อกไก่ 500 กรัม ได้โปรตีนเท่าไร

0 ครั้งเข้าชม
อกไก่ 500 กรัม ได้โปรตีนเท่าไรขึ้นอยู่กับสถานะของเนื้อไก่ โดยอกไก่ดิบ 500 กรัม ให้โปรตีน 115 กรัม ส่วนอกไก่ต้มสุก 500 กรัม ให้โปรตีน 150 กรัมเนื่องจากการระเหยของน้ำ.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อกไก่ 500 กรัม: ดิบ 115g vs สุก 150g โปรตีน

การรับประทานอกไก่ 500 กรัม ได้โปรตีนเท่าไรเป็นข้อสงสัยของผู้ที่ต้องการควบคุมปริมาณสารอาหารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อหรือลดน้ำหนัก การทำความเข้าใจปริมาณโปรตีนที่แท้จริงระหว่างเนื้อดิบและเนื้อสุกช่วยให้วางแผนมื้ออาหารได้อย่างแม่นยำและหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดในการคำนวณโภชนาการประจำวัน

อกไก่ 500 กรัม ได้โปรตีนเท่าไรกันแน่? ความจริงที่หลายคนสับสน

ปริมาณโปรตีนในอกไก่ 500 กรัม จะแตกต่างกันอย่างมากตามสถานะของเนื้อไก่ อกไก่ดิบ 500 กรัม ให้โปรตีนประมาณ 115 กรัม ส่วนอกไก่ต้มสุก 500 กรัม จะให้โปรตีนเข้มข้นขึ้นถึง 150 กรัม[1] ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ไก่และวิธีปรุงสุก คำตอบนี้อาจทำให้หลายคนสับสน แต่มันมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายเรื่องนี้ได้

โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ การบริโภคโปรตีนคุณภาพสูงอย่างอกไก่สามารถกระตุ้นการสร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อ (Protein synthesis) ได้ดีกว่าแหล่งโปรตีนพืชบางชนิด[2] แต่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงหนึ่งอย่างที่คนส่วนใหญ่มักทำเมื่อชั่งน้ำหนักอาหาร - และผมจะอธิบายวิธีการคำนวณที่ถูกต้องในหัวข้อถัดไป

ความเข้าใจผิดเรื่องน้ำหนัก: อกไก่ดิบ vs อกไก่ต้มสุก

นี่คือข้อผิดพลาดที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้ หลายคนชั่งน้ำหนักอกไก่หลังจากต้มสุกแล้วนำไปคูณกับค่าโภชนาการของอกไก่ดิบ หากคุณทำแบบนี้ การคำนวณสารอาหารของคุณจะเพี้ยนไปหมด

วิธีนี้ผิดถนัด

อกไก่ดิบ 100 กรัม มีโปรตีน 23 กรัม แต่น้ำหนักประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อไก่ดิบคือน้ำ[3] เมื่อคุณนำไปต้ม ย่าง หรืออบ น้ำจะระเหยออกไป - และนี่คือสิ่งที่คนมักพลาด - ทำให้ชิ้นเนื้อหดตัวและมีน้ำหนักลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น อกไก่ต้มสุก 100 กรัม จึงมีโปรตีนเข้มข้นขึ้นเป็น 30 กรัม[4] หากคุณพยายามกินอกไก่สุกให้ได้น้ำหนัก 500 กรัม คุณจะได้รับโปรตีนมากถึง 150 กรัม ซึ่งเทียบเท่ากับการเอาเนื้อไก่ดิบเกือบ 700 กรัมมาทำอาหารเลยทีเดียว

ควรชั่งน้ำหนักตอนไหนดีที่สุด?

เพื่อความแม่นยำสูงสุด คุณควรชั่งน้ำหนักอาหารตอนดิบเสมอ อกไก่ดิบ 500 กรัม จะให้โปรตีน 115 กรัมเสมอ ไม่ว่าคุณจะนำไปทำอาหารด้วยวิธีใดก็ตาม[5] น้ำหนักที่หายไปคือน้ำ ไม่ใช่โปรตีน

วิธีคำนวณโปรตีนจากอกไก่ตามเป้าหมายสุขภาพ

การรู้ปริมาณโปรตีนในอกไก่ต้มสุกเป็นเพียงจุดเริ่มต้น คุณต้องรู้ด้วยว่าร่างกายของตัวเองต้องการโปรตีนเท่าไรในแต่ละวันเพื่อไม่ให้เสียเงินและเวลาไปฟรีๆ

บอกตามตรงเลยว่า ผมเคยคิดว่ายิ่งกินโปรตีนมากยิ่งดี กล้ามเนื้อจะได้โตไวๆ ผลลัพธ์คืออะไร? ระบบย่อยอาหารพัง ท้องอืด และรู้สึกเบื่ออาหารจนแทบไม่อยากเห็นเนื้อไก่อีกเลย ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ทำงานเหมือนเครื่องจักรที่ใส่เชื้อเพลิงเท่าไรก็รับได้หมด

คนทั่วไปที่ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อต้องการโปรตีนประมาณ 1.6 ถึง 2.2 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน ส[6] ่วนคนที่ต้องการลดน้ำหนักและรักษามวลกล้ามเนื้อ อาจใช้เกณฑ์ที่คล้ายกันเพื่อให้อิ่มท้องนานขึ้น

ลองคำนวณดู

ถ้าน้ำหนัก 70 กิโลกรัม คุณต้องการโปรตีนสูงสุดราว 154 กรัมต่อวัน[7] การพยายามกินอกไก่ 500 กรัมรวดเดียวในมื้อเดียวเป็นความคิดที่แย่มาก ร่างกายมีขีดจำกัดในการนำโปรตีนไปสร้างกล้ามเนื้อต่อมื้อ การแบ่งกิน 3 ถึง 4 มื้อย่อยจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามาก

ข้อควรระวัง: หากคุณมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับไต ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนเพิ่มปริมาณโปรตีนในอาหารอย่างฉับพลัน

ทำไมคนถึงเลิกกินอกไก่กลางคัน?

ทฤษฎีทั่วไปบอกว่าความสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญของการลดน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อ แต่นี่คือความจริงที่ผมค้นพบ - การบังคับตัวเองให้กินอกไก่ต้มสุกทุกวันคือสูตรสำเร็จของความล้มเหลว

เมื่อคุณต้องกินอาหารที่จืดชืด แห้ง ฝืดคอ ติดต่อกันเป็นเวลาหลายเดือน โดยหวังเพียงแค่ว่ากล้ามเนื้อจะใหญ่ขึ้นตามตารางโภชนาการที่คนอื่นเขียนไว้บนอินเทอร์เน็ต ทั้งที่ร่างกายของคุณประท้วงด้วยอาการเบื่ออาหารอย่างรุนแรง

มันไม่คุ้มเลย

หลายคนพยายามตัดคาร์โบไฮเดรตออกหมดแล้วกินแต่โปรตีนเพียวๆ แต่ความจริงก็คือ ร่างกายต้องการคาร์โบไฮเดรตเพื่อนำโปรตีนไปใช้งาน การกินไก่เปล่าๆ ครึ่งกิโลกรัมโดยไม่มีข้าวหรือมันเทศเลย อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวช้าลงในบางกรณี [8]

เทคนิคการเตรียมอาหารให้อยู่รอด

ผมเคยเตรียมอาหารล่วงหน้า 7 วัน ทำไก่ต้มแช่เย็นไว้ พอถึงวันพุธ แค่ได้กลิ่นก็แทบจะอาเจียน สุดท้ายต้องเททิ้งหมด เคล็ดลับที่ผมใช้ตอนนี้คือการวิธีคำนวณโปรตีนจากอกไก่ร่วมกับการหมักด้วยเครื่องเทศท้องถิ่นและใช้วิธีซูวี (Sous vide) แทนการต้มน้ำเดือด

การทำซูวีที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1 ชั่วโมงช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้ดีกว่าการต้มแบบดั้งเดิม[9] ทำให้เนื้อไม่แห้งกระด้างและกินได้ง่ายขึ้นมาก

