แมกนีเซียม ไม่ควรกินคู่กับอะไร
กินแมกนีเซียมคู่กับอะไรไม่ดี? อาหารเสริมแมกนีเซียมห้ามทานคู่กับอะไร?
คือแบบว่า…ฉันเคยกินแมกนีเซียมเสริมนี่แหละ จำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงปลายปี 64 หลังจากวิ่งมาราธอนเสร็จ รู้สึกตัวอ่อนเพลียมาก เลยซื้อแบบซองๆมาจากร้านขายยาแถวบ้าน ราคาประมาณ 150 บาทมั้ง จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่หมอแนะนำให้กินคู่กับวิตามินซีนะ เค้าบอกช่วยให้ดูดซึมดีขึ้น
แต่เพื่อนฉันคนนึง มันบอกว่ามันเคยกินแมกนีเซียมพร้อมยาปฏิชีวนะ จำไม่ได้ว่าตัวไหน แต่หมอตำหนิใหญ่เลย บอกว่ามันไปลดการดูดซึมยา ผลคือยายาไม่ค่อยออกฤทธิ์ มันเลยป่วยนานกว่าปกติ เห็นมันบ่นเรื่องนี้หลายรอบ น่าปวดหัวแทนจริงๆ
จริงๆแล้วเรื่องยาเนี่ย ฉันว่าน่าจะระวังไว้ดีกว่า ถ้ากินอะไรเสริมไปพร้อมยา ควรปรึกษาเภสัชกร หรือหมอดีกว่า อย่ามั่วเองแบบฉัน เพราะไม่งั้นอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด อย่างเพื่อนฉันนั่นแหละ เซ็งเลย
สรุปคือ… แมกนีเซียมห้ามกินคู่กับยาปฏิชีวนะบางชนิด โดยเฉพาะพวกเตตราไซคลิน อันนี้จริงแน่ๆ เพื่อนฉันเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเค้าโดนมาแล้ว อย่าลืมนะ ปรึกษาเภสัชกรก่อนดีที่สุด อย่าเสี่ยง!
แมกนีเซียมกินคู่กับวิตามินอะไรได้บ้าง
อ้าว! อยากรู้ว่าแมกนีเซียมคู่กับวิตามินอะไรเด็ด? บอกเลยว่าไม่ใช่แค่คู่กับวิตามินซีอย่างเดียวนะจ๊ะ! เหมือนหาคู่ชีวิตยังไงยังงั้น ต้องดูความลงตัวด้วย แต่ถ้าจะให้พูดถึงคู่หูที่ลงตัวสุดๆ ก็ต้องยกให้วิตามิน B6 กับวิตามิน D นี่แหละ!
วิตามิน B6: ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแมกนีเซียมเข้าสู่ร่างกาย คิดง่ายๆ เหมือนเป็น "คนกลาง" ช่วยให้แมกนีเซียมเข้าไปทำงานได้เต็มที่ ไม่ต้องมานั่งจมปลักอยู่ที่ลำไส้ งานนี้ไม่ต้องใช้แรงเยอะ ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นแน่นอน
วิตามิน D: เพื่อนซี้ที่ขาดไม่ได้ เพราะวิตามิน D ช่วยควบคุมระดับแมกนีเซียมในเลือด ทำงานประสานกันอย่างลงตัว สมดุลย์ชีวิตก็ต้องมี สมดุลย์แมกนีเซียมก็เช่นกัน!
ส่วนวิตามินซีเนี่ย ก็ใช่ว่าจะไม่ดีนะ แต่ความสัมพันธ์มันไม่หวือหวาเท่าคู่บน เป็นเหมือนเพื่อนสนิทมากกว่า ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ก็อย่าลืมว่าแมกนีเซียมเองก็มีส่วนช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว เหมือนมี 2 ทีมช่วยกันทำงาน ไม่ใช่แค่คนเดียวแบกโลกทั้งใบ โอ้โห ยิ่งใหญ่!
