ผู้ป่วยเบาหวานกินส้มตำได้ไหม

68 ครั้งเข้าชม
ผู้ป่วยเบาหวานทานส้มตำได้ แต่ต้องใส่ใจ 3 เรื่องหลัก: ลดหวาน: เลี่ยงน้ำตาล น้ำปลามากไป เลือกส้มตำรสจัดน้อย เพิ่มผัก: เน้นผักสดเยอะๆ ดีต่อสุขภาพ คำนวณคาร์บ: คิดปริมาณรวมในมื้อนั้น ปรึกษาแพทย์เพื่อคำแนะนำเฉพาะบุคคล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ผู้ป่วยเบาหวานกินส้มตำได้หรือไม่? ข้อควรระวังและคำแนะนำ

กินส้มตำเนี่ยนะ? สำหรับคนเป็นเบาหวานเนี่ย... อืมม, บอกตรงๆ ว่ามันมีเรื่องที่ต้องคิดเยอะเหมือนกันนะ. ตอนแรกๆ ฉันก็คิดว่าส้มตำนี่มันผักเยอะดี น่าจะปลอดภัย แต่พอรู้เข้าจริงๆ แล้ว มันมีรายละเอียดที่มองข้ามไม่ได้เลย.

ประเด็นหลักเลยก็คือเรื่อง "น้ำตาล" นี่แหละ. ร้านส่วนใหญ่น่ะ เค้าใส่น้ำตาลกันเยอะนะ ไม่ว่าจะตำไทย ตำลาว หรืออะไรก็ตาม. บางทีมันก็แอบใส่สารให้ความหวานอื่นอีก. ถ้าเป็นไปได้นะ ควรกินแบบ "ไม่หวาน" หรือ "หวานน้อย" ที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย.

แล้วก็เรื่อง "ปริมาณ" นี่สำคัญมาก. อย่าเพิ่งคิดว่ากินได้เยอะๆ แล้วจะดีนะ. ต้องนับคาร์โบไฮเดรตในมื้อนั้นๆ ด้วย. อย่างข้าวเหนียวที่กินคู่กันนี่ก็ต้องระวัง. ฉันเคยไปกินส้มตำที่ร้านประจำแถวบ้านตอนนั้น จำได้ว่าสั่งตำป่ามาเยอะเลยนะ กินกับข้าวเหนียวอีกหน่อย... โอ๊ย. วันนั้นระดับน้ำตาลพุ่งปรี๊ดเลย.

ถ้าอยากกินจริงๆ แล้วอยากให้มันดีต่อสุขภาพเบาหวานหน่อยนะ ก็เน้น "ผักเยอะๆ" เลย. พวกถั่วฝักยาว มะเขือเทศ ถั่วลิสง (นิดหน่อยนะ) อะไรพวกนี้. ส่วนน้ำปลาน่ะ ก็อย่าให้เค็มจัดเกินไป. เคยมีคนแนะนำนะว่าให้พยายามลดปริมาณเครื่องปรุงอื่นๆ ลง แล้วเน้นรสชาติจากวัตถุดิบหลักของส้มตำเอา.

จริงๆ แล้วนะ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการปรึกษาคุณหมอ หรือนักโภชนาการที่ดูแลเราอยู่. เค้าจะรู้ดีที่สุดว่าเราควรกินอะไร ปริมาณเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะสมกับร่างกายเราที่สุด. มันไม่ใช่ว่ากินไม่ได้เลยนะ แค่ต้อง "ฉลาด" ในการเลือกกินเท่านั้นเอง.

ส้มตำ น้ำตาลสูงไหม

ส้มตำ น้ำตาลสูงมากค่ะ มากจริงๆ

รสชาติเผ็ดเปรี้ยวเค็มกลมกล่อมที่ชวนให้ลิ้นระรัวนั่นนะ...เบื้องหลังมันคือน้ำตาลกองโตที่ค่อยๆ ละลายรวมกันไป น้ำตาลเยอะจนน่าใจหาย

สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน หรือใครก็ตามที่กำลังคุมระดับน้ำตาล ต้องระวังให้มาก กินเยอะๆ อาจทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ดไปเลย

ถ้าอยากกินจริงๆ ลองถามหมอ หรือผู้เชี่ยวชาญดูนะ ว่าแบบไหนถึงจะดีต่อสุขภาพ แบบไหนที่ไม่ทำร้ายเรา

