กินอะไร บํารุงไต

196 ครั้งเข้าชม
อาหารบำรุงไต สำหรับผู้ป่วยโรคไตการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคไตเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยชะลอการเสื่อมของไตและเสริมประสิทธิภาพการรักษา ควรเน้นอาหารโปรตีนคุณภาพดีและคาร์โบไฮเดรตที่ปลอดภัย ดังนี้ กลุ่มโปรตีนไขมันต่ำ: เลือกเนื้อปลา, อกไก่ (ไม่ติดหนัง), สันในหมู (เลาะไขมันออก) และไข่ขาว กลุ่มคาร์โบไฮเดรต: เน้นข้าวขาว, วุ้นเส้น และเส้นเซี่ยงไฮ้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาหารบำรุงไตมีอะไรบ้าง? ผู้ป่วยโรคไตควรกินอะไรดีที่สุด?

ตอนที่คุณย่าฉันป่วยไตนี่แหละ ฉันงงไปหมดเลยนะว่าต้องกินอะไรบ้าง พอคุณหมอบอกว่าต้องคุมอาหารแบบจริงจัง เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นที่สุดนะ คือมันไม่ใช่แค่กินดีนะ แต่มันต้องกินให้ถูกโรคเลยแหละ ตอนนั้นจำได้แม่นเลยว่าต้องจดรายการอาหารเป็นปึก ๆ เหมือนจะเป็นนักโภชนาการจำเป็นไปเลย.

เรื่องเนื้อสัตว์นี่สำคัญเลย แม่ฉันต้องเดินหาซื้ออกไก่ลอกหนังที่ตลาดสดหน้าปากซอยทุกเช้าวันพุธเลยนะ ตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว เห็นคุณย่ากินแต่เนื้อปลาที่ไม่ติดมัน อย่างปลาทับทิม หรือไม่ก็สันในหมูที่แม่ต้องนั่งเล็มไขมันออกจนหมดแทบทุกมื้อ มันดูเหมือนง่ายนะ แต่จริงๆ แล้วรายละเอียดเยอะมาก

ข้าวก็ยังกินได้ปกติ แต่บางทีเราก็มีสลับให้คุณย่ากินวุ้นเส้นบ้าง หรือไม่ก็เส้นเซี่ยงไฮ้แทน เพื่อให้มีอะไรแปลกใหม่หน่อย ไม่ให้เบื่ออาหารบำรุงไตที่ซ้ำๆ กันไปซะก่อน ที่ขาดไม่ได้เลยคือไข่ขาวนะ คุณย่าต้องกินทุกวันเลย บางวันก็ทอด บางวันก็ต้ม เห็นแล้วก็รู้เลยว่าเรื่องอาหารนี่ละเอียดอ่อนจริงๆ สำหรับผู้ป่วยไต.

อะไรช่วยฟื้นฟูไต

โอ๊ยยย ไตเนี่ยนะ สำคัญมากเลยนะ ถ้าไม่ดูแลดีๆ ลำบากเลย ชีวิตช่วงนี้ฉันต้องมานั่งคิดเรื่องอาหารเยอะมากเลย อาหารช่วยฟื้นฟูไต แล้วก็ อาหารที่ผู้ป่วยโรคไตควรกิน มันคืออะไรบ้าง คิดแล้วก็เหนื่อยนะ แต่ก็ต้องทำ

จริงๆ แล้วนะ สิ่งที่ช่วยก็คือเรื่องอาหารนี่แหละ กินให้ถูกโรค มีแต่คนบอกต้องระวังมากๆ เลย ฉันก็เลยพยายามศึกษา ช่วงนี้ทำกับข้าวให้ตัวเองกับที่บ้านบ่อยๆ เลยต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ทำไมต้องระวังขนาดนี้เนี่ย!

