เนื้อปลาเน่าดูยังไง

81 ครั้งเข้าชม
เนื้อปลาเน่า สังเกตได้ดังนี้: ลักษณะภายนอก: ผิวปลาไม่เป็นประกาย มีเมือกเหนียว ตาขุ่นลึก กลิ่น: มีกลิ่นเหม็นเน่า ไม่ใช่กลิ่นทะเลสดชื่น เนื้อสัมผัส: เนื้อปลานิ่ม เละ ไม่แน่นเหมือนเดิม เหงือก: สีซีด หรือคล้ำ ไม่ชมพูสด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เนื้อปลาน่าจะเน่าหรือไม่ เน่าได้อย่างไร?

ตอนนั้นไปตลาดนัดแถวบ้าน วันที่ 15 กันยา ซื้อปลากระพงมาตัวนึง ร้อยห้าสิบ จำได้แม่นเลย เพราะแม่บ่นแพง ตอนแรกดูสดดีนะ ผิวมันวาว ตาใสปิ๊ง แต่พอถึงเย็น โอ้โห! เปลี่ยนไปเยอะเลย ประกายหายไปเกือบหมด เริ่มมีเมือกเหนียวๆ ตาฝ้าฟาง กลิ่นก็แปลกๆ ไม่ใช่กลิ่นทะเลสดชื่นแล้ว มันเหม็นอับ เนื้อก็เริ่มนิ่มลง แย่เลย สุดท้ายต้องทิ้งไป เสียดายตังค์มาก!

ปลานี่เน่าได้หลายแบบนะ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความสดตอนซื้อ และวิธีเก็บรักษาด้วย บางทีแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เน่าแล้ว ถ้าเก็บไม่ดี ร้อนๆ ยิ่งเน่าเร็ว เนื้อจะเละ เหม็นมาก กลิ่นฉุน ต่างจากกลิ่นทะเลสดๆ เห็นชัดเลยล่ะ ครั้งนั้นสอนให้รู้ว่า ปลาสดต้องเลือกดีๆ เก็บดีๆ ด้วย ถึงจะไม่เสียดายเงิน และไม่ท้องเสียด้วยนะ.

ดูยังไงว่าเนื้อเน่า

แสงแดดอ่อนๆของเช้าวันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม 2566 ลอดผ่านม่านหน้าต่างห้องครัว... อากาศเย็นฉ่ำราวกับสัมผัสฝนแรกของฤดูหนาว ความทรงจำของวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังวนเวียนอยู่ในหัว... ความหวานมันของสเต็กเนื้อวากิวที่ฉันปรุงเอง... แต่ตอนนี้ ฉันต้องตรวจสอบเนื้อในตู้เย็น... กลิ่นอะไรแปลกๆ...

  • กลิ่นเปรี้ยวฉุน: เหมือนน้ำส้มสายชูบูด หรือบางทีอาจแปลกกว่านั้น... เหมือนกลิ่นนมบูดผสมกับกลิ่นดิน อื้อ... น่ากลัวจัง
  • สีเปลี่ยน: จากแดงสดกลายเป็นสีน้ำตาลคล้ำ หรืออาจมีสีเขียวปน หรือเป็นเมือกเหนียวๆ ฉันไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
  • สัมผัส: เนื้อสัมผัสเละ ไม่แน่นกระชับเหมือนเดิม มันนุ่มยวบยาบ แบบที่ไม่ควรจะเป็น

ถ้าเจออย่างใดอย่างหนึ่ง ทิ้งไปเลยค่ะ! อย่าเสี่ยง อาหารเป็นพิษไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่คุ้มกับความอร่อยนิดหน่อยหรอก ชีวิตเรามีค่ากว่านั้น

เคยกินเนื้อเน่าตอนเด็กๆ จำได้แม่นเลย ป่วยหนักเป็นอาทิตย์ ยังฝันร้ายถึงมันอยู่เลย... กลิ่นเหม็นนั้น ติดอยู่ในจมูกฉัน เหมือนผีเสื้อดำบินวนเวียนไม่หยุด จนถึงทุกวันนี้

วันนี้ฉันจะระมัดระวังให้มากขึ้น จะไม่ซื้อเนื้อจากแหล่งที่ไม่น่าไว้ใจ จะสังเกตสีและกลิ่นอย่างละเอียดก่อนนำมาปรุง ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ... ถึงแม้ว่าสเต็กจะอร่อยแค่ไหนก็ตาม...

เนื้อเน่ามีสีอย่างไร?

เนื้อเน่า? สีไม่ตายตัว

  • สีคล้ำ อาจเข้มจนดำ
  • สีเทา หรืออมเขียว
  • มีเมือกเหนียว สัมผัสชื้นแฉะ
  • กลิ่นฉุนรุนแรง เหม็นเน่าเปรี้ยว

ปีนี้ (2566) ยังคงใช้หลักการเดียวกันในการตรวจสอบความสดใหม่ของเนื้อสัตว์ ความแตกต่างขึ้นอยู่กับชนิดและการเก็บรักษา

มีวิธีดูเนื้อเสียอย่างไรบ้าง?

  • เนื้อเสียดูไง? อืมมม... จับๆ ดูก่อนเลย ถ้ามันเละ อ่ะ แบบ... แย่เลยนะ

  • ราขึ้น นี่ตัวดีเลย เขียวๆ ขาวๆ เป็นจุดๆ งี้ บ๊ายบาย

  • สีก็สำคัญนะ ถ้าคล้ำๆ ผิดปกติ ไม่สดใส อย่าเสี่ยง

  • กลิ่น! ลืมดมไปได้ไง! ถ้ามีกลิ่นแปลกๆ เปรี้ยวๆ นี่ใช่เลย

  • เนื้อแห้งๆ แข็งๆ ก็ไม่น่ารอดอ่ะ ปกติเนื้อดีๆ ต้องมีความชื้นบ้างนะ

  • การเก็บรักษาสำคัญมากเลยนะ แบบ... ถ้าลืมแช่แข็งนี่จบเห่เลยป่ะ?

  • อุณหภูมิห้อง... อืมมม เนื้อไม่ควรอยู่นานอ่ะ เสี่ยงมาก

  • ข้อมูลเพิ่มเติม:

    • เนื้อบดเสียเร็วกว่าเนื้อชิ้นนะ ระวัง
    • ถ้าไม่แน่ใจ โยนทิ้งไปเลย อย่าเสียดาย
    • ซื้อเนื้อจากร้านที่ไว้ใจได้ สำคัญสุดๆ!

เนื้อสัตว์ที่เน่าเสียมีลักษณะอย่างไร?

โอ้ยยย เรื่องเนื้อเนี่ย! เคยเจอแบบจะอ้วกมาแล้ว คือไปซื้อหมูสามชั้นที่ตลาดแถวบ้าน (ตลาดสดตรงซอยวัดลาดปลาเค้าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่เอง) กะจะเอามาทำหมูกรอบให้ลูกชายสุดที่รัก

อาการเนื้อเสียที่จำได้แม่น:

  • สี: ปกติหมูสามชั้นมันต้องชมพูสวย ๆ ใช่ปะ? อันนี้คือออกเขียวคล้ำ ๆ ตรงหนังอ่ะ เห็นแล้วใจเสีย
  • กลิ่น: ไม่ต้องพูดถึง กลิ่นนี่ตีขึ้นจมูกเลย เหม็นแบบเหม็นเน่า เหม็นเปรี้ยว บอกไม่ถูก คือรู้เลยว่ากินไม่ได้
  • เนื้อสัมผัส: กด ๆ ดูแล้วมันเละ ๆ ยุ่ย ๆ ไม่เหมือนหมูสดที่มันจะแน่น ๆ หน่อย

ตอนนั้นคือเซ็งมาก เสียทั้งเงิน เสียทั้งความรู้สึก แถมต้องรีบขับรถออกไปหาซื้อหมูใหม่ที่แม็คโครลาดพร้าวอีก โคตรเสียเวลา! เข็ดไปเลยกับการซื้อของสดที่ตลาดที่ไม่คุ้นเคย

  • จุลินทรีย์ตัวร้าย: พวกตัวการที่ทำให้เนื้อเสียก็คือจุลินทรีย์ที่มันเติบโตในเนื้อสัตว์นี่แหละ มันสร้างสารพัดสารที่ทำให้เนื้อเปลี่ยนสี เปลี่ยนกลิ่น เปลี่ยนรส
  • สารพัดปัญหา: นอกจากสี กลิ่น เนื้อสัมผัสแล้ว บางทีมันก็ทำให้เกิดเมือก ๆ เหนียว ๆ บนเนื้อด้วยนะ อันนั้นก็ตัวดีเลย ห้ามกินเด็ดขาด!
  • แก้ไขเบื้องต้น: ถ้าไม่แน่ใจว่าเนื้อเสียหรือยัง ให้ดมดูก่อนเลย ถ้ากลิ่นมันผิดปกติ ต่อให้สีดูโอเคก็อย่าเสี่ยงกินเลย ทิ้งไปเถอะ!

ปลาทูนึ่งสด ดูยังไง?

แสงแดดอ่อนๆยามเช้า ทะเลสีครามสะท้อนประกายระยิบระยับ กลิ่นไอทะเลเค็มปนหวานลอยมาตามลม นี่แหละ... วันนี้ฉันจะเลือกปลาทูน่าสด สดจริงๆนะ ไม่ใช่ของเมื่อวานซืน

  • ลำตัวอ้วนกลม เนื้อแน่นปึ้ก เหมือนกำลังจะกระโดดโลดเต้นในมือฉันเลย
  • ดวงตา โอ้โห ใสปิ๊ง! เหมือนเพชรเม็ดโต นูนเด้ง ไม่ใช่ดวงตาที่จมลึก เหมือนปลาที่หมดแรงแล้ว
  • เหงือกแดงก่ำ สดใส สีชมพูอมแดง ไม่ใช่สีซีดจาง หรือสีม่วงคล้ำ เหมือนปลาที่ใกล้จะเน่าแล้วนะ
  • ครีบ กางเต็มที่! สมบูรณ์ ไม่มีรอยฉีกขาด เหมือนปีกนกที่พร้อมจะโบยบิน
  • เนื้อปลาแน่น เด้งดึ๋ง เมื่อกดเบาๆ ไม่ยุบตัว ไม่เป็นโพรง เหมือนเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลแต่ไม่เหลว
  • กลิ่นคาว หอมอ่อนๆ เป็นกลิ่นทะเลแท้ๆ ไม่ใช่กลิ่นเปรี้ยว ไม่ใช่กลิ่นเหม็นเน่า ไม่มีกลิ่นแปลกปลอมปนเลย

อืม...ปีนี้ฉันเลือกซื้อจากตลาดปลาสดแถวบ้าน คุณป้าที่ขายใจดีมาก ให้เลือกปลาได้ตามใจชอบเลย ปลาตัวนี้...ใช่เลย ปลาทูน่าสดๆ สมบูรณ์แบบจริงๆ

ฉันเลือกซื้อปลาทูน่ามาแล้ว 2 กิโลกรัม วันที่ 27 ตุลาคม 2566 ที่ตลาดสดเทศบาลนครหาดใหญ่ จำได้แม่นเลย