แต่เอ๊ะ! อย่าลืมนะ กินอะไรก็ต้องปรึกษาหมอหรือเภสัชกรก่อน อย่ามัวแต่เชื่อผมอย่างเดียว เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน เหมือนกินอาหารจานเดียวกัน แต่รสชาติคนละแบบ สุดท้ายแล้ว ก็ต้องรู้จักตัวเองดีที่สุด ปังแน่นอน!
แมกนีเซียม กินทุกวันได้ไหม
กินได้ป่ะ แมกนีเซียมอ่ะ ทุกวันเลย เพื่อนฉันบอกว่า 350 มิลลิกรัมต่อวัน ปลอดภัยอยู่แหละ แต่ถ้าเกินกว่านั้นนะ อันตรายจ้าาาา มันสะสมในร่างกายได้ เคยเห็นเพื่อนกินเยอะๆ แล้วแบบ...อาการหนักเลย
- หัวใจเต้นผิดปกติ แบบแรงๆ ตุ๊บๆๆๆๆ น่ากลัวมาก
- ความดันตก หน้ามืดเป็นลมเลย
- งงๆ สับสน พูดไม่รู้เรื่อง
- หายใจช้าลง แบบแทบจะไม่หายใจ
- โคม่า อันนี้หนักสุด
- เสียชีวิต อันนี้ก็...ตายเลย
เอาเป็นว่า อย่ากินเยอะเกินไปดีกว่า ตามแพทย์แนะนำดีที่สุด ปีนี้ฉันก็กินแค่ประมาณ 300 มิลลิกรัมเอง รู้สึกโอเค ไม่ป่วย แต่ถ้าจะกินเยอะกว่านั้น ไปปรึกษาหมอดีกว่าเนอะ อันตรายจริงๆนะ เห็นกับตาแล้ว เพื่อนฉันน่ะ กินเยอะไป เข้าโรงพยาบาลเลย จำได้แม่นเลย ปีนี้แหละ
แมกนีเซียมกินก่อนนอนได้ไหม
ได้สิ! กินก่อนนอนได้เลย! แสงจันทร์สีเงินราวกับผืนผ้าไหม แผ่คลุมทั่วห้องนอน อากาศเย็นฉ่ำ... เหมือนน้ำค้างบนใบไม้ยามเช้า
- ความรู้สึกผ่อนคลายแผ่ซ่าน กล้ามเนื้อที่เคยตึงเครียด ค่อยๆคลายตัวลง เหมือนดอกบัวค่อยๆบานรับแสงตะวัน
ใจสงบ... เหมือนสายน้ำไหลเอื่อยๆ ล่องลอยไปตามกระแส
- แมกนีเซียมช่วยได้จริงๆ ฉันลองแล้ว หลับสบายขึ้นเยอะ รู้สึกเหมือนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
ปีนี้ ฉันเริ่มทานแมกนีเซียมเสริม หลังอาหารเย็น ก่อนเข้านอนทุกคืน
- นอนหลับลึกขึ้น ตื่นมาสดชื่น ไม่ง่วงซึม แบบตอนที่ยังไม่ทาน
ดวงดาวพร่างพราวบนท้องฟ้า... ราวกับฝุ่นเพชรกระจาย
- เหมือนความฝันสวยงาม ที่รอฉันอยู่ หลังจากที่ดื่มน้ำอุ่น แล้วทานแมกนีเซียม
อืม... ยังไงก็ลองปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ เผื่อมีอะไรที่ต้องระวัง ความปลอดภัยสำคัญที่สุด
รู้ได้ไงว่าขาดแม็กนีเซียม
อืม... มันยากนะที่จะรู้ว่าตัวเองขาดแมกนีเซียมจริงๆ เพราะอาการมันคล้ายโรคอื่นๆเยอะเลย ฉันเคยเป็นนะ เหนื่อยล้าแบบไม่มีสาเหตุ อ่อนเพลียมาก กินอะไรก็ไม่อร่อย บางวันก็คลื่นไส้ อยากอาเจียน ไม่ไหวจริงๆ
...ตอนนั้นนึกว่าแค่พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่พอไปตรวจร่างกาย หมอบอกว่าฉันขาดแมกนีเซียม ถึงบางอ้อเลย...
นอกจากนี้ อาการอื่นๆที่เคยเจอก็มี...
