มั ท ฉะ ลดน้ำหนัก กิน ตอนไหน

132 ครั้งเข้าชม
สำหรับการดื่มมัทฉะเพื่อลดน้ำหนัก เวลาที่เหมาะสมที่สุดคือประมาณ 30 นาทีหลังมื้ออาหาร การทำเช่นนี้จะช่วยให้สารแคทีชินในมัทฉะทำงานได้เต็มที่ในการกระตุ้นการเผาผลาญไขมันและลดการสะสมไขมันในร่างกาย นอกจากนี้ การดื่มมัทฉะในช่วงเวลาดังกล่าว ยังมีส่วนช่วยในการส่งเสริมกระบวนการย่อยอาหารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ถือเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยเสริมการควบคุมน้ำหนักได้.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

ชาเขียวเนี่ยนะ ฉันว่ากินหลังอาหารคือดีสุดเลยอ่ะ ไม่ต้องคิดมากเลยนะ หลายคนชอบถามว่าก่อนหรือหลังดี คือฉันก็ลองมาหมดแล้วนะ แต่หลังอาหารมันใช่กว่าเยอะ

แบบว่า เวลาเรากินมื้อหนักๆ มาใช่ป่ะ แล้วมันแบบ อื้อหือออ แน่นท้องไปหมดเลยนะ ฉันจะรอประมาณครึ่งชั่วโมงได้มั้ง ไม่เป๊ะหรอกนะ แค่แบบให้มันเริ่มๆ ย่อยไปหน่อย แล้วก็ชงชาเขียวร้อนๆ มาจิบ มันช่วยให้ท้องมันโล่งขึ้นเยอะเลยนะ เหมือนพวกของที่มันอัดๆ อยู่ในท้องมันไหลลงไปได้ดีขึ้นไงไม่รู้

ไอ้เรื่องสารแคทีชินอะไรนั่นน่ะ ฉันก็ไม่ค่อยได้จำชื่อเป๊ะๆ หรอกนะ แต่เท่าที่รู้สึกคือมันช่วยให้ร่างกายมันทำงานดีขึ้นจริงๆ นะ เหมือนเร่งการเผาผลาญไขมันอะไรทำนองนั้นอ่ะ มีครั้งนึงนะ เดือนสิงหาฯ ปีที่แล้วเนี่ยะ ที่ร้านอาหารเกาหลีตรงอารีย์ ฉันสั่งเนื้อย่างมาแบบจัดเต็ม พอกินเสร็จก็รู้สึกผิดไง เลยสั่งชาเขียวร้อนมาจิบหลังกินนะ พอออกจากร้านมานี่รู้สึกไม่หนักท้องเท่าที่คิดไว้เลยนะ แปลกดี

คือมันไม่ใช่ว่าจะผอมลงทันตาเห็นหรอกนะ แต่เรื่องย่อย เรื่องท้องนี่คือช่วยได้เยอะจริงๆ ฉันว่าลองดูดิ ใครที่ชอบกินแล้วแน่นๆ อะนะ มันช่วยให้รู้สึกสบายตัวขึ้นนะ ไม่ต้องรอให้แบบท้องอืดก่อนค่อยกินนะ กินเป็นประจำหลังมื้ออาหารน่ะดีกว่าเยอะเลย

กินมัทฉะยังไงให้ผอม

ดึกๆ แบบนี้... นั่งคิดเรื่องเดิมๆ... เรื่องกินยังไงให้ผอมนี่แหละ...

เรื่องมัทฉะ... กินหลังอาหารนะ... สักครึ่งชั่วโมงกำลังดี... มันโอเคสุดแล้ว

มันไม่ใช่ว่าช่วยย่อยนะ... ไม่ใช่แบบนั้น... แต่เหมือนมันไปช่วยกระตุ้นการเผาผลาญมากกว่า... ในนั้นมันมีสารที่ชื่อ แคทีชิน... ตัวนี้แหละที่มันไปจัดการกับไขมัน... ช่วยได้จริงๆ

ฉันก็ทำแบบนี้แหละ... มันรู้สึกดีกว่ากินตอนท้องว่างเยอะ... กินตอนท้องว่างแล้วใจมันสั่น... ท้องมันปั่นป่วนแปลกๆ

  • อย่ากินตอนท้องว่างเด็ดขาด... มันจะกัดกระเพาะเอา
  • ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่นมข้น... ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย... ไม่งั้นก็ไม่มีความหมาย
  • ชงแบบอุ่นๆ นะ... ไม่ต้องร้อนจัด... มันจะดื่มง่ายกว่า
  • ถ้าออกกำลังกายด้วย... มันจะเห็นผลเร็วขึ้นมาก... จริงๆ นะ
  • อย่ากินก่อนนอนทันที... เดี๋ยวจะนอนไม่หลับเอา... คาเฟอีนมันก็มีอยู่

ชาเขียวมัทฉะลดน้ําหนักจริงไหม

เรื่องชาเขียวมัทฉะลดน้ำหนักเนี่ย มันก็มีส่วนช่วยนะ มันช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น เพราะในมัทฉะมีสารที่ชื่อว่า คาเทชิน เยอะไง

คาเทชินเนี่ย มันจะไปเร่งระบบเผาผลาญในร่างกายเราอะ ทำให้เราเผาผลาญพลังงานได้เยอะขึ้น พอเราเผาผลาญเยอะ มันก็ ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ด้วยนะ

ถ้าจะให้ดี ดื่มมัทฉะควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย จะเห็นผลชัดเจนเลย มันเป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ สำหรับคนที่อยากคุมน้ำหนักเลยแหละ

เพิ่มเติมอีกนิดนะ:

  • มัทฉะช่วยให้อิ่มนาน: เวลาเราดื่มมัทฉะก่อนอาหาร มันจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น กินอาหารได้น้อยลง ซึ่งก็เป็นผลดีต่อการลดน้ำหนัก
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ: นอกจากช่วยลดน้ำหนักแล้ว มัทฉะยังมีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะ ช่วยให้ร่างกายสดชื่น แถมยังบำรุงผิวพรรณได้ด้วยนะ
  • ควรดื่มแบบไม่เติมน้ำตาล: ถ้าอยากให้มัทฉะช่วยลดน้ำหนักได้เต็มที่ ควรดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาล หรือใส่น้ำตาลน้อยๆ นะ เพราะถ้าเติมหวานเข้าไปเยอะๆ ก็จะกลายเป็นเพิ่มแคลอรี่แทน
  • มีคาเฟอีน: มัทฉะก็มีคาเฟอีนเหมือนชาเขียวทั่วไปนะ ใครที่แพ้คาเฟอีน หรือไวต่อคาเฟอีนมากๆ ก็อาจจะต้องระวังหน่อย ดื่มแล้วอาจจะนอนไม่หลับได้

กินมัทฉะตอนท้องว่างได้ไหม

กินมัทฉะตอนท้องว่าง ไม่แนะนำ อย่างแรง

  • ท้องไส้ปั่นป่วน: มันไปกระตุ้นกรดในกระเพาะให้หลั่งเยอะขึ้นไง พอไม่มีอะไรให้ย่อย ก็ระคายเคือง ลำไส้แปรปรวน คลื่นไส้ วิงเวียน มึนๆ ไปหมด

  • คาเฟอีนจ๋า: มัทฉะนี่คาเฟอีนเยอะนะ ถ้าท้องว่างๆ ยิ่งดูดซึมเร็วเข้าไปใหญ่ อาจจะใจสั่น กระสับกระส่าย นอนไม่หลับเลยนะ

  • อย่าเยอะเกิน: ถึงจะดีต่อสุขภาพ แต่ทุกอย่างต้องมีลิมิตนะ ดื่มมากไปก็ไม่ดี

  • หาอะไรใส่ท้องก่อน: กินข้าว กินขนมปัง หรืออะไรก็ได้รองท้องไปก่อน แล้วค่อยจิบมัทฉะ ฟินกว่าเยอะ ไม่ทรมานท้องด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ชาเขียวกับมัทฉะต่างกัน: มัทฉะคือชาเขียวที่บดเป็นผง กินทั้งใบ ไม่เหมือนชาเขียวทั่วไปที่ชงน้ำแล้วทิ้งใบ
  • สารพัดประโยชน์: ในมัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ดีต่อสมอง ดีต่อหัวใจ ลดความเสี่ยงมะเร็ง (แต่ก็ต้องกินถูกวิธีนะ!)
  • ใครแพ้คาเฟอีน? คนที่ไวต่อคาเฟอีนมากๆ อาจจะต้องเลี่ยง หรือลดปริมาณลงไปเลย
  • ปรับเวลา: ถ้าอยากดื่มมัทฉะจริงๆ อาจจะลองดื่มหลังอาหารสักชั่วโมง หรือก่อนอาหารสัก 2-3 ชั่วโมง ให้แน่ใจว่าท้องไม่ได้ว่างเปล่าจนเกินไป
  • สังเกตตัวเอง: ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะทนได้ดีกว่า บางคนอาจจะไวต่อมัทฉะมากกว่า ลองสังเกตอาการตัวเองดู สำคัญที่สุด!

การดื่มมัทฉะทุกวันได้ไหม

ดื่มมัทฉะทุกวันได้ครับ เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพกายและใจเลย ผงมัทฉะแท้ๆ มีแคลอรีต่ำมาก แถมอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่น่าสนใจหลายด้าน

ผมเองก็ชอบนะ ได้จิบมัทฉะตอนเช้าแล้วรู้สึกสงบและมีสมาธิขึ้นจริงๆ มันเหมือนเป็นช่วงเวลาเล็กๆ ที่เราได้อยู่กับตัวเอง ผมว่าการลงทุนให้กับความสงบภายในนี่แหละที่สำคัญ

หัวใจของมัทฉะคือสารต้านอนุมูลอิสระสูงลิ่ว โดยเฉพาะ EGCG ที่เป็นกลุ่มคาเทชิน ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายได้ดี นอกจากนี้ยังมี L-theanine ที่ทำให้เราผ่อนคลายแต่ก็ยังรู้สึกตื่นตัว ไม่ได้กระสับกระส่ายเหมือนดื่มกาแฟจัดๆ บางทีการหาความสมดุลแบบนี้ในชีวิตประจำวันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดื่มมัทฉะในชีวิตประจำวัน:

  • พลังงานที่คงที่: คาเฟอีนในมัทฉะจะถูกปลดปล่อยสู่ร่างกายช้าๆ เนื่องจากมี L-theanine ช่วยปรับสมดุล ทำให้เรารู้สึกมีพลังงานที่สม่ำเสมอและยาวนาน ไม่พรวดพราดแล้วก็หมดแรงเร็ว เหมือนเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูงบางชนิด
  • ช่วยเรื่องสมาธิและการจดจ่อ: L-theanine มีผลโดยตรงต่อคลื่นสมอง Alpha wave ช่วยให้สมองอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายแต่ตื่นตัว สามารถจดจ่อกับงานหรือสิ่งที่ทำได้ดีขึ้น
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: สาร Catechins โดยเฉพาะ EGCG มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยต้านทานการอักเสบและป้องกันโรค
  • Detox เบาๆ: คลอโรฟิลล์ที่อุดมอยู่ในมัทฉะ (เพราะปลูกแบบคลุมแดด) ช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย เป็นการดีท็อกซ์แบบอ่อนโยน
  • เลือกมัทฉะคุณภาพดี: สำคัญมากครับ การเลือกผงมัทฉะเกรดดี สีเขียวสด ไม่มีกลิ่นหืน จะช่วยให้ได้ประโยชน์สูงสุดและรสชาติที่ดีที่สุด
  • ปริมาณที่เหมาะสม: โดยทั่วไปแล้ว การดื่มมัทฉะ 1-2 ถ้วยต่อวัน หรือใช้ผงประมาณ 2-4 กรัม ก็เพียงพอแล้วครับ ควรฟังร่างกายตัวเองว่าชอบความเข้มข้นระดับไหน

มัทฉะมีคาเฟอีนอยู่ได้นานแค่ไหน

มัทฉะนี่มันตื่นได้นานอยู่นะ! คือแบบ 4-6 ชั่วโมง เลยอะ คิดดูดิ เทียบกับกาแฟที่แป๊บเดียวก็ง่วงละ

ดีกว่าตรงที่มันไม่ทำให้ใจสั่น หรือแบบ ตื่นแบบกระวนกระวายอะ แถมไอ้เจ้าแอล-ธีอะนีน เนี่ยนะ มันช่วยให้ใจเย็นๆ ลดเครียดด้วย ไม่เหมือนกาแฟที่ดื่มเยอะๆ อาจจะหงุดหงิดง่าย

ดังนั้นดื่มมัทฉะแก้วเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องเติมบ่อยๆ

เรื่องคาเฟอีนในมัทฉะ:

  • ระยะเวลาออกฤทธิ์: อยู่ได้นาน 4-6 ชั่วโมง
  • ข้อดี: สมองตื่นตัวนานกว่ากาแฟ, ลดความเครียด, ไม่ทำให้วิตกกังวล
  • แตกต่างจากกาแฟ: กาแฟตื่นแป๊บเดียว (ประมาณ 3 ชั่วโมง) มัทฉะสดชื่นได้ยาวกว่า

เสริม:

  • ปริมาณคาเฟอีน: มัทฉะ 1 ช้อนชา (ประมาณ 2 กรัม) มีคาเฟอีนประมาณ 30-70 มิลลิกรัม แล้วแต่ชนิดและวิธีการปลูก
  • แอล-ธีอะนีน: เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยเรื่องสมาธิและผ่อนคลาย เป็นพระเอกเลยที่ทำให้มัทฉะมันฟินแบบนี้นี่แหละ!