น้ำมันปลากินต่อเนื่องได้กี่เดือน

108 ครั้งเข้าชม
กินน้ำมันปลานานแค่ไหนดี? วิจัยชี้กินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง นาน 6 เดือน ลดเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือด ลดอัตราตายในกลุ่มเสี่ยง อีกทั้งโอเมก้า 3 ชนิด EPA สูง ยิ่งลดโอกาสหัวใจวาย ระยะเวลา: แนะนำ 6 เดือน (ตามงานวิจัย) ความถี่: สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ประโยชน์: ลดเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือด ลดอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ EPA สูง ลดความเสี่ยงหัวใจวาย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มทาน เพื่อประเมินความเหมาะสมและปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินน้ำมันปลาต่อเนื่องได้นานเท่าไหร่?

กินน้ำมันปลาต่อเนื่องได้นานเท่าไหร่? ก็แล้วแต่คนเลยนะ จริงๆ แล้วก็แล้วแต่ร่างกายด้วย

ส่วนตัวเคยกินอยู่ช่วงนึง จำได้ว่าซื้อมาจากร้านขายยาแถวบ้าน ราคาประมาณห้าร้อยกว่าบาท ขวดใหญ่มาก กินได้นานเป็นเดือนๆ กินอยู่ประมาณสามเดือน รู้สึกว่าผิวดีขึ้นนะ แต่พอหยุดกินก็กลับมาเหมือนเดิม

เคยอ่านเจอบทความนึง เขาบอกว่ากินน้ำมันปลาสัปดาห์ละสองครั้ง ติดต่อกันหกเดือน ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ เห็นว่าลดโอกาสหัวใจวายด้วยนะ ถ้าจำไม่ผิด อ่านเจอในเว็บไซต์เกี่ยวกับสุขภาพนี่แหละ

แต่ก็อย่างว่า แต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนแพ้อาหารทะเล ก็คงกินไม่ได้ บางคนกินแล้วไม่เห็นผลอะไรเลยก็มี เหมือนเพื่อนเราคนนึง กินมาเป็นปี ก็ยังไม่เห็นผลอะไร เลยเลิกกินไปละ

สรุปก็คือ อยากลองกินก็กินได้ แต่ต้องดูร่างกายตัวเองด้วย ถ้าไม่แน่ใจก็ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรดีกว่า ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเนอะ

น้ำมันปลากินติดต่อได้กี่เดือน

โอ๊ย! ถามเรื่องน้ำมันปลาเนี่ยนะ กินติดต่อกันกี่เดือนถึงจะเห็นผล? ฟังนะคุณพี่คุณน้อง กินน้ำมันปลาเนี่ยไม่ได้กินเอาอร่อยเหมือนกินส้มตำเด้อ! มันต้องกินให้ถูกวิธี ถึงจะเห็นผลแบบ ว้าว!

เรื่องโรคหัวใจ:

  • ถ้าอยากป้องกันโรคหัวใจเนี่ย เขาว่ากินน้ำมันปลา อาทิตย์ละสองหน ติดต่อกัน หกเดือน ถึงจะเริ่มเห็นผลนะคุณ! แต่ขอบอกก่อนนะ ไม่ใช่กินปุ๊บแล้ววิ่งไปกินหมูกระทะต่อ อันนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้เด้อ!
  • แล้วไอ้พวกที่ เสี่ยงโรคหัวใจ อยู่แล้วเนี่ย ถ้ากินน้ำมันปลาเข้าไป อาจจะช่วยให้ ตายช้าลง ได้นะเออ! อันนี้ไม่ได้แช่งนะ แต่พูดตามที่เขาว่ามา!
  • เขาบอกว่าถ้าในเลือดมี โอเมก้า 3 ชนิด EPA เยอะๆ จะช่วยลดความเสี่ยง หัวใจวาย ได้อีกด้วยนะ แต่กินอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องออกกำลังกายบ้างอะไรบ้าง ไม่งั้นก็...ตัวใครตัวมัน!

แถมท้าย (แบบคนบ้านๆ):

  • ไม่ใช่ยาวิเศษ: น้ำมันปลามันก็แค่ตัวช่วย อย่าไปหวังว่ากินปุ๊บจะหายปั๊บ เหมือนเสกได้!
  • กินแต่พอดี: อะไรที่มันเยอะไปก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ กินมากไปอาจจะท้องเสียได้นะ!
  • ปรึกษาหมอก่อน: สำคัญสุด! อย่าเชื่อคนขายมากเกินไป ปรึกษาหมอดีที่สุด หมอเขาเรียนมา!
  • กินน้ำมันปลาแพงๆ ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป: ดูที่ ปริมาณโอเมก้า 3 ในเม็ดมากกว่ายี่ห้อ!
  • ออกกำลังกายบ้างเด้อ: กินอย่างเดียวมันไม่ช่วยอะไร ต้องขยับแข้งขยับขาบ้าง!