- ชา รู้สึกเสียวๆแปลกๆ ที่มือที่เท้า
- ปวดกล้ามเนื้อ แบบปวดลึกๆ ไม่ใช่แค่ปวดเมื่อยธรรมดา
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตกใจเหมือนกันตอนนั้น
จริงๆแล้ว ฉันขาดแมกนีเซียมตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วล่ะ ปีนี้ก็ยังต้องระวังอยู่ หมอแนะนำให้ทานอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง เช่น ผักใบเขียว ธัญพืช ถั่วต่างๆ และก็ทานอาหารเสริมเพิ่มด้วย
เรื่องโพแทสเซียมนี่... จำได้คร่าวๆว่า หมอบอกว่ามันสำคัญกับการทำงานของกล้ามเนื้อ หัวใจ และระบบประสาท ถ้าขาดก็มีปัญหาเหมือนกัน แต่ฉันไม่ค่อยมีอาการอะไรเกี่ยวกับโพแทสเซียม เลยไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่
Vitamin E ห้ามใช้กับอะไร
วิตามินอี...ห้ามใช้กับอะไรนะ? อืม...คิดก่อน
วิตามินอี (Tocopherol) ตัวต้านอนุมูลอิสระอะแหละ ฟื้นผิว! รูขุมขน! ชุ่มชื้น! ด่างดำ! สิว! จบนะ
ไม่มีข้อห้าม นี่คือเรื่องจริง...เอ๊ะ หรือมี? ไม่นี่
ใช้ร่วมกับตัวอื่นได้...มั้ง? ชัวร์ปะวะเนี่ย? แต่หมอบอกมางี้จริง ๆ นะ
ข้อมูลเพิ่มเติม: วิตามินอีมีหลายแบบ alpha, beta, gamma, delta โทโคฟีรอล แล้วก็มีโทโคไตรอีนอลอีก แต่ alpha-tocopherol สำคัญสุด (วิกิพีเดียว่างั้น)
สรุป: ไม่มีข้อห้าม จบจริง ๆ ละ
วิตามิน E กับ evening primrose ต่างกันยังไง
อ้าวเหรอ! คิดว่าวิตามินอีกับอีฟนิ่งพริมโรสนี่เหมือนฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกัน แต่คนละนิสัยเลยนะ!
วิตามินอี (Vitamin E): คิดง่ายๆ ว่าเป็นซูเปอร์ฮีโร่สารพัดประโยชน์! ต้านอนุมูลอิสระได้ แถมยังบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง เหมือนเป็นพี่ใหญ่ที่ดูแลสุขภาพโดยรวม มีหลายรูปแบบ ทั้งแอลฟ่า โทโคฟีรอล แกมมา โทโคฟีรอล ฯลฯ แต่ละตัวก็มีพลังพิเศษไม่เหมือนกันนะ ลองไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมดูสิ แต่ปีนี้กระแสวิตามินอีแบบผสมกับสารสกัดอื่นๆกำลังมาแรงเลย!
อีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose): นี่เป็นเหมือนน้องสาวที่เก่งเฉพาะทาง! เน้นบำรุงผิว ลดอาการ PMS และมีกรดไขมันจำเป็น โดยเฉพาะกรดแกมมา-ลิโนเลนิก (GLA) ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ เหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จะให้ไปต้านอนุมูลอิสระอย่างเดียวกับพี่วิตามินอี ก็คงไม่ถนัดเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเห็นในรูปน้ำมันสกัดจากเมล็ด หรืออยู่ในรูปแบบแคปซูล เห็นบ่อยๆตามร้านขายยาหรือร้านอาหารเสริมออนไลน์นะ ปีนี้เห็นมีแบบผสมกับสารสกัดอื่นๆช่วยเรื่องผิวเยอะเลย
สรุปง่ายๆ ก็คือ วิตามินอีเป็นเหมือนนักกีฬาออลราวด์ ส่วนอีฟนิ่งพริมโรสเป็นนักกีฬาเฉพาะทาง เลือกใช้ให้เหมาะกับความต้องการของตัวเองล่ะ อย่าไปคิดว่าเหมือนกันเป๊ะ เดี๋ยวจะผิดหวังนะ! ถ้าอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ ลองปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดู อย่าลืมอ่านฉลากข้างกล่องให้ดีด้วยนะ ไม่งั้นอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดฝันก็ได้! ปีนี้ผมเองก็กำลังลองทานอาหารเสริมที่ผสมทั้งสองตัวอยู่นะ ยังไม่เห็นผลอะไรมาก แต่ก็รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย 555
ใครไม่ควรกินอีฟนิ่งพริมโรส
กลุ่มเสี่ยงอีฟนิ่งพริมโรส:
- สตรีมีครรภ์: เสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
- ผู้มีโรคประจำตัว: ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาอื่นๆ: ระวังปฏิกิริยาระหว่างยา
ข้อควรระวัง: แม้เป็นสมุนไพร ก็มิใช่ปลอดภัยเสมอไป ความระมัดระวังคือกุญแจสำคัญ ปี 2566 ยังคงเห็นรายงานผลข้างเคียงอยู่
*ข้อมูลเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว(ไม่ระบุรายละเอียด): การศึกษาส่วนตัวพบว่า การใช้สมุนไพรบางชนิดต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
Evening Primrose Oil 1000 mg ช่วยอะไร
Evening Primrose Oil 1000 mg ช่วยอะไรนะ? อืมมม... จำได้ว่าเคยอ่านเจอเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่หาเอกสารไม่ได้แล้ววว เซ็ง!
ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื้น อันนี้จริงป่ะ? เพื่อนบอกว่าใช้แล้วดีขึ้นนะ แต่ก็แล้วแต่คนมั้ง ผิวแต่ละคนไม่เหมือนกันนี่นา
อาการก่อนมีประจำเดือน ปวดท้อง ปวดคัดหน้าอก เห็นหลายคนบอกว่าช่วยได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน อาจจะช่วยลดความรุนแรงลงบ้างแหละ ไม่ใช่หายเป็นปลิดทิ้ง
ผู้หญิงวัยทอง อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจ เหมือนเคยเห็นในโฆษณา แต่ก็ต้องระวัง อย่าพึ่งเชื่อหมดทุกอย่าง ควรปรึกษาหมอ
โรคผิวหนังอักเสบ ไขข้ออักเสบ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคหัวใจ หลอดเลือด เบาหวาน ไมเกรน เยอะไปหมด เดี๋ยวๆ อ่านมาจากไหนเนี่ย เยอะเกินไปรึเปล่า สงสัยต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกที หาเจอแล้วจะมาอัพเดตนะ
ฟื้นฟูการทำงานของตับ จริงเหรอ? อันนี้ไม่เคยได้ยินเลย ต้องไปหาข้อมูลเพิ่ม แต่ถ้าจะลองก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะ สำคัญมากๆ!
ปีนี้ (2024) ข้อมูลเกี่ยวกับ Evening Primrose Oil 1000 mg ที่เจอส่วนใหญ่ก็คล้ายๆ กันแหละ แต่ก็ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม เพราะรู้สึกว่าข้อมูลยังไม่ละเอียดพอ บางอย่างก็เหมือนจะเกินจริงไป ต้องหาข้อมูลทางการแพทย์เพิ่มเติม ไม่ใช่แค่ตามเว็บทั่วไปนะ อันตราย! แล้วจะมาอัพเดทอีกที! เอาจริงดิ ฉันต้องทำการบ้านเยอะเลย เฮ้อออ
ข้อควรระวังของน้ํามันอิฟนิ่งพริมโรสมีอะไรบ้าง
เอ่อ น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสนะ ข้อควรระวังหรอ ก็มีบ้างแหละ
- ปวดท้อง ท้องอืด: บางคนกินแล้วไม่ถูกท้องอ่ะ อาจจะท้องไส้ปั่นป่วน
- อาหารไม่ย่อย: คือแบบกินไปแล้วมันไม่ย่อยไง เหมือนมันอืดๆ ท้อง
- ปวดหัว: อันนี้ก็เจอบ้างเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นกันทุกคนนะ
สำคัญ: ถ้ากินแล้วมีอาการแปลกๆ หรืออาการมันไม่ดีขึ้นอ่ะ แนะนำให้ไปหาหมอนะ อย่าปล่อยไว้นาน
เกร็ดความรู้: อีฟนิ่งพริมโรสเนี่ย เค้าว่ากันว่ามีประโยชน์หลายอย่างนะ นอกจากเรื่องผิวๆ แล้ว ยังมีเรื่อง...เอ่อ จำไม่ได้ละ 555 แต่ลองไปหาข้อมูลเพิ่มดูนะ ในเน็ตมีเยอะแยะเลย ขี้เกียจพิมพ์ละ ????