เนื้อสัตว์นี่ต้องเลือกจริงๆ นะ ไม่ใช่จะกินอะไรก็ได้เลย ต้องเน้นเนื้อปลา ไก่ส่วนอก แล้วก็ไข่ขาว เห็นบางคนกินแต่ไข่ขาวอย่างเดียวเลยนะ พวกร้านอาหารคลีนก็มีแต่ไข่ขาวเนี่ยแหละ ฉันว่ามันน่าเบื่อนะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันดีต่อสุขภาพจริงๆ

ส่วนผักเหรอ? อันนี้ก็งงๆ ตอนแรกนึกว่าจะกินได้ทุกอย่าง ที่ไหนได้ต้องเลือก ผักโพแทสเซียมต่ำ เท่านั้นเอง แล้วมีอะไรบ้างล่ะ? ก็มีพวก ฟักเขียว บวบ แตงกวา มะเขือยาว พวกนี้แหละที่เห็นบ่อยๆ ช่วงนี้ฉันก็ซื้อแต่พวกนี้มาทำกิน ทำไมผักอร่อยๆ อย่างอื่นถึงโพแทสเซียมสูงนักนะ เฮ้อ!

ผลไม้ก็เหมือนกันนะ ไม่ใช่จะกินทุกอย่างได้อีก โอ๊ยยย ชีวิต! ผลไม้โพแทสเซียมต่ำ มีอะไรบ้างนะ? แอปเปิล ส้ม แตงโม พวกนี้แหละที่จำได้ขึ้นใจ ซื้อมาติดตู้เย็นไว้เลย เพราะมันสะดวกดี อยากกินอะไรหวานๆ ก็หยิบพวกนี้แหละกิน ทำไมมันยากจังเรื่องอาหารเนี่ย

ธัญพืชก็ต้องเลือก ธัญพืชไม่ขัดสี นะ ที่ฉันรู้ก็คือ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต พวกนี้แหละดีต่อสุขภาพมาก ฉันกินข้าวกล้องมานานแล้วนะ ก็โอเคเลย ส่วนข้าวโอ๊ตก็เอาไว้ชงกินตอนเช้าเร็วๆ ดี ประหยัดเวลาไปได้เยอะ

เรื่องอาหารนี่มันละเอียดอ่อนจริงๆ นะ พยายามหาข้อมูลอยู่เรื่อยๆ เลย เพราะสุขภาพสำคัญที่สุดตอนนี้!

สำหรับอาหารที่ผู้ป่วยโรคไตควรรับประทาน เพื่อช่วยฟื้นฟูหรือดูแลไต:

  • เนื้อสัตว์:
    • เลือก เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
    • ตัวอย่าง: เนื้อปลา (เช่น ปลานิล ปลาทับทิม)
    • ไก่ส่วนอก
    • ไข่ขาว (เน้นโปรตีนจากไข่ขาว หลีกเลี่ยงไข่แดงที่มีฟอสฟอรัสสูง)
  • ผัก:
    • เลือก ผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ
    • ตัวอย่าง: ฟักเขียว บวบ แตงกวา มะเขือยาว
  • ผลไม้:
    • เลือก ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ
    • ตัวอย่าง: แอปเปิล ส้ม แตงโม
  • ธัญพืช:
    • เลือก ธัญพืชไม่ขัดสี
    • ตัวอย่าง: ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต

ไตสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ไหม

เดี๋ยวก่อนนนน! ถามว่าไตฟื้นเองได้มั้ย มันต้องแยกเรื่องกันก่อนพ่อคุณเอ๊ย มันคนละเรื่องเดียวกันเลย

ถ้าเป็น ไตวายเรื้อรัง น่ะเหรอ... ฝันไปเถอะ! สภาพมันเหมือนเครื่องกรองน้ำที่ใช้งานมา 30 ปีไม่เคยล้างไส้กรอง เนื้อไตดีๆ มันกลายเป็นพังผืดแข็งโป๊กไปหมดแล้ว เหมือนถนนลูกรังที่โดนรถสิบล้อวิ่งทับทุกวันจนเป็นหลุมเป็นบ่อ มันไม่มีย้อนกลับไปเรียบเนียนเหมือนเดิมได้หรอกนะ ที่หมอทำได้ก็แค่ยื้อ ยืดเวลา ชะลอความพัง ไม่ให้ต้องไปนอนฟอกไตเร็วเกินไปแค่นั้นแหละ

แต่!!! ถ้าเป็น ไตวายเฉียบพลัน อันนี้ค่อยมีลุ้นหน่อย! เหมือนคนโดนน็อกกลางอากาศแล้วล้มตึงไปเฉยๆ ถ้าหามส่งโรงหมอทันเวลา แก้ไขสาเหตุได้ถูกจุด เช่น ขาดน้ำรุนแรง หรือแพ้ยา ไตมันก็มีโอกาสฟื้นกลับมาทำงานได้ปิ๊งๆ เหมือนเดิม เหมือนปลุกผีให้ฟื้นคืนชีพนั่นแหละ แต่ต้องรีบนะโว้ย! ชักช้าคือจบเกม ไตพังถาวรไม่รู้ด้วย

จำให้ขึ้นใจเลยนะโยม

  • ไตวายเรื้อรัง: เกิดจากการสะสมแต้มความพังมานานหลายปี ส่วนใหญ่มาจาก เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ที่คุมไม่เคยได้ รักษาแค่ประคองอาการเท่านั้น
  • ไตวายเฉียบพลัน: เกิดปุบปับ! อาจจะเพราะ เสียน้ำหนักๆ ติดเชื้อรุนแรง หรือกินยาพิสดารบางอย่างเข้าไป ถ้าถึงมือหมอเร็ว โอกาสหายมีสูงมากกกก
  • อย่ารออาการ: พอรู้สึกว่าฉี่แปลกๆ ตัวบวม ความดันขึ้น รีบแจ้นไปหาหมอเลย อย่ามัวแต่ไปถามคนข้างบ้าน ไตมีคู่เดียว พังแล้วไม่มีอะไหล่เปลี่ยนนะจ๊ะ (ยกเว้นมีคนบริจาคให้ ซึ่งมันไม่ง่าย!)

ไตอยู่ได้กี่ปี

ไตคนเราน่ะเหรอ! คุณเอ๊ย มันก็เหมือนเครื่องจักรในตัวเรานี่แหละ ถ้าหมั่นดูแลไม่ให้มันทำงานหนักเกินไป หรือพอเสียแล้วก็รู้จักซ่อมบำรุงมันดีๆ อายุมันก็ยืนยาวไปได้อีกหลายปีเลยนะ

ไอ้เจ้าไตนี่นะ ถ้าต้องฟอกไตแล้วดูแลตัวเอง อย่างเป๊ะ เหมือนคุณป้าข้างบ้านที่กินเจมา 30 ปีนั่นแหละ ส่วนใหญ่ก็ อยู่ได้เฉลี่ย 5-10 ปี สบายๆ เหมือนได้ชีวิตที่สองเลยนะเออ แต่บางคนก็สุดยอด! ทะลุไปถึง 20 ปีขึ้นไปก็มี ให้เห็นกันจะจะ! เหมือนได้โบนัสชีวิตมาอีกก้อนใหญ่ๆ เลยทีเดียวแหละ

มันก็เหมือนยางรถยนต์แหละคุณเอ๊ย! ถ้าเป็นยางมิชลินแถมดูแลดีๆ เติมลมไม่ให้แบนแต๊ดแต๋ มันก็วิ่งได้ฉิวๆ ไปไหนมาไหนได้อีกหลายหมื่นกิโลเมตรเลยล่ะ!

การฟอกไตนี่ก็เหมือนเอาเครื่องยนต์ไปเข้าอู่ใหญ่ ล้างสนิม ถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนอะไหล่ที่เสียออกไปซะ พอได้ล้างดีๆ ก็กลับมาสดใสปิ๊งปั๊ง มีแรงไปเต้นแอโรบิกตามสวนสาธารณะได้อีกรอบเลยนะจะบอกให้! ไม่ได้โม้!

แต่จะอยู่ได้นานแค่ไหน มันก็ขึ้นอยู่กับหลายอย่างนะ ไม่ใช่แค่เรื่องฟอกไตอย่างเดียวหรอก!

  • วินัยในการดูแลตัวเอง: อันนี้สำคัญสุดๆ! เหมือนหัวใจของเรื่องเลย ทั้งเรื่องอาหารการกิน ต้องคุม แป้ง ไขมัน โซเดียม ให้ดีๆ ไม่ใช่เจออะไรอร่อยก็พุ่งเข้าใส่แบบอดใจไม่อยู่! ยาหมอก็ต้องกินให้ครบ ห้ามขาด ห้ามเกินนะจ๊ะ
  • โรคประจำตัวเดิม: ถ้ามีเบาหวาน ความดัน หรือโรคร้ายอื่นๆ พ่วงมาด้วย มันก็ต้องดูแลกันเหนื่อยหน่อย เหมือนรถเก่าที่มีหลายจุดต้องซ่อมน่ะแหละ
  • มาฟอกไตสม่ำเสมอ: อย่าขี้เกียจไปฟอกไตตามนัดนะ! ไอ้การขาดนัดนี่แหละตัวดีเลย ฟอกไตไม่สม่ำเสมอ เหมือนไม่เคยเอารถเข้าเช็คระยะนั่นแหละ แป๊บๆ ก็พัง
  • สภาพจิตใจ: กำลังใจสำคัญมาก! ถ้าท้อแท้ ห่อเหี่ยว จิตตก ร่างกายมันก็ทรุดโทรมเร็วตามไปด้วย เหมือนต้นไม้ไม่ได้รับน้ำได้รับปุ๋ยนะเออ
  • คุณภาพชีวิต: การใช้ชีวิตประจำวัน การทำงานอดิเรก การได้ออกไปเจอโลกภายนอก มันก็ช่วยให้มีกำลังใจ และส่งผลดีต่อร่างกายโดยรวมนะเออ

ผู้ป่วยไตเสื่อมสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน

ผู้ป่วยไตวายที่ได้รับการฟอกไตอย่างสม่ำเสมอมีอายุขัยเฉลี่ย 5-10 ปี แต่มีจำนวนไม่น้อยที่สามารถมีชีวิตยืนยาวได้ถึง 20 หรือ 30 ปี

ตัวเลข 5-10 ปีเป็นเพียงภาพรวมทางสถิติ ความเป็นจริงซับซ้อนกว่านั้นเยอะ อายุขัยของผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยสมการตายตัว

ปัจจัยร่วมอย่างอายุ โรคประจำตัวเดิม สภาพหัวใจและหลอดเลือด คือตัวแปรสำคัญ การฟอกไต ไม่ว่าจะผ่านเครื่อง (hemodialysis) หรือทางช่องท้อง (peritoneal dialysis) เป็นแค่ส่วนหนึ่ง วินัยในการควบคุมอาหารและน้ำสำคัญมาก มากจริงๆ

ร่างกายแต่ละคนคือจักรวาลของตัวเอง การตอบสนองต่อการรักษาจึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การมองว่าการฟอกไตคือการซื้อเวลา อาจไม่ใช่ภาพที่สมบูรณ์นัก มันคือการปรับวิถีชีวิตเพื่ออยู่กับสภาวะใหม่ของร่างกายมากกว่า

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพยากรณ์โรคโดยตรง

  • อายุของผู้ป่วย: ผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่าและไม่มีโรคร้ายแรงอื่นร่วม มักมีการพยากรณ์โรคที่ดีกว่า
  • โรคร่วม (Comorbidities): โดยเฉพาะเบาหวานและความดันโลหิตสูง หากควบคุมไม่ได้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ
  • สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด: ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในผู้ป่วยกลุ่มนี้
  • ภาวะโภชนาการ: ระดับอัลบูมินในเลือด (Albumin) เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญอย่างหนึ่ง บ่งบอกถึงสภาพร่างกายและความพร้อมในการต่อสู้กับโรค
  • ความร่วมมือในการรักษา: การมาฟอกไตตามนัด การกินยา และการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ คือหัวใจหลักที่แท้จริงของกระบวนการทั้งหมด