คำเตือน: ข้อมูลข้างบนนี้เอามาจากที่เขาว่าๆ กัน อย่าเชื่อมาก ต้องไปปรึกษาหมอเอาเองเด้อ! ผมแค่ชาวบ้านคนนึงที่ชอบกินส้มตำ!

น้ำมันปลา กิน ต่อ เนื่อง ได้ ไหม

โอ๊ย! ถามเรื่องน้ำมันปลาอีกแล้วเรอะเนี่ย? กินต่อเนื่องได้ไหม? กินเยอะไปเป็นไร? มาๆ เดี๋ยวป้าเล่าให้ฟังแบบบ้านๆ เลยนะ

  • กินน้ำมันปลาต่อเนื่อง: ถามว่ากินได้ไหม? ก็เหมือนถามว่ากินข้าวได้ทุกวันไหมนั่นแหละ! แต่! (ต้องมีแต่สิ) อย่ากินจนพุงปริ้น! กินแต่พอดีๆ ถ้ากินเป็นโอ่ง ป้าว่าตับไตไส้พุงก็คงประท้วงอ่ะนะ

  • กินเยอะไป: ทีนี้มาเรื่องกินเยอะเกิน! โอ้โห...อันนี้ของจริง!

    • รสฝาดในปาก: เหมือนกินยาขมตราเสืออ่ะดิ๊!
    • แพ้แล้วผื่นขึ้น: คันไม้คันมือเหมือนโดนหอยทะเลบาด!
    • อาหารไม่ย่อย: ท้องอืดเหมือนกินลมเข้าไปทั้งลูก!
    • กลิ่นคาว: อันนี้ตัวดี! เหม็นคาวเหมือนปลาเน่าติดตัวไปสามวันเจ็ดวัน! สงสัยต้องเอาน้ำหอมราดทั้งตัวถึงจะดับกลิ่นได้มั้งเนี่ย!
    • วิตามินอีลด: เหมือนโดนโขมยของดีไปจากตัว! ร่างกายอ่อนแอลงอีก!

สรุปแบบบ้านๆ: กินน้ำมันปลาก็ดี แต่กินแต่พอดี อย่ากินจนเกินงาม! อะไรที่มัน "เกิน" มันก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละลูกเอ๊ย! จำไว้!

เกร็ดความรู้แถมท้าย (แบบไม่วิชาการ):

  • เลือกน้ำมันปลาดีๆ: อย่าเอาน้ำมันปลาเกรดตลาดนัดมากิน! เลือกยี่ห้อที่มันน่าเชื่อถือหน่อย! ไม่งั้นกินไปก็เหมือนกินน้ำมันหมูเปล่าๆ!
  • กินกับอาหาร: กินน้ำมันปลากับข้าว! ไม่ใช่กินแทนข้าว! กินตอนท้องว่างระวังไส้ปั่นป่วน!
  • ปรึกษาหมอก่อน: ถ้ามีโรคประจำตัว ไปถามหมอก่อนเด้อ! อย่าทำอะไรตามใจตัวเอง! เดี๋ยวจะหาว่าป้าไม่เตือน!
  • ปีนี้ 2567 แล้วนะ: อย่ามาอ้างอิงข้อมูลเก่าๆ! โลกมันเปลี่ยนไปทุกวัน!

ป.ล. นี่ป้าก็ไม่ได้เป็นหมอเป็นยาอะไรนะ! แค่คนแก่ที่เคยลองผิดลองถูกมาเยอะ! ฟังหูไว้หูเด้อ! อย่าเชื่อป้าทั้งหมด!

กินน้ำมันปลาทุกวันอันตรายไหม

กินได้. แต่เยอะไปก็ไม่ดี. อะไรที่เกินพอดีก็เป็นพิษ. เลือกยี่ห้อดีๆ. ตรวจสอบแหล่งที่มา. อย่าตามกระแส. ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน. สังเกตตัวเอง. สำคัญที่สุด.