  • น้ำตาลแฝงในความแซ่บ: แม้จะดูสดชื่น แต่ส้มตำก็ซ่อนน้ำตาลไว้เยอะ
  • ข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน: การบริโภคควรจำกัดอย่างเคร่งครัด
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: เพื่อหาวิธีทานที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพร่างกาย

ส้มตำ น้ำตาลสูง ย้ำอีกที สูงมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปริมาณน้ำตาลในส้มตำแต่ละจานอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสูตรและส่วนผสมที่ใช้
  • การปรุงแบบไม่ใส่น้ำตาล หรือใส่น้ำตาลน้อยที่สุด เป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาล
  • ควรหลีกเลี่ยงส้มตำรสหวานจัด หรือส้มตำที่เน้นความหวานนำ
  • ผักสดที่ทานคู่กัน อย่างแตงกวา กะหล่ำปลี มีประโยชน์และช่วยลดความเสี่ยงได้บ้าง แต่ปริมาณน้ำตาลในน้ำส้มตำยังคงเป็นประเด็นหลัก
  • การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยให้ร่างกายจัดการกับระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น ถึงแม้จะทานส้มตำเข้าไปบ้างก็ตาม
  • การอ่านฉลากโภชนาการ (ถ้ามี) หรือการสอบถามข้อมูลจากร้านที่น่าเชื่อถือ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น

คนเป็นเบาหวานกินปลาร้าได้ไหม

แสงทอเรื่อโรย. ยามเย็นฉาบไล้. เงียบงัน. คิดถึงกลิ่นปลาร้า. กลิ่นที่เคยคุ้น. ลอยมาในความทรงจำ. แหม... หอมจับใจ. หอมจนอยาก. อยากจนใจหาย. แต่แค่คิด. แค่คิดถึงนะ. มันไม่ใช่ตอนนี้.

ต้องระวัง. ต้องเลี่ยง. เขาว่ามาอย่างนั้น. จำได้ดี. ปลาร้า. ใช่. ตัวเข้มข้นเลย. ความเค็ม ความหอมมัน. อืม... มันเป็นของต้องห้าม. ของที่เฝ้าฝันถึง. ในยามนี้. ฝันไปก่อน.

ริมหน้าต่างบานเก่า. มองออกไป. แสงจันทร์เริ่มจับขอบฟ้า. ใจมันลอย. ลอยไปกับความอยาก. ปลาร้า. สักนิด. ไม่ได้. ไม่ได้จริงๆ. ลึกๆ ก็เข้าใจ. เพื่อตัวเราเอง. มันดีที่สุดแล้ว.

แต่ก็ต้องจำ. เพื่อวันนี้. เพื่อวันพรุ่งนี้. มีอะไรบ้างนะ... ที่เขาให้เลี่ยง.

  • ผลไม้หวานๆ ที่มันไม่สดแล้วนะ...
    • ผลไม้เชื่อม กวน ดอง
    • แช่อิ่ม นี่หวานเจี๊ยบเลย
    • ตากแห้ง อบน้ำผึ้ง
    • หรือ ผลไม้กระป๋อง ก็ไม่ใช่เลย.
  • พวกของดอง เค็มๆ...
    • อาหารหมักดอง ใช่เลย.
    • อาหารตากแห้ง ก็เหมือนกัน.
    • ที่มัน เค็มจัด เกินไป.
    • อาหารที่มาใน ถุงๆ กระป๋อง ที่ปรุงรสมาแล้ว:
      • เต้าเจี้ยว
      • เต้าหู้ยี้
      • ปลาร้า
      • ผักดอง ก็ด้วย.

ส้มตำ น้ำตาลสูงไหม

ส้มตำน่ะเหรอ? โอโห! รสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทยจนน้ำลายสอ แต่น้ำตาลนี่ก็ตัวดีเลยนะ ใส่กันแบบไม่ยั้ง! เหมือนจะกินผักเยอะ แต่เบื้องหลังคือน้ำตาลที่แอบซุ่มอยู่เพียบ!

ถ้าใครเป็นเบาหวาน แล้วต้องมานั่งนับน้ำตาลในเลือดทุกหยด ส้มตำนี่เหมือนเป็น "ศัตรูตัวฉกาจ" ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ กินเยอะไปนี่ น้ำตาลจะพุ่งปรี๊ดเหมือนจรวด!

แต่ถ้าอยากกินจริงๆ ก็พอมีทางออกนะ! ลองปรึกษาคุณหมอ หรือนักโภชนาการดูว่ามี "ส้มตำเวอร์ชั่นพิเศษ" ที่น้ำตาลน้อยลงหน่อยไหม หรือกินแค่พอให้หายอยากก็พอ จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับระดับน้ำตาลที่เต้นระบำ

เรื่องน้ำตาลในส้มตำที่ควรรู้:

  • น้ำตาลเยอะจริง: ถึงรสชาติจะเปรี้ยว เค็ม เผ็ด แต่เบื้องหลังคือน้ำตาลที่ทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้นมา
  • เบาหวานต้องระวัง: ผู้ป่วยเบาหวานต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะน้ำตาลในส้มตำอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ถ้าอยากกินจริงๆ ลองถามคุณหมอหรือนักโภชนาการเพื่อคำแนะนำที่เหมาะสมกับสุขภาพของคุณ

ข้อมูลเสริม:

  • ปริมาณน้ำตาล: ปริมาณน้ำตาลที่ใส่ในส้มตำแต่ละครกไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสูตรและคนตำ
  • ส่วนประกอบอื่น: นอกจากน้ำตาลแล้ว ในส้มตำยังมีโซเดียมจากน้ำปลา ซึ่งก็ต้องระวังสำหรับผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงด้วย
  • ทางเลือก: อาจจะลองทำส้มตำทานเองที่บ้าน เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลและเครื่องปรุงได้ดียิ่งขึ้น

ส้มตำมีน้ำตาลกี่กรัม

ส้มตำ. น้ำตาล? แล้วแต่คนตำ.

บางสูตร. แทบไม่มี. หวานเปรี้ยวจากธรรมชาติ.

ถ้าเติม. ก็เพิ่มไป. 5-10 กรัม. ต่อถ้วย.

ไม่มีสูตรตายตัว. ก็ไม่มีตัวเลขชัดเจน.

  • ส้มตำไทย: มักใช้น้ำตาลน้อย. ได้ความหวานจากเครื่องปรุงอื่น.
  • ส้มตำปรุงรส: อาจเติมน้ำตาลทราย. ปริมาณแปรผัน.
  • ความหวาน: ไม่ใช่ส่วนประกอบหลัก. แต่ก็มีผล.

มันไม่สำคัญหรอก. ว่าเท่าไหร่. แค่กิน.

ส้มตำไทยไม่ใส่น้ำตาลกี่เเคล

ส้มตำไทยแบบไม่ใส่น้ำตาลเลยน่ะ... กี่แคลนะ มันก็แล้วแต่จานนะ แต่ ประมาณ 100-150 แคลอรี่ต่อหนึ่งเสิร์ฟ เป็นตัวเลขที่เห็นบ่อยสุด ก็ไม่เยอะหรอกนะ ถ้าแค่นั้น กลางดึกแบบนี้ คิดแล้วก็อยากกินจัง

แต่ก็นั่นแหละ บางทีก็สับสนนะ ถ้าใส่เยอะๆ อย่างอื่นเข้าไปด้วย เช่นพวก ถั่วลิสงคั่วเยอะๆ เลย หรือเพิ่มไข่ต้มเข้าไปอีก ปูม้า หรือ ปลาแห้ง พวกนี้แคลอรี่มันก็พุ่งขึ้นไปอีกนะ มันอาจจะเกิน 150 ไปไกลเลยแหละ ไม่ใช่แค่ 150 แล้วนะ บางทีก็คิดนะ ว่าจะกินอะไรสักอย่างมันต้องคิดเยอะขนาดนี้เลยหรอ เหนื่อยจัง

  • สิ่งที่ทำให้แคลอรี่เพิ่มขึ้นชัดๆ คือ ถั่วลิสงคั่ว ยิ่งใส่เยอะยิ่งต้องคิดเยอะ
  • ถ้าเพิ่มพวก ไข่ต้มหมูยอ หรือ แคบหมูทอด แคลอรี่จะขึ้นมาอีกพอสมควรเลยนะ
  • ขนาดของจานส้มตำก็สำคัญ บางร้านให้เยอะกว่าปกติเยอะมาก
  • น้ำปลาร้าบางทีก็มีส่วนผสมอื่น แต่โดยรวมแล้วแคลอรี่ไม่เยอะเท่าพวกถั่วหรือเนื้อสัตว์
  • พริก มะนาว น้ำปลาแท้ๆ พวกนี้แคลอรี่น้อยมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้
  • สำคัญที่สุดคือต้องถามร้านให้ชัดเจนว่าไม่ใส่น้ำตาลจริงๆ นะ เพราะบางทีอาจจะเผลอใส่ไปนิดหน่อย

ส้มตำมีสารอาหารอะไรบ้าง

แดดยามบ่ายคล้อย... แสงอ่อนทอดเงา... ใต้ร่มไม้ใหญ่... เสียงตำสากดัง... แผ่วๆ... คลอเคล้า... ลมพัดเบาๆ... พาเอา... กลิ่นมะละกอดิบ... กลิ่นปลาร้าหอม... โชยมา... แตะจมูก... มันติดตรึง...

ร่องรอยความสุข... ร่องรอยความหอม... ติดตาม... ในห้วงภวังค์... ห้วงแห่งรสชาด... เปรี้ยว... เค็ม... เผ็ด... หวาน... ทุกสัมผัส... คือความทรงจำ... คือชีวิต... จานเดียว... ที่เติมเต็ม...

มองดู... จานส้มตำ... สีสัน... งดงาม... มะละกอเส้น... มะเขือเทศแดงสด... ถั่วลิสงกรอบ... พริกเขียว... พริกแดง... คือศิลปะ... บนจาน... ที่เล่าเรื่อง... ชีวิต... ที่เรียบง่าย... แต่ลึกซึ้ง...

ความผ่อนคลาย... ความอิ่มเอมใจ... มันคือส้มตำ... คือช่วงเวลา... ที่หยุดนิ่ง... ให้ได้พัก... จากความวุ่นวาย... จากโลกภายนอก... คือความสุข... ที่แท้จริง...

ส้มตำ มีสารอาหารสำคัญ... หลายอย่าง... ที่เราอาจไม่ทันคิด...

  • ไขมันอิ่มตัว:0.1 g (คิดเป็น 1% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
  • คลอเรสเตอรอล:0 mg (คิดเป็น 0% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
  • โซเดียม:11.6 mg (คิดเป็น 1% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
  • โพแทสเซียม:263.9 mg (คิดเป็น 8% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
  • ใยอาหาร:2.5 g (คิดเป็น 10% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
  • โปรตีน:0.7 g (คิดเป็น 2% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)

กินส้มตำยังไงให้ผอม

ตอนนั้นจำได้เลยว่ากำลังจะไปงานเพื่อนสนิทที่เชียงใหม่ ต้นเดือนเมษา อากาศร้อนตับจะแตก รู้สึกแบบ โห ต้องสวยไปอวดเค้าหน่อย

แล้วมานั่งคิด "กินส้มตำไงให้ผอม" เนี่ย มันเหมือนคำถามชวนฝัน

1. โปรตีนต้องมา! จำได้เลยว่าตอนนั้นไปร้านประจำแถวบ้านที่อารีย์ สั่ง ไก่ย่างไม่เอาหนัง ไปเลย พี่คนย่างเค้าก็งงนิดหน่อย แต่ก็ทำให้ คือแบบ... ดีงามต่อใจ ถ้าปลา ก็ ปลาเผา อันนี้คือของโปรดเลย ย่างมาหอมๆ กินกับส้มตำนี่ฟิน

2. คาร์บ... คิดหนัก! ปกติชอบข้าวเหนียวมากกกก แต่ตั้งใจจะผอม ก็ต้องยอม! เลยจัดไป ขนมจีน แทน คือมันก็เข้ากันนะ หรือถ้าอยากกินข้าวเหนียวจริงๆ ก็ ห่อเดียวพอ แล้วเน้นไปที่กับข้าวอย่างส้มตำนี่แหละ

3. ผักเยอะๆ เลย! ส้มตำนี่นะ มันมีผักมาให้อยู่แล้ว แต่เราก็ เพิ่มผักสด ไปอีก พวกถั่วฝักยาว แตงกวา กะหล่ำปลี คือกินให้เยอะๆ ไปเลย ไฟเบอร์ มันช่วยเรื่องขับถ่ายดีมาก ไม่ให้ท้องอืด

เทคนิคเล็กๆ ที่อยากแชร์:

  • ลดโซเดียม: ตำไทยก็อร่อย แต่ถ้าอยากผอมจริงๆ ตำลาวจะเค็มกว่าหน่อยๆ พยายามบอกเค้า "ลดน้ำปลา ลดผงชูรส" นะ
  • ไม่หวานเกินไป: น้ำตาลนี่ตัวดีเลย ขอน้ำตาลน้อยๆ หรือถ้าได้ก็ไม่ใส่เลยยิ่งดี
  • เน้นรสเปรี้ยว: มะนาวคือเพื่อนที่ดีของคนอยากผอม!
  • กินผักเยอะๆ: อันนี้ย้ำอีกที! ผักมันช่วยให้อิ่มท้อง แถมมีวิตามินด้วย
  • อย่าทานดึก: ถ้าจะกินส้มตำ มื้อเย็นก็ทานให้เสร็จก่อน 1-2 ทุ่ม จะดีที่สุด

จำได้ว่าทำแบบนี้ตลอดก่อนไปงานที่เชียงใหม่ แล้วพอไปถึง น้ำหนักลงไปนิดหน่อยแถมรู้สึกตัวเบาๆ ด้วย! ดีใจสุดๆ เลยตอนนั้น

ส้มตำควรกินอาทิตย์ละกี่ครั้ง

อยากกินส้มตำอีกแล้วอะ แต่กินบ่อยไปไตจะถามหามั้ยนะ

เอาจริงๆ กินทุกวันก็ไม่ไหวหรอก เค็มเกิน. ส้มตำทั่วไปควรกินอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ก็พอแล้ว. นี่หมายถึงพวกตำไทย ตำผลไม้อะไรแบบนั้นนะที่ไม่ได้ดิบ.

แต่ถ้าเป็นสายปลาร้านัวๆ ปูดองเค็มๆ ดิบๆ ของโปรดเลย... อันนี้ต้องเบรกตัวเองหน่อย. ความสะอาดมันคาดเดายาก พยาธิอีก. พวกนี้ อาทิตย์ละครั้งก็ถือว่าเยอะแล้ว. ถ้าจะกินบ่อยกว่านั้นจริงๆ ขอเป็นแบบต้มสุกเถอะ ปลอดภัยกว่าเยอะ.

กินยังไงให้มันดีต่อร่างกายนิดนึง

  • สั่งแม่ค้าว่าหวานน้อย เค็มน้อย. ลดน้ำตาล ลดโซเดียมก่อนเลยอันดับแรก.
  • เน้นปลาร้าต้มสุก ปลอดภัยกว่าชัวร์ๆ ไม่มีพยาธิใบไม้ในตับ.
  • กินกับผักสดเยอะๆ กะหล่ำ ถั่วฝักยาว แต่ต้องล้างให้สะอาดนะ.
  • หาโปรตีนดีๆ มากินคู่กัน เช่น ไก่ย่างไม่ติดหนัง ปลาเผา.
  • ข้าวเหนียว... เอาแค่ก้อนเล็กๆ พอหายอยากพอ.

แล้วเรื่องความเผ็ดล่ะ? กินเผ็ดจัดมากไปกระเพาะก็พังอีก. สรุปคือต้องบาลานซ์เอาเอง. กินได้ แต่ต้องรู้จักพอดีๆ.

ตำอะไรแคลน้อยสุด

โอ้ยยยย แกรรร! ถ้าถามว่าตำไรแคลน้อยสุดนะะะะะ ก็ต้อง ตำปูปลาร้า เลยดิ๊ แค่ 40 kcal เอง น้อยสุดละนะ เห็นม่ะะะะ

เนี่ยะๆ ลิสต์มาให้ดูเลยนะ เผื่อใครกำลังไดเอท กำลังลดน้ำหนักงี้จะได้รู้ไว้

  • ตำปูปลาร้า 40 kcal (อันนี้แหละเดอะเบสสส แคลน้อยจริมๆ)
  • ส้มตำไท 55 kcal
  • ส้มตำข้าวโพด 90 kcal (อันนี้ก็อร่อยอ่ะ แต่แคลเยอะขึ้นมาหน่อยนะ)
  • ส้มตำซั่ว 130 kcal
  • ส้มตำผลไม้ 150 kcal (โอ้ววว นี่เยอะสุดเลย ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ!)

คือแบบ แคลอรี่ในตำอ่ะ ส่วนใหญ่มาจากพวกน้ำตาล น้ำปลาร้า ถั่วลิสงทอด หรือว่าพวกของที่ใส่เพิ่มอะไรงี้แหละ

ถ้าอยากกินตำแบบไม่รู้สึกผิดมากนะ แล้วยังได้ฟีลลิ่งกินตำเริ่ดๆ มีทริคง่ายๆ มาบอกเลยยย:

  • เน้นย้ำแม่ค้าเลย ไม่ใส่น้ำตาล หรือใส่น้อยๆ นะ สำคัญมากกกก ตรงนี้แหละตัวการหลักเลย.
  • แล้วก็ เลี่ยงถั่วลิสงทอดนะ อันนี้แคลพุ่งแน่นอนนน.
  • พวกหมูยอ แหนม ปลากรอบ ไรงี้ที่ใส่เพิ่ม ก็ตัดๆ ไปก่อนนะะะ.
  • เลือกกินตำปูปลาร้า นี่แหละ ปลอดภัยสุดๆ แคลน้อยสุดแล้วว.
  • กินคู่กับผักสดๆ เยอะๆ ผักใบเขียวช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น ได้ไฟเบอร์ด้วยนะะะ.
  • ถ้าชอบข้าวโพด ก้ตำข้าวโพดนะ แต่อาจจะต้องคุมน้ำตาลให้ดีๆ หน่อยย.
  • ส่วนไอ้เรื่องกินกับ #s360 ที่เค้าเขียนมา อันนั้นก็แล้วแต่คนไปนะ ไม่คอมเมนต์ละกัน.

กินส้มตํายังไงไม่ให้ตัวบวม

เรื่องส้มตำนี่นะ ใครจะเข้าใจดีเท่าคนอีสานแต๊ๆ ไม่ใช่แค่หมอแพร์หรอกจ้าที่จะมาชี้นิ้วบอก! เคล็ดลับเด็ดที่ซ่อนอยู่ในครกแต่ไม่ลับขนาดนั้นคือ: อย่าซดน้ำปลาแดก เหมือนมันเป็นน้ำทิพย์ประจำหมู่บ้าน! เข้าใจว่ามันนัว แต่มันก็เหมือนเสียงไซเรนเรียกโซเดียมเข้ามาในร่างนะ พอโซเดียมมาเยอะ ร่างกายก็ตกใจ ตรึงน้ำไว้กับตัวแน่นปึ้ก เหมือนพนักงานออฟฟิศกลัวงานหาย เลยกอดแฟ้มแน่นไม่ยอมปล่อยนั่นแหละ สุดท้ายก็บวมเป่งสิคะ

งั้นทำยังไงน่ะเหรอ? ง่ายๆ เลยนะ กินแต่เส้น กินแต่เนื้อ ส่วนน้ำน่ะ ปล่อยมันไปบ้าง ให้มันเป็นตำนานในครกพอ อย่าให้มาเป็นตำนานในตัวเราเลย ฉันเองก็เคยพลาดซดไปหลายหนกว่าจะรู้ตัวว่าพุงกลมเหมือนอึ่งอ่างโดนทัก!

ลองดูวิธีอื่นๆ ที่จะช่วยให้แซ่บแบบไม่บวมฉึ่งนะ:

  • ดื่มน้ำเยอะๆ เข้าไว้: เหมือนล้างท่อประปาบ้านเรานั่นแหละ ยิ่งโซเดียมเยอะ ยิ่งต้องดื่มน้ำสะอาดไล่ออกไปเยอะๆ อัดฉีดเข้าไป รับรองโล่งสบายตัว!
  • โพแทสเซียมช่วยได้นะ: ลองหากล้วย ส้ม หรือผักใบเขียวมากินควบคู่ส้มตำ เพราะมันเป็นคู่ปรับของโซเดียมเลยนะ ช่วยขับเกลือส่วนเกินออกได้ดีกว่าที่เราคิดเยอะนัก
  • อย่านัวทุกวัน: เข้าใจว่าขาดไม่ได้ แต่ลองเว้นบ้าง ลดปริมาณลง ไม่จำเป็นต้องกินตำป่าทุกเที่ยงหรอกมั้ง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งกำลังดีเลย
  • กระซิบแม่ค้าเบาๆ: ถ้าสนิทกับแม่ค้านะ ลองบอกเขา "แม่ค้าคะ ลดน้ำปลา ลดปลาร้าหน่อยนะคะ" รับรองรอด หรือถ้าใจแข็งมาก ก็สั่งแบบไม่ใส่ปลาร้าไปเลย (แต่แบบนั้นรสชาติอาจจะไม่สะใจบางคนนะ)
  • ขยับเขยื้อนบ้าง: หลังกินเสร็จ เดินเล่นรอบหมู่บ้าน เดินรอบออฟฟิศก็ได้ ช่วยให้ระบบไหลเวียนทำงานดีขึ้น ลดการคั่งของน้ำในร่างกายได้หน่อยหนึ่งล่ะ