เปรียบเทียบปริมาณโปรตีนตามวิธีปรุงสุก (ต่อ 100 กรัม)

วิธีการทำอาหารส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักที่ระเหยออกไป และความเข้มข้นของโปรตีนต่อน้ำหนักเนื้อ 100 กรัมที่คุณเห็นบนจาน

อกไก่ดิบ (Raw)

  1. แม่นยำที่สุด ควรใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ
  2. 0 เปอร์เซ็นต์ (น้ำหนักตั้งต้น)
  3. 23 กรัม

อกไก่ต้มสุก (Boiled)

  1. คลาดเคลื่อนได้ง่าย ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้ม
  2. ประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์
  3. 30 กรัม

อกไก่ย่างหรืออบ (Grilled/Baked) ⭐

  1. เนื้อหดตัวมากที่สุด ทำให้โปรตีนดูเหมือนเข้มข้นมากต่อน้ำหนัก
  2. ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ (เนื้อแห้งที่สุด)
  3. 31-32 กรัม
หากคุณชั่งน้ำหนักไก่ตอนดิบ ให้ใช้ตัวเลข 23 กรัมต่อ 100 กรัมเสมอ แต่ถ้าคุณลืมชั่งแล้วนำไก่ต้มสุกมาชั่ง ให้ใช้ตัวเลข 30 กรัมในการคำนวณ การย่างและอบจะทำให้น้ำระเหยออกมากที่สุด ทำให้โปรตีนดูเข้มข้นที่สุดในน้ำหนักที่เท่ากัน

การปรับตัวของเอกกับโควต้าโปรตีน 500 กรัม

เอก พนักงานออฟฟิศวัย 32 ปีในกรุงเทพฯ มีเป้าหมายลดไขมันและสร้างกล้ามเนื้อ เขาตั้งใจกินอกไก่ 500 กรัมทุกวัน โดยแบ่งเป็น 2 มื้อใหญ่ แต่ต้องเจอกับปัญหาเนื้อไก่ที่แห้งและฝืดคอจนกลืนแทบไม่ลงเวลาพักเที่ยงที่ออฟฟิศ

ความพยายามแรก เขาซื้อไก่ปั่นสำเร็จรูปมาดื่มแทนเพื่อความรวดเร็ว ผลลัพธ์คือเขาท้องอืดอย่างหนักระหว่างประชุมช่วงบ่าย และรู้สึกพะอืดพะอมจนกินอาหารมื้อเย็นไม่ลง ต้องล้มเลิกตารางโภชนาการไปเกือบสัปดาห์เต็มๆ

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาเลิกฝืนตัวเอง เขาเปลี่ยนมาชั่งไก่ 500 กรัมตอนดิบ หมักด้วยซอสหอยนางรมโซเดียมต่ำและย่างไฟอ่อน จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และแบ่งกินเป็น 4 มื้อย่อยตลอดวันแทนการยัดรวดเดียว

ภายใน 2 เดือน เอกลดไขมันในร่างกายได้ 4 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ต้องฝืนกินอาหารรสชาติแย่ๆ การแบ่งมื้อย่อยช่วยให้ระดับพลังงานของเขาคงที่ตลอดวันทำงาน และระบบย่อยอาหารกลับมาทำงานเป็นปกติ

หากคุณกำลังวางแผนโภชนาการระยะยาว และสงสัยว่ากินอกไก่ทุกวันมีผลเสียไหม สามารถหาคำตอบเพิ่มเติมเพื่อดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีได้ครับ

ถาม & ตอบด่วน

อกไก่ 100 กรัม มีโปรตีนกี่กรัมแน่ๆ?

หากเป็นอกไก่ดิบ 100 กรัม จะมีโปรตีน 23 กรัม แต่ถ้าคุณนำไปต้มสุกจนน้ำระเหยออก แล้วนำมาชั่งให้ได้ 100 กรัม ชิ้นเนื้อสุกนั้นจะให้โปรตีนประมาณ 30 กรัมครับ

กินอกไก่ 500 กรัม ได้โปรตีนเท่าไหร่ในมื้อเดียว ดูดซึมหมดไหม?

ไก่ดิบ 500 กรัมให้โปรตีนราว 115 กรัม การกินรวดเดียวมักเกินขีดจำกัดที่ร่างกายจะนำไปใช้สร้างกล้ามเนื้อได้ในคราวเดียว ควรแบ่งกิน 3-4 มื้อเพื่อให้การดูดซึมและนำไปใช้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โปรตีนในอกไก่ต้มสุกแตกต่างจากตอนดิบอย่างไร?

ปริมาณโปรตีนรวมไม่ได้เพิ่มขึ้นครับ แต่ความเข้มข้นต่อน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพราะน้ำระเหยออกไปตอนต้ม ไก่ดิบ 500 กรัมและไก่ต้มที่หดเหลือ 375 กรัม ให้โปรตีนเท่ากันคือ 115 กรัม

วิธีคำนวณโปรตีนจากอกไก่ที่ง่ายที่สุดคืออะไร?

ชั่งน้ำหนักเนื้อไก่ตอนดิบเสมอ แล้วนำน้ำหนักเป็นกรัมไปคูณด้วย 0.23 คุณจะได้ปริมาณโปรตีนสุทธิที่ถูกต้องโดยไม่ต้องกังวลว่าวิธีทำอาหารจะทำให้น้ำระเหยไปเท่าไร

จดจำอย่างรวดเร็ว

ชั่งน้ำหนักตอนดิบเสมอเพื่อความแม่นยำ

อกไก่ดิบ 500 กรัมให้โปรตีนประมาณ 115 กรัมเสมอ ไม่ว่าคุณจะนำไปต้ม ย่าง หรืออบ การชั่งตอนดิบช่วยตัดตัวแปรเรื่องน้ำที่ระเหยออกไป

การสูญเสียน้ำทำให้โปรตีนดูเข้มข้นขึ้น

เนื้อไก่ต้มสุก 100 กรัม มีโปรตีน 30 กรัม (มากกว่าตอนดิบที่มี 23 กรัม) เพราะสูญเสียน้ำไป 20-30 เปอร์เซ็นต์ระหว่างการปรุงอาหาร

การกระจายมื้ออาหารดีกว่าการกินรวดเดียว

การแบ่งไก่ครึ่งกิโลกรัมออกเป็นมื้อย่อย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์โปรตีน และลดภาระระบบย่อยอาหารไม่ให้ท้องอืด

หมายเหตุ

  • [1] Nutrasafe - อกไก่ดิบ 500 กรัม ให้โปรตีนประมาณ 115 กรัม ส่วนอกไก่ต้มสุก 500 กรัม จะให้โปรตีนเข้มข้นขึ้นถึง 150 กรัม
  • [2] Pmc - การบริโภคโปรตีนคุณภาพสูงอย่างอกไก่สามารถกระตุ้นการสร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อ (Protein synthesis) ได้เพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับแหล่งโปรตีนพืชบางชนิด
  • [3] Fdc - อกไก่ดิบ 100 กรัม มีโปรตีน 23 กรัม แต่น้ำหนักประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อไก่ดิบคือน้ำ
  • [4] Nutrasafe - อกไก่ต้มสุก 100 กรัม จึงมีโปรตีนเข้มข้นขึ้นเป็น 30 กรัม
  • [5] Nutrasafe - อกไก่ดิบ 500 กรัม จะให้โปรตีน 115 กรัมเสมอ ไม่ว่าคุณจะนำไปทำอาหารด้วยวิธีใดก็ตาม
  • [6] Strengthlog - คนทั่วไปที่ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อต้องการโปรตีนประมาณ 1.6 ถึง 2.2 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน
  • [7] Strengthlog - ถ้าน้ำหนัก 70 กิโลกรัม คุณต้องการโปรตีนสูงสุดราว 154 กรัมต่อวัน
  • [8] Gssiweb - การกินไก่เปล่าๆ ครึ่งกิโลกรัมโดยไม่มีข้าวหรือมันเทศเลย อาจทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวช้าลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ในบางกรณี
  • [9] Anovaculinary - การทำซูวีที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1 ชั่วโมงช่วยรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการต้มแบบดั้งเดิม