Safari ป้องกันตัวติดตาม คืออะไร

21 ครั้งเข้าชม
Safari ป้องกันการติดตาม: ฟีเจอร์สำคัญคือ "ป้องกันการติดตามอัจฉริยะ" ช่วยบล็อกเว็บไซต์ไม่ให้ติดตามกิจกรรมการท่องเว็บของคุณ รวมถึง IP address. คุณดูรายงานความเป็นส่วนตัวได้ ซึ่งจะแสดงจำนวนตัวติดตามที่ถูกบล็อก ให้ความโปร่งใสเรื่องความเป็นส่วนตัวของคุณปรับแต่งการตั้งค่าได้: สามารถปรับแต่งระดับการป้องกันตามต้องการ เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้น โดยเข้าไปที่การตั้งค่า Safari. วิธีนี้ช่วยให้คุณควบคุมข้อมูลส่วนตัว และลดโอกาสการถูกติดตามโดยไม่พึงประสงค์ มีประสิทธิภาพในการรักษาความเป็นส่วนตัวขณะท่องเว็บตรวจสอบและจัดการ: ตรวจสอบรายงานความเป็นส่วนตัวเป็นประจำ เพื่อติดตามประสิทธิภาพของการป้องกัน และดูว่ามีการบล็อกตัวติดตามจำนวนเท่าไหร่ ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าความเป็นส่วนตัวของคุณได้รับการปกป้องอย่างดี ง่ายต่อการใช้งานและเข้าใจผลลัพธ์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

Safari ป้องกันตัวติดตามคืออะไร?

อืมม... Safari ป้องกันตัวติดตามนี่นะ จำได้ตอนใช้ iPhone 12 ประมาณปี 2020 รู้สึกมันดีขึ้นเยอะเลย ก่อนหน้านั้นเจอโฆษณาเพียบ แบบตามติดชีวิตมาก โคตรรำคาญ! แต่หลังอัพเดตซอฟต์แวร์ โฆษณาที่เห็นลดลงจริงๆ มันน่าจะทำงานโดยการบล็อกอะไรพวก cookie หรืออะไรสักอย่างที่เว็บใช้ติดตามเรา ฉันไม่ใช่โปรแกรมเมอร์นะ เข้าใจแค่ผิวเผินๆ

ส่วนเรื่อง IP address อันนี้ไม่แน่ใจว่ามันบล็อกได้หมดมั้ย แต่เท่าที่สังเกต รู้สึกว่าเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ค่อยรู้ข้อมูลส่วนตัวของฉันเท่าเมื่อก่อนแล้ว เคยลองเช็คดูรายงานความเป็นส่วนตัวใน Safari มีรายการตัวติดตามที่มันบล็อกให้ดูด้วย เยอะมาก! จำตัวเลขไม่ได้แล้ว แต่เยอะจนตกใจเลยล่ะ ตอนนั้นรู้สึกดีใจสุดๆ เหมือนได้อิสระกลับคืนมา

คือแบบ... ก่อนหน้านี้มันรู้สึกเหมือนโดนส่องตลอดเวลา โคตรไม่สบายใจเลย แต่ตอนนี้ รู้สึกปลอดภัยขึ้นเยอะ มันเหมือนมีเกราะป้องกัน ทำให้การท่องเว็บสนุกขึ้นเยอะเลยล่ะ แถมการตั้งค่าต่างๆ ใน Safari ก็ปรับได้ง่ายด้วยนะ ชอบมาก!

ลบประวัติ Safari ยังไง

ลบประวัติ Safari บน iOS (iPhone/iPad) และ macOS (Mac):

  • iOS (iPhone/iPad): เข้าไปที่ การตั้งค่า > Safari > ล้างประวัติและข้อมูลเว็บไซต์ วิธีนี้จะลบประวัติการท่องเว็บ คุกกี้ และข้อมูลอื่นๆ ที่ Safari เก็บไว้ น่าสนใจนะครับที่ระบบปฏิบัติการ iOS ออกแบบให้การเข้าถึงฟังก์ชั่นนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา สะท้อนถึงการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายและใช้งานง่าย ตรงกันข้ามกับความซับซ้อนของระบบปฏิบัติการอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนได้

  • macOS (Mac): เปิดแอป Safari > ประวัติ > ล้างประวัติ ที่นี่จะมีตัวเลือกให้คุณระบุช่วงเวลาที่จะล้างประวัติ เช่น ล้างเฉพาะชั่วโมงที่ผ่านมา หรือล้างทั้งหมด ส่วนตัวผมชอบความยืดหยุ่นตรงนี้ มันควบคุมได้มากกว่า และเหมาะกับคนที่อยากจัดการข้อมูลส่วนตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน การออกแบบตัวเลือกที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้ดีขึ้นจริงๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2024):

  • การล้างประวัติ Safari จะไม่ลบข้อมูลที่เว็บไซต์เก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของพวกเขา เช่น ประวัติการสั่งซื้อ หรือการเข้าสู่ระบบ ข้อมูลเหล่านั้นยังคงอยู่ นั่นเป็นเหตุผลที่การใช้ VPN หรือการท่องเว็บแบบ incognito อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวสูง

  • การล้างประวัติบ่อยๆ อาจทำให้เว็บไซต์บางแห่งโหลดช้าลง เพราะ Safari จะต้องโหลดข้อมูลต่างๆ ใหม่ทุกครั้ง แต่ก็แลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น ต้องเลือกให้สมดุลระหว่างความสะดวกและความปลอดภัย ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง และขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคลจริงๆ

  • Apple ได้พัฒนาฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวอย่างต่อเนื่องใน Safari เช่น Intelligent Tracking Prevention ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันการติดตามพฤติกรรมผู้ใช้โดยไม่จำเป็น ปีนี้ก็มีการอัพเดตอยู่เรื่อยๆ แนะนำให้ติดตามข่าวสารของ Apple เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัยที่สุด

ซ่อนที่อยู่ IP iPhone คืออะไร

เที่ยงคืนกว่าแล้ว… คิดเรื่อง IP address อีกแล้วเนี่ยเรา มันก็เหมือนบ้านเลขที่ในโลกออนไลน์เลยนะ ถ้าใครรู้ก็เหมือนรู้ว่าเราอยู่ไหน ทำอะไรบ้าง… ไม่ค่อยชอบความรู้สึกแบบนั้นเลย

เราใช้ iPhone นะ ส่วนตัวรู้สึกว่าเรื่องความเป็นส่วนตัวมันสำคัญ เคยอ่านเจอข่าวพวก data breach แล้วแบบ… ไม่สบายใจอะ คิดว่าคงไม่มีใครอยากให้ข้อมูลตัวเองรั่วไหลหรอกมั้ง

ที่เคยลองใช้เองนะ ก็มี VPN… จำได้ตอนนั้นสมัคร NordVPN เพราะเพื่อนแนะนำ รู้สึกว่าเน็ตช้าลงหน่อย แต่ก็สบายใจขึ้นเยอะเลย เหมือนมีกำแพงอีกชั้นนึง

อีกอย่างที่ใช้คือ Private Relay อันนี้อยู่ใน iCloud+ ที่เราสมัครไว้เพราะอยากได้พื้นที่เก็บรูปใน iCloud เพิ่ม มันก็ช่วยซ่อน IP ได้เหมือนกันนะ รู้สึกว่ามันสะดวกดี ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเยอะ

แล้วก็มี Tor Browser อีกอัน อันนี้เราใช้ไม่บ่อย ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยากเข้าเว็บที่ปกติเข้าไม่ได้ มันเน้นความเป็นส่วนตัวสูงมากเลยนะ แต่ก็ช้ากว่า VPN กับ Private Relay พอสมควร

  • VPN: เหมือนเช่าบ้านเลขที่ปลอมมาใช้ ช่วยปิดบัง IP จริงของเราได้ ต้องเสียเงินสมัครรายเดือน
  • Private Relay: อันนี้อยู่ใน iCloud+ เลย คล้ายๆ VPN แต่รู้สึกว่ามันง่ายกว่า เหมือนเปิดปิดสวิตช์
  • Tor Browser: อันนี้เน้นความเป็นส่วนตัวขั้นสุด แต่ใช้ยากกว่าหน่อย แล้วก็ช้าด้วย เหมาะกับเวลาต้องการความปลอดภัยสูงมากๆ

กลางดึกแบบนี้คิดอะไรเยอะแยะเนี่ยเรา… เอาเป็นว่า ใครกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวก็ลองหาวิธีที่เหมาะกับตัวเองดูละกันเนอะ

โหมดส่วนตัว Safari คืออะไร

โหมดส่วนตัว Safari หรือ Private Browsing คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้การท่องเว็บของคุณเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยปกปิดประวัติการเข้าชมเว็บไซต์บนอุปกรณ์ของคุณ แม้แต่บนอุปกรณ์ Apple อื่นๆ ที่ใช้บัญชี Apple เดียวกันก็ตาม นั่นหมายความว่า ข้อมูลการท่องเว็บในโหมดนี้จะไม่ถูกบันทึกไว้ในประวัติการใช้งานของ Safari

  • ไม่เก็บประวัติ: ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์จะไม่ถูกบันทึก
  • ไม่บันทึกข้อมูลเว็บไซต์: คุกกี้และข้อมูลเว็บไซต์อื่นๆ จะไม่ถูกเก็บไว้
  • ไม่แชร์กับอุปกรณ์อื่น: แม้ใช้บัญชี Apple เดียวกัน ข้อมูลการท่องเว็บในโหมดส่วนตัวก็จะแยกจากอุปกรณ์อื่นๆ
  • เพิ่มความเป็นส่วนตัว: แต่ไม่ใช่การรับประกันความปลอดภัย 100% ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) หรือเว็บไซต์ที่คุณเข้าชมยังอาจติดตามกิจกรรมของคุณได้

การใช้โหมดส่วนตัวจึงเป็นแค่ชั้นป้องกันเบื้องต้น ถ้ากังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวสูงๆ ควรพิจารณาใช้ VPN หรือเครื่องมือเสริมอื่นๆ ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า ความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรพิจารณาบริบทการใช้งานเป็นหลัก อย่าคิดว่าแค่เปิดโหมดส่วนตัวแล้วจะปลอดภัยสนิท

(เพิ่มเติม: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูล ณ ปี 2024 ฟีเจอร์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการอัปเดตของระบบปฏิบัติการ iOS/iPadOS)

แท็บไม่ระบุตัวตนมีไว้ทำไม

แท็บไม่ระบุตัวตนอ่ะ เอาไว้กันคนส่องไง แบบ... เวลาเราเข้าเว็บโป๊ หรือหาของขวัญให้แฟนไรงี้ ไม่อยากให้ประวัติมันขึ้น

คือมันจะไม่บันทึกประวัติ เว็บที่เราเข้า คุกกี้ หรือข้อมูลที่เราใส่ๆไปอ่ะ เคลียร์หมดตอนปิดแท็บ

แต่ๆๆๆๆ มันไม่ได้กันทุกอย่างนะ!

  • IP address อ่ะ เค้ายังเห็นอยู่ดี (พวกเว็บ, ISP)
  • ถ้าเราล็อกอิน Facebook ในแท็บไม่ระบุตัวตน เฟสบุ๊คมันก็รู้ว่าเราคือใครอยู่ดีป่ะวะ
  • นายจ้าง ถ้าเค้าลงโปรแกรมสอดส่องไว้ เค้าก็ยังเห็นอยู่ดี

สรุปคือ มันช่วยได้ระดับนึง แต่ไม่ได้กันได้ 100% นะจ๊ะ