คนเป็นเบาหวานกินปลาร้าได้ไหม

95 ครั้งเข้าชม
คนเบาหวานกินปลาร้าได้ น้อยมาก ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากมีโซเดียมสูงและอาจมีการหมักที่เพิ่มน้ำตาลในเลือดควรระวังอาหารเหล่านี้: ผลไม้แปรรูป: เช่น เชื่อม กวน ดอง แช่อิ่ม ตากแห้ง อบน้ำผึ้ง ผลไม้กระป๋อง น้ำตาลสูง อาหารหมักดอง: เช่น ปลาร้า ผักดอง มีโซเดียมสูง อาหารรสเค็มจัด: โซเดียมสูง กระตุ้นความดันโลหิต อาหารบรรจุภัณฑ์: เช่น เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ อาจมีสารปรุงแต่งและโซเดียมสูง ควรกินอาหารสดใหม่ เน้นผักผลไม้สด ควบคุมปริมาณแป้งและน้ำตาล ปรึกษาแพทย์หรือโภชนาการสำหรับแผนอาหารที่เหมาะสม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คนเป็นเบาหวาน กินปลาร้าได้หรือไม่? ควรระวังอะไรบ้าง?

เอ่อ, ปลาร้ากับเบาหวานนี่... ตอนเด็กๆ จำได้ว่ายายทำปลาร้าอร่อยมาก (บ้านยายอยู่แถวสกลนครนะ) หอมฟุ้งไปทั้งบ้าน แต่คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม?

เอาจริงๆ คือ... มันอยู่ที่ปริมาณและความถี่เลยนะ

จำได้ว่าตอนไปตรวจสุขภาพประจำปี (ปีที่แล้วมั้ง ที่โรงพยาบาล... เอ่อ จำชื่อไม่ได้แล้ว) หมอบอกว่าคนเป็นเบาหวานต้องระวังเรื่องโซเดียม คือปลาร้ามันเค็มไง! กินเยอะๆ ความดันขึ้นอีก

แล้วก็พวกอาหารหมักดองทั้งหลายแหล่ เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ พวกนี้ก็ต้องระวังหมดเลยนะ

ผลไม้เชื่อม กวน ดอง แช่อิ่ม นี่ตัวดีเลย น้ำตาลทั้งนั้น! เลี่ยงได้เลี่ยง

สรุปคือ กินได้ แต่ต้องน้อยมากๆๆๆๆๆ และนานๆ กินที แล้วก็ต้องคุมอาหารอย่างอื่นด้วยนะ สำคัญเลย

ผู้ป่วย เบาหวาน ควร หลีก เลี่ยง อาหารประเภท ใด

คนเป็นเบาหวานต้องระวังเรื่องกินนะ ของหวานนี่อันตรายสุดๆ เค้กนี่อย่าได้แตะเลย ขนมปัง คุกกี้ พวกเบเกอรี่ เลี่ยงๆ ไว้ดีกว่า ปีนี้ฉันพยายามลดน้ำอัดลมลงเยอะเลย เห็นผลชัดเจน ไม่งั้นน้ำตาลขึ้นแน่

เนื้อสัตว์พวกติดมัน อย่างหมูสามชั้น ไก่ทอดหนังกรอบ นี่ก็ต้องระวัง เครื่องในสัตว์ด้วย ไม่ควรทานบ่อย กินแต่เนื้อติดมันน้อยๆ ดีกว่า เพื่อนฉันคนนึงเป็นเบาหวาน หมอบอกให้ลดพวกนี้ ผลไม้ก็ระวังนะ ทุเรียน ขนุน อะไรพวกนี้หวานจัดเกิน กินนิดหน่อยพอ ปีนี้ฉันเลยพยายามกินแต่ผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อยๆแทน อย่างแอปเปิ้ล ส้ม แตงโม อะไรแบบนี้

  • เนื้อสัตว์ติดมัน
  • เครื่องในสัตว์
  • ขนมหวาน เบเกอรี่
  • น้ำอัดลม
  • ผลไม้หวานจัด (ทุเรียน ขนุน ฯลฯ)
  • ผลไม้ดอง/เชื่อม/แช่อิ่ม

จริง ๆ แล้ว ต้องดูแลตัวเองหลายอย่างเลย ปีนี้หมอแนะนำให้ฉันออกกำลังกายด้วย ควบคุมน้ำหนัก สำคัญมากกกกก ไม่งั้นเบาหวานยิ่งแย่ลง

เบาหวานกินน้ำปลาได้ไหม

ได้สิ แต่ระวังไว้หน่อย

น้ำปลาเค็ม ก็คือโซเดียม มากไปก็ไม่ดี

  • ควบคุมปริมาณ อย่าใช้เยอะเกิน
  • เลือกแบบต่ำโซเดียม ถ้าจะใช้
  • น้ำปลาดี แต่ไม่ใช่ยาวิเศษ ดูแลสุขภาพโดยรวมด้วย

ปีนี้ผมตรวจสุขภาพ ไตรกลีเซอไรด์สูง หมอบอกต้องควบคุมอาหาร เลี่ยงของมัน ของหวาน รวมถึงน้ำปลา โค้ก เบียร์ ของโปรดผมแทบทั้งนั้น เซ็งชิบ

ส้มตำ น้ำตาลสูงไหม?

ส้มตำ น้ำตาลสูงไหม?

สูง. จบนะ.

  • ส้มตำ แซ่บจริง แต่น้ำตาลก็เยอะจริงเหมือนกัน
  • เบาหวาน? คุมส้มตำหน่อย. หรือปรึกษาหมอเอา.
  • หวานเจี๊ยบ. อันตราย.
  • กินได้ แต่อย่าเยอะ. แค่นั้น.

ข้อมูลเสริม:

  • ปริมาณน้ำตาลในส้มตำ (โดยประมาณ): 10-20 กรัม ต่อจาน ขึ้นอยู่กับสูตร.
  • สูตรลดน้ำตาล: บอกแม่ค้า "ไม่หวาน" (อาจไม่ช่วยมาก).
  • ทางเลือก: ตำเอง. คุมน้ำตาลเอง. จบ.
  • ค่าปกติของระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร: น้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร. เกินนี้? พบแพทย์.
  • กินแต่พอดี. นี่คือปรัชญา.
  • หวานเป็นลม ขมเป็นยา. แต่หวานมาก...ก็ตัวใครตัวมัน.
  • น้ำตาลเยอะ = อ้วน. อ้วน = โรค.
  • อย่าโทษส้มตำ. โทษตัวเองที่กินเยอะ.
  • ส้มตำอร่อย แต่... "ทุกอย่างมากเกินไป ไม่ดี".

ส้มตำมีสารอาหารอะไรบ้าง?

ส้มตำ... กินทีไรก็คิดถึงบ้าน

สารอาหารในส้มตำเหรอ อืม...

  • ไขมันอิ่มตัว: น้อยมาก, แทบไม่มี 0.1 กรัมเอง (ร้อยละ 1 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)
  • คอเลสเตอรอล: ศูนย์เลย ไม่มี
  • โซเดียม: นิดหน่อย 11.6 มิลลิกรัม (ร้อยละ 1 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)
  • โพแทสเซียม: พอสมควร 263.9 มิลลิกรัม (ร้อยละ 8 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)
  • ใยอาหาร: ก็โอเค 2.5 กรัม (ร้อยละ 10 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน) ช่วยเรื่องขับถ่ายได้บ้าง
  • โปรตีน: น้อยไปหน่อย 0.7 กรัม (ร้อยละ 2 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)

จริงๆ มันมากกว่านี้นะ แต่พวกนี้หลักๆ เลยที่น่าจะรู้

เพิ่มเติมนะ: ส้มตำมันมีวิตามินจากมะเขือเทศ มะนาว พริกด้วย แล้วแต่สูตรของแต่ละคนอีกว่าใส่อะไรลงไปบ้าง ถั่วลิสงก็มีประโยชน์นะแต่ก็ต้องระวังเรื่องไขมันเหมือนกัน

ทําไมกินส้มตําแล้วตัวบวม?

อืม... กินส้มตำแล้วบวมเนี่ยนะ จริงๆแล้วก็ไม่ใช่แค่ส้มตำหรอก อะไรที่รสจัดๆ เค็มๆ ก็มีโอกาสทำให้บวมได้ทั้งนั้นแหละ ปีนี้ก็ยังเป็นแบบนี้เหมือนเดิมเลย

คิดไปคิดมา... สงสัยจะเพราะโซเดียมนี่แหละ ส้มตำนี่เค้าใส่ปลาร้า ใส่เกลือ น้ำปลา เยอะแยะไปหมด ยิ่งถ้าสั่งเผ็ดมากยิ่งกว่าเดิมอีก ร่างกายคงรับมือไม่ไหว เลยเก็บน้ำไว้เยอะ เลยบวมไง

คือ... ปกติแล้ว ร่างกายเราต้องการโซเดียมแค่ 1,500-2,000 มิลลิกรัมต่อวันเองนะ (ประมาณเกลือ 1 ช้อนชา) แต่ถ้ากินเกินไป ร่างกายก็จะเก็บน้ำไว้เยอะ เพื่อปรับสมดุล ผลก็คือ บวม หน้าก็บวม ตัวก็บวม หนักขึ้นอีกต่างหาก

  • สาเหตุหลักคือ โซเดียมสูงเกิน
  • ปริมาณโซเดียมที่แนะนำต่อวัน 1,500-2,000 มิลลิกรัม
  • ส้มตำเป็นอาหารที่มีโซเดียมสูง
  • อาการบวมเกิดจากร่างกายเก็บน้ำไว้เพื่อปรับสมดุล

แบบนี้แหละ น่าเศร้าเนอะ อยากกินของอร่อยๆ แต่ก็ต้องระวังเรื่องสุขภาพด้วย เหนื่อยใจจริงๆ

ส้มตำลดน้ำหนักได้ไหม?

ส้มตำลดน้ำหนักได้มั้ยเนี่ย? งง! 120 แคลอรี่เองนะ แต่... ถ้าลดน้ำหนัก ห้ามปู! ห้ามถั่ว! หวานน้อย เค็มน้อยด้วยนะ เดี๋ยวบวม กินทุกวันทุกมื้อไม่ได้นะ แคลน้อยจริง แต่โซเดียมสูงเว่อร์ น้ำปลา ปูเค็ม กุ้งแห้ง ผงชูรส อื้อหือ! อันตราย!

  • แคลอรี่ต่ำจริง แต่โซเดียมสูงมาก
  • อย่ากินทุกวัน ทุกมื้อ อันตรายต่อไต
  • สั่งแม่ค้า "ไม่ใส่ปู ไม่ใส่ถั่ว หวานน้อย เค็มน้อย" สำคัญมาก!

ฉันนี่กินส้มตำทุกอาทิตย์เลย อร่อยมากกก แต่ต้องระวัง ปีนี้ตั้งใจลดน้ำหนัก เลยต้องเลือกกิน เสียดายจัง เพื่อนฉันบอกว่าส้มตำปูม้าที่ร้านแถวบ้านอร่อยสุดๆ แต่ฉันคงอดใจไว้ก่อน สงสัยต้องหันไปกินพวกผักต้มแทน เซ็งเป็ด แต่เพื่อสุขภาพ ต้องอดทน!!

  • ปีนี้ฉันเน้นกินคลีน ออกกำลังกายด้วย เผาผลาญดีมาก
  • ส้มตำเป็นอาหารว่างที่อร่อย แต่ไม่เหมาะกับการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ถ้าอยากกิน ต้องเลือกส่วนประกอบ และควบคุมปริมาณ
  • ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อวางแผนการลดน้ำหนักที่เหมาะสมกับตนเอง