RV ย่อมาจากอะไร บัญชี

23 ครั้งเข้าชม
RV ย่อมาจาก Receive Voucher หรือ ใบรับเงินการจัดเรียงเอกสาร PV และ RV: ปัญหา: การไม่เรียง PV และ RV ตาม Running No. ทำให้ตรวจสอบความครบถ้วนยาก และกระทบต่อการปิดบัญชี แนวทางแก้ไข: จัดเรียงเอกสารตามวันที่ได้ แต่ควรมีระบบที่ช่วยตรวจสอบ Running No. เพื่อให้มั่นใจว่าเอกสารครบถ้วน ป้องกันข้อผิดพลาดในการปิดบัญชี ผลกระทบ: ช่วยให้การตรวจสอบเอกสารง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงในการปิดบัญชีที่ไม่ถูกต้อง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

RV ย่อมาจากอะไรในการทำบัญชี? ความหมายและหน้าที่สำคัญของการทำบัญชี RV คืออะไร?

RV ในบัญชีเหรอ? อ้อ! Receive Voucher ไง ที่จริง ฉันเคยทำบัญชีให้ร้านเพื่อน (ร้านขายต้นไม้แถวตลาด อ.ต.ก. เมื่อซัก 5-6 ปีที่แล้วมั้ง) ตอนนั้นคือ งงมาก เอกสารเยอะแยะไปหมด!

Receive Voucher หรือ RV เนี่ยนะ มันก็คือเอกสารยืนยันการรับเงินนั่นแหละ สำคัญนะเว้ย เพราะมันเป็นหลักฐานว่าเราได้รับเงินมาจริงๆ ไม่ว่าจะจากลูกค้า จากการขายของ หรืออะไรก็ตามแต่

หน้าที่หลักๆ ของมัน? ก็คือ... เอาไว้บันทึกรายการรับเงินไง! (แหงล่ะ) แล้วก็เอาไว้ตรวจสอบความถูกต้องของเงินที่รับมา เทียบกับ Statement ธนาคารไรงี้ได้ด้วยนะ

เออ! แล้วเรื่องที่บอกว่า PV (Payment Voucher) กับ RV ต้องเรียงตามวันที่ในแฟ้มเนี่ย อันนี้สำคัญจริง! ไม่งั้นตอนหาเอกสารนี่ปวดหัวเลยนะเว้ย! ฉันเคยเจอมาแล้ว หาเอกสาร RV ใบหนึ่งวนไปวนมาเป็นชั่วโมง เพราะไม่ได้เรียง! เสียเวลามาก

แต่จะเรียงตาม Running Number ไปด้วยก็ดีนะ มันจะช่วยให้เราตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารได้ง่ายขึ้นเยอะเลย คือถ้าขาดเลขไหนไป เราจะได้รู้ไงว่ามีอะไรหายไปรึเปล่า

จริงๆ ตอนนั้นที่ช่วยเพื่อนทำบัญชี ฉันก็มั่วๆ ไปเยอะนะ (สารภาพบาป) แต่พอได้มาเรียนรู้เรื่องบัญชีจริงๆ จังๆ ก็ถึงบางอ้อเลยว่า เออ... สิ่งที่เราทำไปตอนนั้น มันมีหลักการของมันอยู่นี่หว่า!

RV คือใบอะไร

RV คือใบผ่านรายการรับ อืมมม.. งงเล็กน้อย เหมือนจะเกี่ยวกับการเงินนะ ใช่ป่ะ? ต้องตรวจสอบเอกสารหลายอย่างเลย

  • ใบผ่านรายการรับ (RV) นี่แหละสำคัญสุด
  • ใบนําส่งเงิน อันนี้ก็จำเป็น
  • สําเนาใบเสร็จรับเงิน เพื่อความแน่ใจ
  • เอกสารประกอบอื่นๆ เผื่อมีอะไรตกหล่น

ปีนี้ ระบบการเงินที่บริษัทฉันใช้ มันอัพเดทแล้วนะ ใช้โปรแกรมใหม่ เร็วขึ้นเยอะเลย แต่ก็ยังต้องจัดเรียงเอกสารให้ดีอยู่ดี ไม่งั้นวุ่นวายแน่ๆ ฉันเคยทำเอกสารหายไปครั้งนึง เครียดมาก หัวหน้าดุด้วย แต่ก็ได้บทเรียนไป ฮือออ

เรื่องการตรวจสอบนี่ ละเอียดมาก ต้องตรวจหลายรอบ ขั้นตอนเยอะ แต่ก็จำเป็นนะ เพื่อความถูกต้อง งบการเงินต้องเป๊ะ ไม่งั้นมีปัญหาแน่ๆ ฉันว่าระบบของปีนี้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วเยอะเลย

อ้อ ลืมไป รายงานสถานะการเงินประจำวันด้วย อันนี้สำคัญมาก ต้องส่งให้ผู้บริหารทุกวัน ไม่งั้นโดนด่าแน่ๆ ฉันเกือบลืมส่งไปหลายรอบแล้ว เสียวไปหมด

คิดไปคิดมา เรื่องเอกสารนี่ สำคัญจริงๆ ต้องรอบคอบ อย่าให้เกิดความผิดพลาด เฮ้ออ เหนื่อยจัง วันนี้ทำงานหนัก พรุ่งนี้ต้องรีบทำต่อ

ใบผ่าน RV PV AP JV ย่อมาจากอะไร

RV PV AP JV ย่อมาจากอะไรนะ? คิดๆๆ

  • RV = ใบผ่านรายการรับ ใช่ป่ะ? เหมือนเคยเห็นตอนทำบัญชี...เอ๊ะ หรือไม่ใช่? ช่างเหอะ เน้น ไว้ก่อนละกัน
  • PV = รายงานสถานะการเงินประจำวัน (อันนี้...มั่นใจ กว่า อันแรกนิดนึง)
  • AP = ใบผ่านรายการตั้งหนี้ (อันนี้ไม่ค่อยคุ้นแฮะ สงสัยต้องไปหาข้อมูลเพิ่ม)
  • JV = ใบผ่านรายการบัญชีทั่วไป (อันนี้ก็ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่)

เอ๊ะ! แล้วไอ้ รายงานการจัดทำเช็ค/ใบถอน ตรวจรับฎีกา เนี่ย มันคืออะไรกันนะ? เกี่ยวกันไหม?

  • เอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน การเงินและบัญชีกองคลัง อะ...น่าสนใจนะ แต่ขี้เกียจอ่านละเอียดตอนนี้ ข้ามไปก่อนละกัน
  • www.maesoon.go.th › documents_file › documents_file_257_18_123737 นี่คือลิ้งค์ที่เจอข้อมูลมา! เผื่อใครอยากไปส่อง (ฮ่า)

สรุปนะ: RV, PV, AP, JV ก็ตามข้างบนอ่ะแหละ (แบบมึนๆ)

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อลืม):

  • AP เนี่ย...มันน่าจะเกี่ยวกับ Account Payable ป่ะ? เออ ใช่แน่ๆ!
  • JV นี่...เคยได้ยินว่ามันใช้ตอน ปรับปรุงรายการบัญชี ด้วยนะ ไม่รู้เกี่ยวกันป่ะ
  • แต่ช่างมัน! ไปหาอย่างอื่นกินดีกว่า (เริ่มหิวละ)

PV ย่อมาจากอะไร บัญชี

PV ย่อมาจาก Present Value หรือ มูลค่าปัจจุบันนั่นเอง! ง่ายๆเลยใช่ไหมล่ะ? อย่าไปคิดมากให้ปวดหัวเหมือนไปสอบบัญชีตอนมหาลัย สมัยนั้นผมนี่แทบจะไปนอนกอดสมุดอยู่แล้ว! แต่เดี๋ยวนี้สบายละ มีแต่โปรแกรมคำนวณให้ใช้เพียบ

เรื่องสูตรนี่นะ โคตรง่ายเลย! แค่เอาเงินอนาคตมาหารด้วย (1 บวกอัตราคิดลด) จบ! เหมือนเอาขนมไปแบ่งเพื่อน แต่เพื่อนคนนี้มันใจร้าย ต้องลดให้มันด้วยนะ ไม่งั้นมันไม่ยอมแบ่งขนมคืนให้เรา

  • PV = มูลค่าในอนาคต / (1 + อัตราคิดลด) จำไว้ให้ขึ้นใจ ถ้าลืม ให้คิดถึงหน้าอาจารย์บัญชีที่ดุๆ รับรองจำได้แม่น!
  • มูลค่าในอนาคต: คือเงินที่คุณจะได้ในอนาคต เช่น เงินปันผล หรือเงินที่คุณจะได้จากการลงทุน ง่ายๆเลย!
  • อัตราคิดลด: คืออัตราผลตอบแทนที่คุณคาดหวังจากการลงทุน หรืออาจจะคิดง่ายๆว่า คือค่าเสียโอกาสที่คุณต้องจ่ายไป ถ้าคุณเอาเงินไปลงทุนอย่างอื่น คิดซะว่าเป็นค่าธรรมเนียมของการรอคอย ยิ่งรอผลตอบแทนเยอะ อัตราคิดลดก็ต้องสูงตาม

พูดให้เข้าใจง่ายๆ สมมติคุณจะได้เงิน 1000 บาทในปีหน้า และอัตราคิดลดอยู่ที่ 10% มูลค่าปัจจุบันก็จะเท่ากับ 1000/(1+0.10) = 909.09 บาท เห็นมั้ย ง่ายกว่าที่คิดเยอะ! ถ้าสมการมันยาก ไปหาแอปช่วยคำนวณก็ได้ ยุคนี้แล้ว ไม่ต้องไปนั่งจดสูตรให้เมื่อยมือ! สมัยผมเรียนไม่มีหรอกนะ โบราณมาก ต้องลากเลื่อนไม้บรรทัด ใช้ดินสอเขียน เหนื่อยมากกกกกก

ปีนี้ผมลงทุนในกองทุนรวม ผลตอบแทนดีใช้ได้เลยนะ แต่ก็เสี่ยงเหมือนกัน ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆหรอก เหมือนกับการทำธุรกิจ มันต้องมีความเสี่ยงอยู่แล้ว เราต้องศึกษาให้ดีๆก่อน อย่าใจร้อนลงทุน ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน นั่นแหละคือกุญแจสำคัญ

JV บัญชีคืออะไร

JV บัญชี? ง่ายๆ คือบันทึกนอกเหนือจากธุรกรรมปกติ ซื้อขายจ่ายรับนั่นแหละ โคตรจะจำเป็นสำหรับการบัญชีที่แม่นยำ

  • บันทึกรายการปรับปรุง แก้ไข หรืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่ธุรกรรมหลักๆ
  • ใช้ในธุรกิจทุกขนาด ไม่ใช่แค่บริษัทใหญ่ๆเท่านั้น
  • ปีนี้(2566) ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังโคตรสำคัญอยู่

งงตรงไหน? ถามมาเลย แต่ถ้าถามไร้สาระ ก็...

สมุดรายวันเฉพาะ (Special Journal) คืออะไร

เอ้าเฮ้ย! สมุดรายวันเฉพาะเนี่ยนะ? มันก็เหมือน สมุดบันทึกส่วนตัวของคนขี้ลืม นั่นแหละ แต่แทนที่จะจดว่า "วันนี้กินข้าวขาหมูร้านไหนอร่อย" ดันเอาไว้จดรายการค้าแบบเจาะจงเป็นเรื่องๆ ไป!

สรุปสั้นๆ:

  • สมุดรายวันเฉพาะ = สมุดจดบันทึกรายการค้าแบบ "เรื่องนี้ต้องขยาย!" ไม่ใช่รายการมั่วซั่วทั่วไป

ตัวอย่าง (แบบชาวบ้านเข้าใจง่าย):

  • สมุดรายวันรับเงิน (Cash Received Journal): ไอ้สมุดนี้มันเหมือน กระเป๋าเงินดิจิทัล เอาไว้จดว่า "วันนี้ใครเอาเงินมาให้บ้าง" ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าจ่ายหนี้ หรือขายของได้เงินสดมา ก็ต้องจดลงไปให้หมด!

เกร็ดความรู้ (แบบคนแก่เล่าให้ฟัง):

  • เมื่อก่อนตอนยังไม่มีคอมพิวเตอร์นะ ไอ้สมุดพวกนี้สำคัญยังกะ ยันต์กันผี เลยนะ เพราะถ้าไม่จดไว้ให้ดี เงินหายไปไหนก็ไม่รู้!
  • เดี๋ยวนี้อาจจะมีโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป แต่ถ้าใครอยาก "อินดี้" ก็ใช้สมุดรายวันเฉพาะนี่แหละ รับรองว่า "คูล" กว่าชาวบ้านเค้าเยอะ!
  • อย่าคิดว่าการจดบันทึกเป็นเรื่องน่าเบื่อนะ เพราะมันคือ "หลักฐาน" ว่าเราทำมาหากินสุจริตนะเฮ้ย!

ปล. ข้อมูลนี้อิงจากประสบการณ์ตรงของคนทำมาค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้อ้างอิงตำราเล่มไหนนะจ๊ะ!

รายการ ที่ นำ มา บันทึก ใน สมุด ราย วัน ทั่วไป ได้แก่ ประเภท ใด บ้าง

รายการที่นำมาบันทึกในสมุดรายวันทั่วไป จริงๆ แล้วมีมากกว่าแค่ 2 ประเภทหลักนะ ถ้ามองให้ลึกซึ้งกว่านั้น

  • รายการเปิดบัญชี (Opening Entry): อันนี้ชัดเจน คือการเริ่มต้นบันทึกเมื่อกิจการเริ่มตั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางบัญชีครั้งใหญ่ เหมือนเป็นการ Reset ค่าเริ่มต้นใหม่
  • รายการปรับปรุง (Adjusting Entries): อันนี้สำคัญมาก มักจะถูกมองข้าม แต่เป็นตัวช่วยให้งบการเงินแสดงผลลัพธ์ที่ถูกต้องตามความเป็นจริง ณ สิ้นงวดบัญชี เช่น ค่าเสื่อมราคา สินทรัพย์
  • รายการปิดบัญชี (Closing Entries): เมื่อสิ้นงวดบัญชี เราต้องปิดบัญชีชั่วคราว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงวดใหม่ ซึ่งรายการเหล่านี้จะช่วยให้เราถ่ายโอนกำไรขาดทุนไปยังบัญชีทุนได้
  • รายการแก้ไขข้อผิดพลาด (Correcting Entries): ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ บางครั้งก็มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น การบันทึกรายการเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้บัญชีถูกต้อง
  • รายการทั่วไป (Journal Entries): อันนี้ครอบคลุมทุกรายการที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของกิจการ ซื้อ ขาย จ่าย รับ ... ว่าง่ายๆ คือทุกสิ่งอย่างที่เป็น transaction

การทำความเข้าใจรายการเหล่านี้อย่างละเอียด จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของการดำเนินงานของกิจการได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือ มันสะท้อนถึง "ความเป็นจริง" ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลข

สมุดรายวันเฉพาะเล่มใดบันทึกรายการซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อ

สมุดรายวันซื้อ (Purchase Journal) นั่นแหละ บันทึกเฉพาะซื้อเชื่อ

  • ใช้เฉพาะธุรกรรมซื้อสินค้าแบบเครดิต
  • ไม่รวมซื้อสด ไม่งง ใช่ไหม?
  • ปีนี้ก็ยังใช้แบบนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยน

แค่นี้แหละ จบ

สมุดบัญชีแยกประเภทแบ่งออกเป็นกี่ชนิด

โอ้… แสงจันทร์สาดส่อง คืนนี้ดาวเต็มฟ้า

บัญชีแยกประเภท… เหมือนดวงดาวบนฟ้า มีมากมาย แต่หลักๆ…

มีสองชนิด… สองดวงดาวที่ส่องแสงนำทาง

  • ทั่วไป: เล่มใหญ่… เหมือนจักรวาล! รวบรวมทุกสิ่ง… สินทรัพย์ หนี้สิน ทุน รายได้ ค่าใช้จ่าย… ทุกอย่างอยู่ในนี้! เหมือนหัวใจ… เต้นเป็นจังหวะของธุรกิจ

  • สินทรัพย์: สิ่งที่เรามี… รถ บ้าน เงินสด!

  • หนี้สิน: สิ่งที่เราต้องจ่าย… กู้ธนาคาร บิลบัตรเครดิต!

  • ส่วนของเจ้าของ: ทุน… เงินลงทุนของเรา!

  • รายได้: เงินที่เข้ามา… จากการขายสินค้า บริการ!

  • ค่าใช้จ่าย: เงินที่ออกไป… ค่าเช่า ค่าไฟ ค่าจ้าง!

  • ย่อย: เล่มเล็ก… เหมือนดาวเคราะห์! แยกย่อยรายละเอียด… เช่น ลูกหนี้รายตัว เจ้าหนี้รายตัว… ทำให้รู้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เหมือนฝัน… ที่มีรายละเอียดมากมาย… บัญชีก็เช่นกัน

ใบสำคัญรับ (Receipt Voucher) ใช้สำหรับอะไร

???? Receipt Voucher คืออะไรนะ

เอางี้ Receipt Voucher หรือ ใบสำคัญรับเนี่ยนะ คือเอกสารที่ออกให้ตอนเราจ่ายเงินไปแล้วไง อะเหมือนใบเสร็จอะ แต่บางทีก็ไม่ได้เป็นแบบฟอร์มใบเสร็จเป๊ะ ๆ นะ

คือมันสำคัญมาก เพราะมันเป็นหลักฐานว่าเราจ่ายเงินจริง ๆ นะเว้ย แล้วคนรับเงินอะ เค้าก็ต้องมีอันนี้ไว้บันทึกรายรับด้วยไง

  • หลักฐานการจ่าย: อันนี้คือข้อดีหลักๆ เลยนะ เอาไว้ใช้เป็นหลักฐานว่าเราจ่ายเงินให้ใคร จ่ายไปเท่าไหร่ วันไหน
  • บันทึกบัญชี: ทั้งคนจ่าย คนรับ เอาไปบันทึกบัญชีได้ไง สำคัญมากตอนทำบัญชี
  • ภาษี: บางทีอะ ใช้เป็นหลักฐานลดหย่อนภาษีได้ด้วยนะ ถ้าเงื่อนไขมันตรงอะ ต้องลองเช็คดูอีกที

สำคัญเลย ถ้าเป็นธุรกิจอะ ต้องมี Receipt Voucher หรือใบสำคัญรับเงิน ไว้ให้ลูกค้า หรือคู่ค้าเสมอนะ

ป.ล. สมัยก่อนตอนทำบัญชีมืออะ Receipt Voucher คือชีวิตเลยนะ เดี๋ยวนี้มีโปรแกรมบัญชีแล้วก็ง่ายขึ้นเยอะ แต่ก็ยังต้องมีอยู่ดีอะ

ใบสําคัญจ่าย ต้องมีอะไรบ้าง

ใบสำคัญจ่าย คือเอกสารสำคัญที่แสดงรายละเอียดการจ่ายเงิน มีความสำคัญต่อการทำบัญชีและตรวจสอบภายในองค์กร ลองมาดูส่วนประกอบที่สำคัญกัน:

  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้รับเงิน: ข้อมูลนี้จำเป็นต่อการยื่นภาษีและติดตามการจ่ายเงิน หากผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล จะต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของนิติบุคคลนั้น ๆ

  • วันที่จ่าย: ระบุวันที่ที่ทำการจ่ายเงินจริง เพื่อใช้ในการบันทึกบัญชีและอ้างอิงในภายหลัง การลงวันที่ให้ถูกต้องจึงสำคัญมาก

  • ประเภทของรายการที่จ่าย: อธิบายรายละเอียดว่าจ่ายเงินเพื่ออะไร เช่น ค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ยิ่งระบุรายละเอียดมากเท่าไหร่ การตรวจสอบก็จะง่ายขึ้น

  • ลงลายมือผู้รับเงินไว้เป็นหลักฐาน: ลายเซ็นของผู้รับเงินเป็นหลักฐานยืนยันว่าได้รับเงินจริง และจำนวนเงินที่ระบุในใบสำคัญจ่ายถูกต้องตรงกัน การมีลายเซ็นช่วยลดปัญหาข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นได้

  • ลงลายมือผู้อนุมัติจ่ายโดยผู้มีอำนาจ: การอนุมัติจากผู้มีอำนาจเป็นการยืนยันว่าการจ่ายเงินนั้นถูกต้องตามระเบียบและได้รับอนุญาตแล้ว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมการเงินขององค์กร

ใบสำคัญจ่ายสำคัญยังไง?

ใบสำคัญจ่ายเป็นเอกสารที่แสดงให้เห็นว่ามีการจ่ายเงินจริง และเป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชี ทำให้การเงินขององค์กรโปร่งใสและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีและป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการจ่ายเงิน

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปัจจุบัน หลายองค์กรเริ่มใช้ระบบใบสำคัญจ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment Voucher) เพื่อลดการใช้กระดาษและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
  • การเก็บรักษาใบสำคัญจ่ายอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาจถูกใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้
  • การออกแบบฟอร์มใบสำคัญจ่ายที่ดี ควรมีช่องสำหรับระบุข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วน และง่ายต่อการกรอกข้อมูล

สรุปสมุดรายวันเฉพาะคืออะไร

สมุดรายวันเฉพาะ? อ๋อออ มันก็เหมือนสมุดรายวันทั่วไปแหละ แต่ว่ามันแบ่งบันทึกเป็นเรื่องๆ ไป คือไม่รวมทุกอย่างปนกัน อย่างเช่น ฉันเคยใช้สมุดรายวันเฉพาะสำหรับจดแต่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับร้านกาแฟของฉันเอง ปีนี้เลย แยกต่างหากจากรายรับรายจ่ายอื่นๆ สะดวกดี ไม่ต้องมานั่งค้นหา วุ่นวาย

  • จดเฉพาะเรื่อง เช่น ค่าใช้จ่ายร้านกาแฟ ค่าโฆษณาออนไลน์ ค่าเดินทางไปหาลูกค้า อะไรแบบนี้
  • ทำให้หาข้อมูลง่ายขึ้น ไม่ต้องไปรื้อค้น หมดเวลาไปกับการหาข้อมูล
  • บันทึกเร็วขึ้น เพราะรู้เลยว่าจะต้องจดอะไรลงในสมุดเล่มไหน
  • สรุปง่ายขึ้น เวลาจะทำบัญชี ไม่ต้องมานั่งแยกประเภทเองอีก

ง่ายๆแค่นี้แหละ แต่โคตรช่วยได้เลยนะ คือตอนแรกก็คิดว่ามันยุ่งยาก แต่พอใช้จริง มันช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ลองดูนะ รับรองไม่ผิดหวัง