ้าไม่แน่ใจ ไปถามเจ้าหน้าที่เลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา เพราะเคยเจอคนไปไม่ครบเอกสาร ต้องกลับมาใหม่ เสียเวลาเปล่าๆ เลย

เบิกชดเชยรายได้ประกันสังคมใช้เอกสารอะไรบ้าง

บางทีนะ... กลางคืนแบบนี้มันก็ทำให้เราคิดอะไรเยอะแยะเลย

เบิกชดเชยรายได้ประกันสังคม... เอกสารหรอ?

  • แบบคำขอ (สปส. 2-01) อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว
  • บัตรประชาชน ตัวจริงเลยนะ สำคัญมาก
  • สำเนาบัตรประกันสังคม ถ้าเป็นคนต่างชาติ
  • สำเนาพาสปอร์ต หรือเอกสารที่ราชการออกให้ สำหรับคนต่างชาติเหมือนกัน
  • ใบรับรองแพทย์ ตัวจริง ที่บอกว่าเราหยุดงานวันไหนบ้าง

แค่นี้แหละ... เท่าที่รู้

  • ทำไมต้องใช้เอกสารเยอะแยะ? เพราะมันคือเงินของเราไง เขาต้องตรวจสอบให้ดี จะได้ไม่ผิดพลาด
  • ถ้าไม่มีเอกสารบางอย่างทำยังไง? ลองติดต่อประกันสังคมดูนะ เขาอาจจะมีวิธีช่วยเหลือ
  • ทำไมต้องใบรับรองแพทย์ตัวจริง? เพราะเขาต้องการหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าเราป่วยจริง ไม่ได้แกล้งป่วย

บางที... การที่เราต้องทำอะไรเยอะแยะแบบนี้ มันก็ทำให้เราเหนื่อยนะ แต่ก็เข้าใจได้แหละ มันคือระบบ

เบิกเงินประกันสังคม กรณีเจ็บป่วย กี่วันได้ ม.33

เบิกเงินประกันสังคม มาตรา 33 กรณีเจ็บป่วย ได้กี่วัน?

สำหรับผู้ประกันตน มาตรา 33 หากเจ็บป่วย จะได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง 30 วันแรก หลังจากนั้นจึงสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากประกันสังคมได้

  • เริ่มเบิกได้ตั้งแต่วันที่ 31: นับจากวันที่เริ่มลาป่วย
  • ได้รับ 50% ของค่าจ้าง: แต่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อครั้ง
  • ครั้งละไม่เกิน 90 วัน: ต่อเนื่องกัน
  • ปีละไม่เกิน 180 วัน: รวมทุกกรณี
  • กรณีโรคเรื้อรัง: อาจได้รับนานสูงสุดถึง 365 วัน (ต้องมีใบรับรองแพทย์)

ส่วนตัวผมมองว่า ระบบนี้ค่อนข้างดีในแง่การช่วยเหลือผู้ประกันตน แต่ก็ยังมีจุดที่น่าพิจารณา เช่น การกำหนดวงเงินและระยะเวลา อาจจะต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเพียงพอต่อการรักษาพยาบาลอย่างแท้จริง เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เสียสุขภาพไป เงินทองก็หาใหม่ได้ยาก

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ณ ปี 2566 ควรตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความถูกต้องแม่นยำ กฎระเบียบอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้)

เบิกประกันสังคมม.33ใช้เอกสารอะไรบ้าง

แสงแดดอ่อนๆของเดือนพฤษภาคม 2566 สาดส่องลงบนโต๊ะทำงาน กระดาษสีขาวสะอาดตา... เหมือนความหวังใหม่ๆ เบิกประกันสังคม เรื่องใหญ่ของชีวิต ต้องเตรียมอะไรบ้างนะ...

  • แบบ สปส.2-01 ใช่ไหมนะ... แบบฟอร์มสีฟ้าอ่อนๆ จำได้ลางๆ ว่าเคยกรอกไปแล้วเมื่อปีก่อน แผ่นกระดาษบางๆ แต่แบกรับความหวังไว้มากมาย เหมือนฝันหวานๆที่กำลังจะกลายเป็นจริง

  • บัตรประชาชน ใบเล็กๆ แต่ทรงพลัง เหมือนกุญแจไขประตูสู่การดูแลตัวเอง บัตรสีชมพูอ่อนๆ เก็บไว้ในกระเป๋าตังค์ ใกล้ชิดหัวใจเสมอ

  • ใบเสร็จรับเงิน ร่องรอยการใช้จ่าย ความจำเป็นที่ต้องรักษาตัว เก็บไว้เป็นหลักฐาน แผ่นกระดาษเล็กๆ แต่บอกเล่าเรื่องราวชีวิต ช่างเปราะบาง เหมือนดอกไม้บานอยู่ชั่วครู่

  • ใบรับรองแพทย์ ลายมือหมอ อ่านยากจัง แต่บรรยายถึงความเจ็บป่วยของร่างกาย แผ่นกระดาษนี้ เป็นพยานแห่งความทุกข์ แต่ก็เป็นทางไปสู่การเยียวยา ความทรงจำของความเจ็บปวด ยังคงฝังลึก

เดือนพฤษภาคม... อากาศอบอุ่น เหมือนความอบอุ่นของการดูแลจากกองทุนประกันสังคม ความอุ่นใจในยามเจ็บป่วย ความหวังเล็กๆ แต่มีความหมายยิ่งใหญ่

(ข้อมูลเพิ่มเติม) สำหรับปี 2566 เอกสารทั้งหมดต้องเป็นของจริง และควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลให้ละเอียดก่อนยื่นขอรับประโยชน์ เพื่อความราบรื่นในการดำเนินการ

ทํากายภาพบําบัด เบิกประกันสังคมได้ไหม

ได้นะ เบิกได้... แต่ก็ไม่ง่ายขนาดนั้น คิดแล้วก็เหนื่อยใจเหมือนกัน

กลางคืนแบบนี้ นั่งคิดเรื่องนี้วนไปวนมา เงินเดือนก็ไม่เยอะ เจ็บป่วยทีไรก็ต้องมาคิดหนักเรื่องค่าใช้จ่ายเสริม ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

  • ต้องไปหาหมอที่ รพ. ที่ประกันสังคมเค้ารับรองก่อน นี่แหละปัญหาใหญ่ บางที รพ. ใกล้บ้าน เค้าไม่รับ ก็ต้องไปไกลๆ เสียเวลาอีก

  • หมอต้องออกใบส่งตัว ถึงจะไปกายภาพได้ เรื่องนี้ก็สำคัญ บางทีหมอเค้าอาจจะมองว่าไม่จำเป็น ก็ไม่ให้ใบส่งตัว

  • กายภาพที่ไปทำ ต้องเป็นที่ที่ประกันสังคมรับรองด้วย ไม่ใช่จะไปที่ไหนก็ได้ ต้องเช็คให้ดี ไม่งั้นเสียเงินฟรี

ปีนี้ ฉันเบิกค่ารักษาพยาบาลไปเยอะมากแล้ว ส่วนกายภาพ ยังไม่เคยเบิกเลย เพราะติดปัญหาเรื่องหาหมอ แล้วก็หาสถานที่ทำกายภาพที่ถูกต้องตามเงื่อนไข

เหนื่อยจัง... คิดแล้วก็ปวดหัว นอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานอีก

ใบรับรองแพทย์ใช้สิทธิประกันสังคมได้ไหม

ใบรับรองแพทย์ใช้ได้กับประกันสังคม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเจ็บป่วยและสิทธิ์ที่ได้รับ

  • ต้องเป็นโรคตามที่กฎหมายกำหนด
  • ต้องมีการรักษาตามขั้นตอนของประกันสังคม
  • ตรวจสอบรายละเอียดสิทธิ์กับสำนักงานประกันสังคม ปี 2566

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาตรวจสอบเว็บไซต์ประกันสังคม หรือติดต่อสำนักงานประกันสังคมโดยตรง อย่าเชื่อข้อมูลจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ความผิดพลาดอาจส่งผลต่อสิทธิ์ของคุณโดยตรง

คลินิกพิเศษ เบิกประกันได้ไหม

คลินิกพิเศษ เบิกประกันได้ไหม?

โอ๊ย ถามมาได้! คลินิกพิเศษนี่ตัวดีเลย หมอเก่งๆ แต่ค่าตัวก็จี๊ดใจใช่เล่น ประกันสุขภาพที่จะเคลมได้หมดเปลือกเนี่ย หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แต่ไม่ต้องห่วง ป้ามี "ทีเด็ด" มาบอก!

ประกันสุขภาพที่พอจะช่วยได้บ้าง (ย้ำว่า "บ้าง") คือพวก ประกันสุขภาพเหมาจ่าย หรือ ประกันสุขภาพที่มีวงเงินค่ารักษาผู้ป่วยนอก (OPD) สูงๆ พวกนี้อาจจะพอช่วยจ่ายค่ายานอกบัญชีหรือค่าส่วนต่างที่สิทธิเบิกตรงไม่ครอบคลุมได้บ้าง

แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งรีบซื้อ เพราะแต่ละกรมธรรม์มีเงื่อนไขปลีกย่อยเยอะแยะยิ่งกว่าเส้นผมบนหัวป้า! ต้องโทรไปถาม Call Center ให้ละเอียดเลยว่า:

  • เบิก OPD ได้เท่าไหร่: บางทีให้มา 500 แต่ค่ายาป้าก็ปาไป 800 แล้ว!
  • ครอบคลุมคลินิกพิเศษไหม: บางทีก็บอกว่า "คลินิกในเครือ" แต่พอไปจริงๆ บอกว่า "อันนี้ไม่ร่วมรายการ" ซะงั้น!
  • มียานอกบัญชีที่เบิกได้ไหม: สำคัญมาก! ยาดีๆ มักอยู่นอกบัญชีนี่แหละตัวดี!

สรุป: ประกันที่เบิกได้เต็มที่เลยคงไม่มี แต่ประกันสุขภาพเหมาจ่าย หรือ OPD สูงๆ พอช่วยได้บ้าง ต้องเช็คละเอียดก่อนซื้อนะจ๊ะ!

ป.ล. อย่าเชื่อป้าหมด! โทรไปถามบริษัทประกันหลายๆ ที่ เปรียบเทียบเงื่อนไขดีๆ แล้วค่อยตัดสินใจนะจ๊ะ!

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขำๆ ปนความจริง):

  • คลินิกพิเศษ: เหมือนร้านอาหาร Fine Dining รสชาติอาจจะดีกว่า แต่ราคาก็แพงกว่าร้านข้าวแกงข้างทางเยอะ!
  • ประกันสุขภาพ: เหมือนร่มกันฝน ช่วยได้บ้าง แต่ถ้าเจอพายุจริงๆ ก็อาจจะเอาไม่อยู่!
  • ยานอกบัญชี: เหมือนของแบรนด์เนม คุณภาพอาจจะดีกว่ายาในบัญชี แต่ราคาก็แพงกว่าเยอะ!
  • Call Center: เหมือนเพื่อนที่รู้ทุกเรื่อง แต่บางทีก็ตอบไม่ตรงคำถาม!
  • เงื่อนไขกรมธรรม์: เหมือนกฎหมาย อ่านยาก เข้าใจยาก แต่ถ้าไม่รู้ ก็อาจจะเสียเปรียบ!
  • ป้า: เหมือน Google Search รู้เยอะ แต่ข้อมูลอาจจะไม่อัพเดท!

คำเตือน: อย่าเชื่อป้ามากเกินไป! ป้าแค่เล่าให้ฟังขำๆ แต่เรื่องประกันสุขภาพต้องศึกษาให้ดีนะจ๊ะ!

กายภาพบำบัด ครั้งละกี่บาท

โอเค เริ่ม! กายภาพบำบัด...ราคา? เท่าไหร่กันแน่นะ?

  • คลินิก HEALTH Designs: (อ้างอิงจากเว็บ thehealthdesigns.com)
    • มาตรฐาน: 50 บาท (15-20 นาที) ถูกเกิ๊น!
    • ใหญ่: 100 บาท (15-20 นาที) อ้าว เท่ากัน? งง
    • Kinesiology Tape: 100-300 บาท เทปอะไรแพงจัง
    • นวด/กดจุด: 300 บาท (15 นาที) อันนี้น่าสน

เอ๊ะ หรือราคามันขึ้นแล้ว? ต้องเช็คใหม่ ปีนี้นะ! ทำไมแต่ละที่ราคาไม่เหมือนกันนะ? หรืออยู่ที่หมอ? หรือที่เครื่องมือ? ที่บ้านมีแต่ ลูกกลิ้งนวด จะช่วยได้มั้ยเนี่ย? เคยไปคลินิกแถวบ้าน หมอนวด...เอ้ย นักกายภาพบำบัด จับๆ ดัดๆ แป๊บเดียว หายปวดเลย...แต่ ราคา จำไม่ได้! เซ็ง!