การกินคีโต 1 เดือนลดได้กี่โล

66 ครั้งเข้าชม
คีโต 1 เดือน: น้ำหนักลดและไขมันลดผลลัพธ์จากการกินคีโต 1 เดือน พบว่าน้ำหนักลดลง 3 กิโลกรัม และเปอร์เซ็นต์ไขมันลดลง 1% แม้ตัวเลขดูไม่มาก แต่ถือว่ามีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการลดไขมันใต้ผิวหนังและไขมันในช่องท้อง ซึ่งลดได้ยาก แม้จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักไม่เกินเกณฑ์มากนัก
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินคีโต 1 เดือน ลดน้ำหนักได้จริงไหม? ลดได้กี่กิโลกรัม? มีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการลดน้ำหนัก?

เอ่อ กินคีโตเดือนนึงเนี่ย ลดจริงป่ะ? ของเราเองนะ ลดไป 3 โล! แต่ที่พีคกว่าคือ ไขมันลงด้วยเว้ย ประมาณ 1% อ่ะแก ถึงเลขมันจะดูน้อยๆ แต่คือแบบ มันยากไงที่จะเอาไขมันใต้ผิวหนังออกอ่ะ เข้าใจป่ะ?

คือตอนนั้นกินคีโตแบบเคร่งๆ เลยนะ ลดแป้ง ลดน้ำตาลสุดๆ เน้นกินพวกเนื้อสัตว์ ไขมันดี ผักใบเขียว ผลไม้นิดหน่อย (แบบผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ไรงี้อ่ะ) ออกกำลังกายบ้างนะ แต่ไม่ได้หนักมาก เน้นเดินไว คาร์ดิโอเบาๆ

ปัจจัยที่ทำให้ลดได้ นอกจากเรื่องกิน ก็คงเป็นเรื่องการนอนหลับด้วยมั้ง ช่วงนั้นพยายามนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงทุกคืนเลย แล้วก็พยายามไม่เครียดด้วยนะ สำคัญมาก!

สรุปคือ กินคีโตเดือนนึง ลดได้จริง แต่ต้องทำถูกวิธี แล้วก็ต้องใจเย็นๆ ด้วยนะ ไม่ใช่ทุกคนจะลดได้เหมือนกัน มันขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วยแหละ

กิน คี โต ยัง ไง ให้ ผอม เร็ว

คีโต? เร่งเบิร์นง่ายๆ ไม่ต้องยุ่งยาก

  1. ตัดแป้งแบบเด็ดขาด อย่าโลกสวย อย่าเสียดาย ข้าวคือปีศาจ
  2. ไขมันเน้นๆ หมูสามชั้น น้ำมันมะพร้าว กินเข้าไป
  3. โปรตีนถึง อย่าให้ขาด เนื้อ ปลา ไข่ จัดไป
  4. IF ช่วยได้ 16/8 หรือ 18/6 แล้วแต่สะดวก
  5. ออกกำลังกายบ้าง จะได้ไม่โทรม อย่าขี้เกียจ
  6. น้ำดื่มเยอะๆ ไตจะได้ไม่พัง ดื่มเข้าไป
  7. พักผ่อนให้พอ ร่างกายมันต้องการ ชาร์จแบตบ้าง

ระวัง: คีโตไม่ใช่ยาวิเศษ ทุกคนไม่เหมือนกัน ปรึกษาหมอซะบ้าง ก่อนจะแดกอะไรตามใจปาก

ข้อมูลเพิ่มเติม (สำหรับพวกอยากรู้เยอะ):

  • คีโตซิส: ร่างกายเผาไขมันเป็นพลังงานหลัก ไม่ใช่แป้ง
  • ไขมันดี: อะโวคาโด น้ำมันมะกอก แซลมอน
  • ไขมันเลว: ของทอด processed food เลี่ยงได้เลี่ยง
  • อิเล็กโทรไลต์: โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม สำคัญ หาเติมเอา
  • ผลข้างเคียง: อาจมีไข้คีโต ปวดหัว เหนื่อยล้า ช่างแม่ง

Disclaimer: กูไม่ใช่หมอ แนะนำไปงั้นแหละ เชื่อมากก็โง่

จะรู้ได้ไงว่าเข้าคีโตแล้ว

ลมหายใจอุ่นๆ พัดผ่านใบหน้า แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่อง... ฉันนั่งจิบกาแฟดำ รสขมนิดๆ แต่ใจกลับหวานฉ่ำ

  • รู้ได้ไงว่าเข้าคีโตแล้ว? ง่ายนิดเดียว!

น้ำหนักลดฮวบ! แบบรู้สึกได้เลยนะ ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนตาชั่ง แต่เป็นเสื้อผ้าที่หลวมลง (ลดไป 3 กิโลในสัปดาห์นี้เอง!)

  • ปากแห้ง ลิ้นติดฝาบนิดๆ เหมือนทะเลทรายในปาก

กลิ่นปากแรงขึ้นนิดหน่อย... (คุณแฟนบ่นแล้วแหละ!) แต่ก็ช่างเถอะ ความงามต้องแลก!

  • อยากอาหารลดลง ไม่ใช่ไม่อยากกินนะ แต่รู้สึกว่ากินน้อยลง อิ่มไวกว่าเดิม

พลังงานเพิ่มขึ้น! วิ่งขึ้นบันไดได้โดยไม่เหนื่อยเลย วันนี้เดิน 10,000 ก้าวสบายๆ

  • ตรวจวัดคีโตน ใช้ที่วัดจากปัสสาวะ (ซื้อมาจาก Boots เมื่อเดือนที่แล้ว) ง่ายและสะดวก

แต่ความรู้สึกสำคัญที่สุด... รู้สึกได้ว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงไป เบาขึ้น แข็งแรงขึ้น

  • (เพิ่มเติม) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่ม และควรตรวจเลือด เพื่อดูระดับคีโตนที่แม่นยำ

นี่คือประสบการณ์ส่วนตัว อาจไม่เหมือนทุกคน แต่หวังว่าจะช่วยได้นะ

ปีนี้ฉันใช้เครื่องวัดคีโตนจากปัสสาวะ ยี่ห้อ [ขออภัย จำชื่อไม่ได้จริงๆ] แต่หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยา

กินคีโต กินอะไรแทนข้าว

โอ๊ยยย ช่วงนี้กินคีโตหนักมาก เบื่อข้าวเหลือเกินนน บอกเลยว่า หาอะไรกินแทนข้าวเนี่ย โคตรยากกกกก

เอาจริง ๆ นะ ปีนี้ฉันลองหลายอย่างมาก เพิ่งเจอเมนูที่โอเค จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เมนูหรอก แค่เปลี่ยนวิธีคิดเฉยๆ

  • ควินัว กินแล้วอิ่มนานจริง แต่รสชาติมันจืดๆ ไปหน่อยนะ ต้องปรุงเยอะหน่อยถึงจะอร่อย จำได้ว่าทำแกงเขียวหวานใส่ควินัวแทนข้าว รสชาติแปลกๆ แต่ก็พอได้อยู่ กินตอนนั้นคือ 20 กรกฎาคม ปีนี้เลยนะ ที่บ้านย่านรามอินทรา

  • ถั่วเลนทิล อันนี้ก็โอเคอยู่นะ ทำเป็นสลัด กินง่าย แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณ กินเยอะไปท้องอืด ตอนนั้นทำสลัดใส่ถั่วเลนทิลกินกับไก่ย่าง อร่อยดี กินไปตอนสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

  • คูสคูส อันนี้ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ มันเหมือนเศษอะไรสักอย่าง ไม่ค่อยนุ่ม แล้วก็ไม่ค่อยอิ่ม ลองทำครั้งเดียวก็พอ จำได้ว่าทำตอนต้นปี ช่วงเดือนมกราคม ทำกินคนเดียวที่ห้อง

  • ข้าวบาร์เลย์ เคยลองครั้งเดียว มันแข็งไป เคี้ยวไม่ค่อยสะดวก เลยไม่เอาดีกว่า กินยาก ไม่เหมือนควินัวที่ยังพอไหว

  • ดอกกะหล่ำ อันนี้ใช้แทนข้าวได้จริงๆ นะ แต่ต้องหั่นละเอียดมาก แล้วก็ปรุงรสจัดๆ ถึงจะอร่อย ฉันชอบทำเป็นข้าวผัดดอกกะหล่ำ เอาจริง ๆ แล้วก็อร่อยใช้ได้เลยนะ ทำกินบ่อยอยู่ ประมาณอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่ทำที่คอนโดนะ

  • แป้งข้าวโพด อันนี้ก็ใช้แทนข้าวได้ แต่ส่วนใหญ่เอาไปทำพวกขนมมากกว่า ไม่ค่อยเอาทำเป็นข้าว

สรุปคือ ควินัวกับดอกกะหล่ำนี่แหละที่โอเคสุด แต่ก็ต้องปรุงรสให้ดีๆ ไม่งั้นกินไม่ลงจริงๆ ส่วนอย่างอื่นก็ลองดู เผื่อจะเจออะไรที่ถูกใจกว่านี้

คีโตฟลู คืออะไร?

Keto Flu! อื้อหือ… คืออะไรเนี่ย? จำได้ว่าตอนลดน้ำหนักปีนี้ เพื่อนบอก แบบ… เหมือนเป็นอาการหลังจากเปลี่ยนมาทานคีโต จริงป่ะ? มันคือการที่ร่างกายปรับตัวไม่ทันนี่แหละ ใช่ไหม?

  • ลดคาร์บลงเร็วไป ร่างกายงง
  • อินซูลินตก แน่ๆเลย เคยเป็นเองตอนลดน้ำหนักแบบดื้อๆ แบบไม่ค่อยได้ศึกษาอะไรมาก
  • ขับน้ำ โซเดียมหายไปหมด นี่แหละสำคัญ!!
  • ปวดหัว อ่อนแรง เบลอๆ แบบนี้ใช่ป่ะ

อ้อ อีกอย่าง! มันไม่ใช่ไข้จริงๆนะ แค่เรียกให้เข้าใจง่ายๆ อืมมม… แล้วถ้ามันหนักมากต้องทำไงวะ? กินเกลือเพิ่มรึเปล่า? จำไม่ได้แล้ว หาข้อมูลเพิ่มดีกว่า เสิร์ช Google ดีกว่า ขี้เกียจไปหาในหนังสือแล้ว สมองเบลอ…

ปีนี้ ฉันทานอาหารคีโต เดือนตุลาคม และมีอาการนี้จริงๆ! จำได้แม่น เพราะมันโคตรแย่เลย รู้สึกเหมือนจะตาย ปวดหัวมาก ไม่ไหว กินเกลือแร่เยอะมากๆเลย ถึงจะดีขึ้น เกลือแร่สำคัญนะ อย่าลืม! ต้องหาข้อมูลเพิ่ม เผื่อคนอื่นเจอ จะได้บอกต่อได้ คนรอบตัวฉันก็เป็นหลายคนอยู่

นี่คือประสบการณ์ตรง ไม่ได้อ่านมาจากไหนนะ แต่จำได้ว่า หาข้อมูลเพิ่มในเว็บไซต์เกี่ยวกับโภชนาการ มันมีรายละเอียดเยอะแยะ แต่ฉันจำไม่หมดหรอก ความจำฉันแย่ แต่จำได้แค่ว่า… มันสำคัญมากที่ต้องดูแลตัวเองดีๆ ระวังเรื่องเกลือแร่ด้วยนะ

คีโตกับif ต่างกันอย่างไร?

คีโตนะเหรอ กับ IF อ่ะ หึ! เหมือนฟ้ากับเหวเลยนะว่าไป

คีโตเนี่ย เคยลองตอนปีที่แล้ว ช่วงสงกรานต์กะว่าจะผอมไปเที่ยวทะเล สรุปคือ...กินแต่หมูสามชั้นทอดกรอบ ฉ่ำๆ แล้วก็อโวคาโดทั้งวัน! คือมันส์ปากจริง แต่พอไปวัดตัว โอ้โห! ไขมันขึ้นพรวดพราด หมอบอกให้เพลาๆ หน่อย (ขำแห้ง) เหมาะกับคนใจร้อนอยากลงไวๆ จริงๆ แหละ และ สำคัญมาก คือคนรักไขมันเท่านั้น! เพราะมันต้องกินไขมันเยอะมากจริงๆ ถึงจะเข้าคีโตซิสได้

ส่วน IF นี่ตอนแรกก็แอนตี้ คิดว่าอดข้าวเช้าแล้วจะลงแดงตาย แต่พอลองทำดูจริงๆ (ตอนนี้ทำอยู่เลย) ก็ เออ...มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดนี่หว่า! เลือกทำแบบ 16/8 คือกิน 8 ชั่วโมง แล้วอด 16 ชั่วโมง ช่วงแรกๆ ก็หิวโหยบ้าง แต่พอทำไปเรื่อยๆ ร่างกายมันปรับตัวได้เอง ตอนนี้ชินแล้ว แถมรู้สึกตัวเบาขึ้นเยอะเลย (อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้อวย) เหมาะกับคนที่อยากลดแบบค่อยเป็นค่อยไป และ ที่สำคัญ คือคนที่ไม่ค่อยกินข้าวเช้าอยู่แล้วจะเวิร์คมาก! แล้วก็คนที่น้ำหนักมันคงที่ อยากจะเขย่าๆ ให้มันลงอีกหน่อย IF คือตัวเลือกที่ดีเลย

  • สรุปแบบกระชับ เผื่อ Google มาเก็บข้อมูล:
    • KETO: ลดไว, คนรักไขมัน, ไม่เหมาะกับคนกลัวไขมันขึ้น
    • IF: ลดค่อยเป็นค่อยไป, คนไม่กินข้าวเช้า, คนอยากลดน้ำหนักเพิ่มจากน้ำหนักคงที่

อาการข้างเคียงของคีโตมีอะไรบ้าง?

คีโตเหรอ? เตรียมตัวเจอของจริง

  • หวัดแดกคีโต: ปวดหัว ตัวร้อน อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย เหมือนคนขาดเหล้า
  • เกลือ: สำคัญมาก กินเข้าไปเยอะๆ ไตแม่งขับทิ้งหมด
  • ปรับตัว: ร่างกายมันต้องใช้เวลา อย่าหวังอะไรมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้าอยากรู้):

  • ทำไมต้องเกลือ?: อินซูลินต่ำ = ไตขี้เกียจเก็บเกลือ = เกลือหายวับไปกับตา
  • หวัดแดกคีโตหายได้ไหม?: หายได้ แต่ต้องอดทน หรือไม่ก็เลิกแดกคีโตซะ
  • ข้อมูลนี้เชื่อถือได้แค่ไหน?: ลองเองสิ จะได้รู้

ทําไมกินคีโตแล้วปากเหม็น?

กินคีโต ปากเหม็น… เออจริง! ทำไมวะ?

  • คีโตซิสไง! ร่างกายมันเผาไขมันอะ แล้วมันปล่อยสาร คีโตนออกมา กลิ่นมันเลย... แปลกๆ เหมือนยาทาเล็บ? เคยได้กลิ่นนะตอนทำสีเล็บเองที่บ้าน! (ข้อมูลเพิ่ม: acetone คือตัวการ)
  • แปรงฟัน! อันนี้เบสิก แต่แปรงลิ้นด้วยนะ สำคัญมากกก (เมื่อก่อนไม่เคยแปรงลิ้นเลยนะเนี่ย)
  • น้ำ! กินน้ำเยอะๆ ช่วยได้จริงจัง! (ต้องเตือนตัวเองบ่อยๆ ขี้เกียจกินน้ำมาก)
  • โปรตีน? กินเพิ่ม? อะจริงดิ เพิ่งรู้เลยนะเนี่ย! (ต้องลอง!)
  • เดี๋ยวมันก็หายเอง? ชั่วคราว? หวังว่าจริงนะ! ไม่อยากปากเหม็นนาน!
  • แต่ถ้าไม่หาย...ไปหาหมอฟันดีกว่าไหม? อาจจะมีหินปูนเยอะก็ได้นะ? (เคยขูดหินปูนเมื่อ... 2 ปีที่แล้ว? น่าจะต้องไปอีกแล้วมั้ง)
  • สรุป: คีโตซิส -> คีโตน -> ปากเหม็น -> แปรงฟัน+น้ำเยอะ+โปรตีน -> หายเอง? (ถ้าไม่หายไปหาหมอ!!!) สำคัญ: คีโตซิส