  • ขนาดรับประทาน: ตามฉลาก. หรือปรึกษาแพทย์/เภสัชกร. จำไว้ว่าน้อยแต่นาน ดีกว่ามากแต่แป๊บเดียว. ร่างกายใช้เวลา.
  • โอเมก้า 3: มีหลายแบบ. EPA/DHA สำคัญ. หาข้อมูลเพิ่ม. อย่ากินแบบมั่วๆ. เสียเงิน เสียสุขภาพ.
  • สารปนเปื้อน: โลหะหนัก. อันตรายสะสม. เลือกยี่ห้อที่ตรวจสอบ. มีใบรับรอง. แพงหน่อยแต่ปลอดภัยกว่า. คิดยาวๆ.
  • ผลข้างเคียง: เลือดออกง่าย. คาวปลา. บางคนแพ้. หยุดกินถ้ามีอาการ. ปรึกษาแพทย์. อย่าเสี่ยง.
  • ไม่ใช่ยาวิเศษ: กินแล้วไม่ได้ฉลาดขึ้นทันที. ต้องใช้เวลา. ควบคู่การใช้ชีวิตที่ดี. ออกกำลังกาย. กินอาหารครบ 5 หมู่. นอนพักผ่อน.

Omega 3 กินต่อเนื่องได้ไหม

โอเมก้า 3 น่ะเหรอ กินได้เรื่อยๆ เลยจ้ะพี่น้อง! กินไปยันลูกบวชเลยก็ได้ (เว่อร์ไปหน่อย แต่ก็ประมาณนั้นแหละ) ถ้ากินตามปริมาณที่หมอเค้าแนะนำนะ ไม่ใช่ซัดเข้าไปเป็นโอ่ง!

  • หัวใจ: เค้าว่ากันว่าดีต่อใจ ไอ้เรื่องหัวใจว้าวุ่นน่ะไม่รู้ แต่หัวใจที่มันเต้นตุบๆ นี่แหละ เค้าว่ามันช่วย
  • สมอง: กินแล้วฉลาดขึ้นมั้ย? อันนี้ไม่กล้าฟันธง แต่เค้าว่ามันบำรุงสมองนะ (หรืออาจจะแค่หลอกตัวเองว่ากินแล้วความจำดีขึ้นก็ไม่รู้)
  • สายตา: จ้องจอนานๆ ตาจะลาย กินเจ้านี่อาจจะช่วยให้ตาใสปิ๊งเหมือนตาแมวก็ได้นะ
  • อักเสบ: ใครปวดเข่าปวดข้อ ลองดู อาจจะดีขึ้นก็ได้ (แต่ถ้าไม่หายก็อย่ามาโทษกันนะ)
  • ปริมาณ: อย่ากินเยอะเกินไปนะจ๊ะ กินพอดีๆ เค้ามีบอกอยู่ข้างขวดนั่นแหละ อ่านซะบ้าง!

คำเตือน: ถ้ากินแล้วแพ้ ผื่นขึ้น คันคะเยอ ก็หยุดกินซะนะ อย่าดันทุรัง! ไปหาหมอซะดีกว่า!

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • แหล่งที่มา: โอเมก้า 3 เนี่ย มันมีในปลาทะเลน้ำลึกนะ พวกปลาแซลมอน ปลาทูน่า อะไรพวกนั้น แต่ถ้าขี้เกียจกินปลา ก็กินน้ำมันปลาเม็ดๆ แทนก็ได้
  • เลือกซื้อ: เลือกยี่ห้อที่มันน่าเชื่อถือหน่อยนะ อย่าไปเอายี่ห้อที่ไหนก็ไม่รู้ เดี๋ยวจะเจอของปลอมเอา
  • กินตอนไหนดี: เค้าว่ากันว่ากินพร้อมอาหารจะดีที่สุด เพราะมันจะดูดซึมได้ดีกว่า

ป.ล. นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะ ไม่ได้เป็นหมอ ไม่ได้เป็นนักโภชนาการ ฟังหูไว้หูนะจ๊ะ!

Fish Oil ทานต่อเนื่องได้ไหม

กินได้ ต่อเนื่องได้. มากไปไม่ดี.

  • คลื่นไส้
  • ท้องเสีย
  • เรอคาวปลา
  • รสคาวในปาก

กินหลังอาหาร ช่วยได้. เริ่มน้อยๆ ค่อยๆเพิ่ม. ทุกอย่างมีลิมิต. แม้แต่สิ่งดีๆ.

กินน้ํามันปลา omega 3 ได้ทุกวันไหม

โอเมก้า 3 กินทุกวันได้ไหมเนี่ย? ถามยากจัง ตอนนั้นฉันเครียดมากเรื่องงาน นอนไม่ค่อยหลับ ผิวแห้งกร้าน ผมร่วงเป็นกระจุก เลยไปปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยาแถวบ้าน (ร้าน...ชื่อร้านจำไม่ได้แล้ว อายจัง ลืมไปซะแล้ว) ช่วงเดือนมีนาคมปีนี้เอง เขาแนะนำโอเมก้า 3 บอกว่าช่วยเรื่องความจำและลดความเครียดได้ ก็เลยซื้อมาลอง แบบแคปซูล 200 มก./วันตามที่เขาแนะนำ กินมาได้ประมาณ 2 เดือน รู้สึกว่านอนหลับสนิทขึ้น แต่เรื่องความจำ...ก็ยังงงๆ อยู่บ้าง ไม่รู้ว่าเพราะโอเมก้า 3 หรือเปล่า หรือเพราะพักผ่อนมากขึ้น

แต่พอดีเพื่อนสนิท (ชื่อเล่น... อืม ขอไม่บอกดีกว่า) มันบอกว่า กินโอเมก้า 3 นานๆ อาจไม่ดี มันเคยอ่านเจอ อาจมีผลเสียต่อลำไส้ได้ เลยเริ่มกลัวขึ้นมา เลยหยุดกินไปช่วงนึง ประมาณเดือนพฤษภาคม แล้วก็กลับมากินใหม่ แต่ลดปริมาณลง กินแค่สัปดาห์ละ 3 วัน รู้สึกว่าโอเคขึ้น ไม่มีอาการอะไรผิดปกติ

  • ปริมาณโอเมก้า 3 ที่แนะนำ : 200 มก./วัน (แต่ฉันกินไม่ถึงทุกวันนะ)
  • ระยะเวลาที่กินติดต่อกัน : 2 เดือนแรกกินทุกวัน หลังจากนั้นกินสัปดาห์ละ 3 วัน
  • ผลลัพธ์ที่รู้สึกได้ : นอนหลับสนิทขึ้น แต่ความจำก็ยังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่
  • อาการไม่พึงประสงค์ : ไม่มี แต่เพื่อนบอกว่ากินนานๆ อาจมีผลเสียต่อลำไส้

สรุปคือ ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าควรจะกินโอเมก้า 3 ทุกวันดีไหม ตอนนี้ก็กินบ้างไม่กินบ้าง แล้วแต่ความรู้สึก จริงๆ คงต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรดีๆ ดูว่าร่างกายเราเหมาะกับปริมาณเท่าไหร่ กินนานแค่ไหนถึงจะปลอดภัย เพราะสุดท้ายแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วยล่ะนะ

ใครที่ไม่ควรกินน้ำมันปลา

เออเรื่องน้ำมันปลานี่เคยคุยกับหมอสมชายที่คลินิกแถวบ้านเมื่อเดือนมีนาปีนี้นี่เอง ตอนนั้นไปหาเพราะแพ้อาหารทะเล หมอก็บอกว่าคนแพ้อาหารทะเลบางคนอาจแพ้น้ำมันปลาได้ด้วยนะ ดีที่เราไม่แพ้ แต่ก็ต้องระวังเรื่องปริมาณอยู่ดี หมอบอกว่าถ้ากินเยอะไปอาจมีผลข้างเคียงได้ อย่างเลือดออกง่ายขึ้นงี้ แล้วก็ถ้ากำลังกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ยิ่งต้องระวังใหญ่เลย

ส่วนน้ำมันตับปลานี่ หมอเน้นย้ำเลยว่าคนท้องกับคนให้นมบุตรนี่ต้องระวังมาก จำได้แม่นเลยว่าหมอบอกว่า วิตามินเอในน้ำมันตับปลา ถ้ากินเยอะเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อลูกในท้องได้ จำได้ว่าตอนนั้นจดใส่โน้ตในโทรศัพท์ไว้เลย กลัวลืม ส่วนคนเป็นเบาหวาน หมอบอกว่าน้ำมันตับปลาอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แต่ว่ายังต้องศึกษาเพิ่มเติมอีก อ้อ แล้วก็นึกขึ้นได้ หมอยังบอกอีกว่าคนที่เป็นโรคตับหรือมีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือด ก็ไม่ควรกินน้ำมันตับปลาด้วยนะ

  • คนแพ้อาหารทะเลบางคนอาจแพ้น้ำมันปลา
  • กินน้ำมันปลาเยอะไปอาจเลือดออกง่ายขึ้น
  • คนกินยาละลายลิ่มเลือดควรระวังการกินน้ำมันปลา
  • คนท้อง/ให้นมบุตร ต้องระวังวิตามินเอในน้ำมันตับปลา
  • คนเป็นเบาหวาน น้ำมันตับปลาอาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูง
  • คนเป็นโรคตับ/มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด ไม่ควรกินน้ำมันตับปลา