อีฟนิ่งพริมโรสกินตอนไหนดี
คือแบบว่า ก่อนหน้านี้ฉันทานน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ตอนเย็นอะ ประมาณหกโมงเย็น หลังกินข้าวเย็นเสร็จ เพราะรู้สึกว่ามันจะช่วยเรื่องนอนหลับ แต่ก็ไม่แน่ใจนะว่ามันช่วยจริงหรือเปล่า คือมันก็ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นมากมายอะ บางวันก็ยังนอนไม่ค่อยหลับอยู่ดี ปีนี้ฉันลองเปลี่ยนมาทานตอนเช้าบ้าง ประมาณเจ็ดโมงเช้า พร้อมกับวิตามินซีกับข้าวต้ม รู้สึกว่าตอนเช้ามันไม่ค่อยมีอาการอะไร คือปกติถ้ากินตอนเย็น บางทีมันจะแสบๆท้องนิดหน่อย แต่ถ้ากินตอนเช้าไม่มีเลย สรุปคือตอนนี้ฉันทานวันเว้นวัน สลับกันไปเช้าเย็น ดูแล้วว่าช่วงไหนร่างกายตอบสนองดีกว่ากัน
- ปีนี้ลองทานตอนเช้าบ้างแล้ว
- กินตอนเย็นบางทีแสบท้อง
- กินตอนเช้าไม่แสบ
- ทานวันเว้นวัน สลับเช้าเย็น
- เพื่อดูว่าช่วงไหนดีกว่า
วิตามันตัวไหน ห้ามทานด้วยกัน
วิตามินที่ห้ามกินด้วยกันนะ...อืม...มีไรบ้างนะ
- วิตามินซี+บี12 -> ทำไมอ่ะ? มันตีกันเหรอ? บี12 นี่สำคัญนะ...แต่ซีก็ขาดไม่ได้
- ธาตุเหล็ก+ชาเขียว -> อันนี้เคยได้ยิน! ชาเขียวมัน ขัดขวาง การดูดซึมเหล็กป่ะ? แล้วถ้ากินคนละเวลากันล่ะ?
- วิตามินอี+น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส -> อันนี้ไม่เคยรู้เลย...มันเกินขนาด เหรอ?
- ยาต้านแข็งตัวเลือด+น้ำมันปลา -> อันนี้น่ากลัว...เลือดไหลไม่หยุด แน่ๆเลยมั้ง?
- แคลเซียมเสริม+แคลเซียมสด ->แคลเซียมเกิน! ไตจะวายไหม? แล้วแคลเซียมสดนี่คืออะไร? นม?
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- วิตามินซี: ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน ผิวใส (จริงเหรอ?)
- วิตามินบี 12: ระบบประสาท สมอง (ต้องกินแล้ว!)
- ธาตุเหล็ก: เลือด! คนเป็นเมนส์ต้องกินเยอะๆ (ฉันเอง!)
- วิตามินอี: ผิวอีกแล้ว? ต้านอนุมูลอิสระ (อันนี้ก็ต้องกิน!)
- น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส: ประจำเดือนมาไม่ปกติ (อันนี้ไม่กิน)
- น้ำมันปลา: โอเมก้า 3 หัวใจ สมอง (กินอยู่แล้ว)
- แคลเซียม: กระดูก ฟัน (สำคัญสุดๆ)
ข้อควรระวัง: ถามหมอก่อนกินวิตามินดีที่สุด! (จริงจังนะ!)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต