4 รอบของ TCAS คืออะไร มีอะไรบ้าง
TCAS รอบ 1-4 คืออะไร? มีขั้นตอนอะไรบ้าง?
โอเค มาๆ เล่าให้ฟังแบบบ้านๆ เลยนะ ไอ้ TCAS เนี่ย มันก็เหมือนบันไดหลายขั้นที่เราต้องปีนขึ้นไป เพื่อเข้ามหาลัยในฝันอะแหละ มันมีหลายรอบให้เราได้ลองเสี่ยงโชคกัน
TCAS รอบ 1: Portfolio รอบนี้เน้นโชว์ของ! ใครมีผลงานเริ่ดๆ เกียรติบัตรปังๆ จัดใส่แฟ้มให้เต็มที่ แล้วยื่นไปเลย จำได้ว่าตอนนั้นทำพอร์ตแทบไม่ได้นอน คืออยากให้มันออกมาดีที่สุดอะ
TCAS รอบ 2: Quota รอบนี้ส่วนใหญ่เป็นโควตาสำหรับเด็กต่างจังหวัด หรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษอะไรแบบนั้น ถ้าเรามีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ ก็ลองดูได้ ไม่เสียหาย
TCAS รอบ 3: Admission รอบนี้แหละตัวจริง! ใช้คะแนนสอบต่างๆ มายื่นแข่งกัน ใครคะแนนดีก็ได้ไป คือต้องอ่านหนังสือกันหัวแตกอะช่วงนั้น
TCAS รอบ 4: Direct Admission รอบนี้คือรอบเก็บตก สำหรับคนที่ยังไม่มีที่เรียน เขาจะเปิดรับตรงกันเอง ใครสนใจคณะไหนก็สมัครไปเลย แต่ต้องรีบหน่อยนะ เพราะที่นั่งเหลือน้อยแล้ว
ส่วนขั้นตอนอะไรพวกนั้นอะ ลองเข้าไปดูในเว็บ tcas.in.th ได้เลย เค้ามีข้อมูลอัพเดทตลอดแหละ ตอนนั้นฉันก็สิงอยู่เว็บนั้นแหละ 5555 ขอให้โชคดีนะทุกคน!
รอบ 3 รอบ 4 ต่างกันยังไง
รอบ 3 กับรอบ 4 TCAS Admission ต่างกันยังไง? เอ้า! มาดูกัน! อย่าคิดว่าเหมือนกันนะจ๊ะ มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยล่ะ! (เว่อร์ไปไหม? แต่ก็ใกล้เคียงนะ)
รอบ 3: เหมือนเป็นการแข่งขันมวยไทย วัดกันด้วยหลายๆ อย่าง ไม่ใช่แค่หมัดเดียว ต้องใช้ทั้งฝีมือการต่อสู้ ความอดทน และดวง! (หมายถึง พอร์ต คะแนนสอบต่างๆ และความโชคดีนิดหน่อย)
รอบ 4 (Admission): นี่มันการแข่งขันวิ่งมาราธอนชัดๆ! วัดกันที่ความอึด ความสม่ำเสมอ! ใครเกรดดีตั้งแต่ ม.4 มาเรื่อยๆ ก็เหมือนมีพลังงานเหลือเฟือ วิ่งสบายๆ เข้าเส้นชัยก่อนใครเพื่อน! (GPAX คือตัวชี้วัดหลัก เพื่อนผมหลายคนพลาดรอบนี้เพราะมัวแต่เมาเกมส์ตอน ม.4-5) ส่วนคะแนน 9 วิชาสามัญ TGAT/TPAT ก็แค่เครื่องช่วยวิ่ง ช่วยเพิ่มความเร็วบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ตัวตัดสินหลัก!
สรุปสั้นๆ ถ้ารอบ 3 เป็นการวัดความสามารถรอบด้าน รอบ 4 ก็คือการวัดความสม่ำเสมอและความอดทน ใครเตรียมตัวดี มาตั้งแต่ต้น รอบนี้มีโอกาสสูงกว่าแน่นอน! แต่จำไว้! จำนวนที่รับน้อยกว่า นี่คือความท้าทายที่แท้จริง! คิดซะว่าเป็นการคัดเลือกสุดยอดนักรบ แค่เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเก่งและอดทนด้วย! (ปีนี้สถาบันผมเปลี่ยนแปลงเกณฑ์อะไรบ้างก็ไม่รู้ รอติดตามข่าวสารกันเอาเองนะ)
ระบบ TCAS ปี 67 มีกี่รอบ
TCAS67 มี 4 รอบ
- Portfolio: โอกาสสำหรับคนมีของ อย่าประมาท
- Quota: พื้นที่ของคนมีสิทธิ์ อย่ามองข้าม
- Admission: สนามสอบรวม แข่งขันสูง
- Direct Admission: โอกาสสุดท้าย อย่าทิ้ง
สอบอะไร? แล้วแต่มหาวิทยาลัย
- TGAT/TPAT สำคัญ เตรียมตัวดีๆ
- A-Level อย่าละเลย เนื้อหาเยอะ
- คะแนนอื่นๆ ดูระเบียบการให้ละเอียด
พลาดรอบไหน? ก็แค่เริ่มใหม่
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- TCAS ไม่ใช่ทุกอย่าง ชีวิตมีมากกว่านั้น
- แต่ละรอบมีเกณฑ์ต่างกัน อ่านให้ดี
- คณะแพทย์ แข่งขันสูง เตรียมตัวให้พร้อม
ความสำเร็จไม่ได้วัดแค่ TCAS
TCAS รอบที่ 1 มีชื่อว่าอย่างไร และมีคุณสมบัติเฉพาะในรอบนี้อย่างไรบ้าง
อืมม… TCAS รอบแรก มันเรียก Portfolio ใช่มั้ย ปีนี้ก็ยังใช้ระบบนี้อยู่เหมือนเดิมนะ จำได้ไม่ค่อยลืมเลย เหนื่อยมากตอนทำ
ตอนนั้น รู้สึกกดดัน ต้องเตรียมผลงาน ต้องคิด ต้องทำ มันเหมือนต้องพิสูจน์ตัวเองอะไรอย่างนั้นแหละ ทุกอย่างมันตีกันอยู่ในหัว นอนไม่หลับหลายคืนเลย
ตอนนี้คิดย้อนกลับไปแล้วก็… เฮ้อ…
- ต้องทำ Portfolio ส่ง เอาผลงานที่ตัวเองภูมิใจ ที่แสดงความสามารถด้านที่เราอยากเรียน จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก แต่พอมาเจอแรงกดดันมันก็…
- ไม่มีสอบข้อเขียน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะง่ายขึ้นนะ ตรงข้ามด้วยซ้ำ การทำ Portfolio มันต้องคิดเยอะกว่าเยอะ ต้องทำให้มันดูดี ดึงดูด มันเหมือนการแข่งขันที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าใช้ความจำ
รู้สึกเหมือนชีวิตตอนนั้นมันวนเวียนอยู่แต่กับการทำ Portfolio ทุกอย่างมันหมุนรอบๆ มัน จนบางครั้งก็รู้สึกท้อ แต่ก็ต้องสู้ต่อ เพราะอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้ ปีนี้คงมีเด็กหลายคน กำลังรู้สึกเหมือนกัน
TCAS รอบที่ 2 มีชื่อว่าอย่างไร และมีคุณสมบัติเฉพาะในรอบนี้อย่างไรบ้าง
TCAS รอบ 2: เรียกว่ารอบโควตา
คุณสมบัติเฉพาะ: ขึ้นอยู่กับแต่ละคณะ/มหาวิทยาลัย ไม่มีเกณฑ์ตายตัว ปี 2567 แต่ละที่กำหนดเอง บางที่เน้นผลการเรียน บางที่อาจมีเกณฑ์อื่นร่วมด้วย เช่น กิจกรรม ผลงาน หรือสัมภาษณ์ ตรวจสอบรายละเอียดจากแต่ละมหาวิทยาลัยโดยตรง อย่าเชื่อข้อมูลเก่า
ข้อควรระวัง: เกณฑ์เปลี่ยนแปลงได้ทุกปี ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด อย่าพลาดกำหนดสำคัญ การเตรียมตัวล่วงหน้าสำคัญที่สุด ประสบการณ์ส่วนตัว: เคยสอบตก TCAS รอบนี้ เพราะประมาทเรื่องการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด อย่าให้เป็นบทเรียนซ้ำๆ
รอบ3 เสี่ยงไหม
รอบ 3 เสี่ยงไหม? เสี่ยงกว่าปีนเขาเอเวอเรสต์ตอนหน้าหนาว! ไม่ใช่แค่เสี่ยงเล็กน้อยนะจ๊ะ เสี่ยงแบบเอาชีวิตไปวัดดวงเลยล่ะ!
เพราะอะไรถึงขนาดนั้น? ก็อย่างที่ว่า ข้อมูลหายากกว่าไข่แดงในกะทิ! รุ่นพี่ปีที่แล้วเค้าคะแนนเท่าไหร่ หาไม่เจอ! เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรแปซิฟิก! เราจะรู้ได้ไงว่าคะแนนเราพอไหวหรือเปล่า? นี่แหละคือความเสี่ยง!
- หาข้อมูลยาก: เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร รุ่นพี่หายไปไหนหมด?
- ไม่รู้ลุ้นติดหรือไม่: เหมือนเล่นหวย ซื้อแล้วก็ลุ้น ไม่รู้จะถูกรางวัลหรือเปล่า
- ต้องวัดดวงล้วนๆ: อาศัยดวงล้วนๆ สวดมนต์ขอพรกันได้เลย
- ควรเช็คข้อมูลก่อน: หาข้อมูลให้แน่น เลือกคณะ/สาขาที่มีข้อมูลคะแนนรุ่นพี่ อย่าลอยชาย!
สรุปง่ายๆ คือ รอบ 3 มันวัดดวงล้วนๆ! ถ้าอยากชัวร์ ต้องหาข้อมูลให้ดี เลือกคณะที่หาข้อมูลได้ อย่าหวังพึ่งแต่ดวง! ผมนี่เคยเกือบพลาดมาแล้วนะ เพราะเชื่อใจดวงเกินไป ปีนี้เลยตั้งใจกว่าเดิมเยอะ เลือกเฉพาะคณะที่มีข้อมูลชัดเจนเท่านั้น!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต