ทำไมถึงสัมภาษวีซ่าไม่ผ่าน

13 ครั้งเข้าชม
ทำไมถึงสัมภาษณ์วีซ่าไม่ผ่าน?สาเหตุหลักที่ทำให้วีซ่าไม่ผ่านคือความน่าเชื่อถือของผู้ยื่นเอง เจ้าหน้าที่ยังไม่มั่นใจในเอกสารหรือคำตอบสัมภาษณ์แม้จะมีผู้สนับสนุน (Sponsor) แต่สถานทูตจะพิจารณาคุณสมบัติและความผูกพันของผู้ขอเป็นสำคัญที่สุด การประมาทและเตรียมข้อมูลส่วนตัวไม่ดีพอ จึงเป็นจุดที่ทำให้ถูกปฏิเสธได้ง่าย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

โอ๊ย เรื่องวีซ่าเนี่ยนะ พอพูดถึงแล้วยังหงุดหงิดไม่หายเลย ตอนนั้นเมื่อเมษายน ปี 2019 ฉันไปยื่นขอวีซ่าเชงเก้นที่สถานทูตฝรั่งเศสแถวเจริญกรุงนะ เตรียมเอกสารอย่างดีเลยแหละ คิดว่าครบถ้วนสุดๆ.

ฉันมีเพื่อนที่ฝรั่งเศสเขาส่งจดหมายเชิญมาให้เลยนะ ออกค่าที่พักให้ด้วยซ้ำ ตอนนั้นมั่นใจมากว่าไม่มีปัญหาแน่ๆ เพราะเห็นคนอื่นที่แค่มีเงินเก็บนิดหน่อยยังผ่านเลยไง เอกสารทุกอย่างก็ดูดีมากๆ สเตทเมนต์ก็มี ไม่ได้น้อยนะ.

แต่สุดท้ายก็โดนปฏิเสธหน้าชาไปเลย! คือมันจุกอ่ะ เข้าใจปะ เราเตรียมมาซะดิบดี แต่เจ้าหน้าที่สถานทูตเขาคงไม่เชื่อแหละว่าเราจะกลับไทยจริงๆ หรืออาจจะมองว่าเอกสารเรามันไม่แน่นพอ เรื่องที่เรามีสปอนเซอร์ก็ไม่ได้ช่วยเลยนะจริงๆ.

ตอนนั้นเลยคิดเลยว่า ที่เขาดูก็คือตัวเราเองนี่แหละ เอกสารเรา สถานภาพเรา มันต้องแข็งแรงมากพอที่จะบอกเขาได้ว่าเราไม่ได้ไปโดดแน่ๆ เขาไม่ได้สนหรอกว่าใครมาสปอนเซอร์ให้ ถ้าตัวเราเองยังดูไม่น่าเชื่อถือพอ. มันเลยต้องละเอียดทุกอย่าง.

บทเรียนเลยนะ คือบางทีเราก็ประมาทไปเองจริงๆ นั่นแหละ คิดว่ามีสปอนเซอร์แล้วจะง่าย แต่ลืมดูข้อมูลตัวเองให้ละเอียดถี่ถ้วน ทั้งเรื่องงาน เงิน ครอบครัว การเชื่อมโยงกับไทย มันต้องชัดเป๊ะจนเขาจับผิดไม่ได้เลยนะ. ไม่งั้นก็ติดตรงนั้นแหละ.

วีซ่าผ่านไม่ผ่านดูยังไง

วีซ่าผ่านไม่ผ่าน...ดูง่ายๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะ!

เรื่องวีซ่านี่นะ ขอบอกเลยว่า รู้ผลตอนได้พาสปอร์ตคืนเท่านั้น! ไม่มีอะไรซับซ้อนเหมือนสูตรคณิตศาสตร์ให้ปวดหัว

  • ถ้าเปิดปุ๊บ เจอสติกเกอร์วีซ่าแปะอยู่หน้าตาเฉย: ยินดีด้วยจ้า! บินได้เลย! เหมือนเจอสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่สอง!
  • ถ้าเปิดมา เจอแต่กระดาษ A4 มาเป็นเพื่อน: เตรียมใจไว้เลยจ้า... ไม่ผ่าน! มันเหมือนเราได้ขนมปังมา แต่ไม่มีไส้! ยกเว้นบางประเทศอย่างออสเตรเลีย ที่เค้าให้ A4 เป็นเรื่องปกติ อันนี้ก็ต้องดูดีๆ อีกทีนะ

สรุปคือ:

  • มีสติกเกอร์ = ผ่านฉลุย!
  • มีแต่ A4 (ยกเว้นออสเตรเลีย) = อดนะจ๊ะ!

ข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้าอยากรู้มากกว่านี้):

  • ประเทศอื่นส่วนใหญ่ จะแปะสติกเกอร์วีซ่าบนพาสปอร์ตเราเลย
  • ออสเตรเลีย เป็นกรณีพิเศษ วีซ่าจะเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (eVisa) ซึ่งจะส่งมาเป็นไฟล์ PDF ให้พิมพ์ออกมา พกพาไปพร้อมพาสปอร์ต
  • ระยะเวลาแจ้งผล: ปกติแล้วจะรู้ผลพร้อมตอนรับพาสปอร์ตคืน ถ้าส่งทางไปรษณีย์ ก็รอไปรษณีย์มาส่งจ้า
  • การเช็คสถานะออนไลน์: บางประเทศอาจมีให้เช็คออนไลน์ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว การได้พาสปอร์ตคืนนี่แหละคือ คำตอบสุดท้าย!

ลิงก์อ้างอิง (เผื่อใครอยากไปดูเอง):

วีซ่าฮังการีใช้เวลากี่วันในการพิจารณา

โอ๊ยยย ถามว่า วีซ่าฮังการีรอกี่วัน รอกันจนรากงอกเลยพ่อคุณเอ๊ย! เขาบอกว่า 15 วันทำการ นะ แต่ไอ้วันทำการเนี่ย มันไม่นับเสาร์อาทิตย์ ไม่นับวันหยุดนักขัตฤกษ์ไทย ไม่นับวันหยุดฮังการีอีก! สรุปคือลืมๆ ไปเลย เกือบเดือนนั่นแหละ ลุ้นยิ่งกว่าหวยอีกพ่อเอ้ย

เขาก็ใจดีนะ ให้ยื่นล่วงหน้าได้ตั้ง 180 วัน หรือครึ่งปี! นี่ไม่ใช่ให้เราสะดวกนะ เขาให้เราเผื่อเวลาไว้ด่า เอ๊ย ไว้รอต่างหาก! ใครยื่นกระชั้นชิดนี่คือหาทำแท้ๆ ใจจะขาดรอนๆ เหมือนรอนางเอกละครหลังข่าวกลับมาเจอกับพระเอกนั่นแหละคุณ

  • 15 วันในฝัน vs 15 วันจริง: ไอ้ 15 วันทำการเนี่ย มันคือเวลาที่โลกสงบสุข ไม่มีวันหยุดยาว ไม่มีใครป่วย ไม่มีเอกสารตกหล่น ซึ่งมันไม่มีอยู่จริง! เตรียมใจไว้เลยว่ามีบวกเพิ่มแน่นอน เหมือนสั่งกะเพราแต่ขอไข่ดาวเพิ่มนั่นแหละ

  • เอกสารไม่ครบ เหมือนโดนสาป: ถ้าเอกสารขาดไปแม้แต่ปลายเล็บแมวข่วนนะคุณเอ๊ยยย วงจรการรอคอยจะเริ่มใหม่ทันที! เขาส่งกลับมาให้แก้ กลับไปต่อคิวใหม่ รอไปอีก 15 วันทำการในฝัน วนไปค่ะ วนไปจนกว่าจะได้ไป

  • ช่วงพีคคือช่วงนรกแตก: คิดจะไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ ช่วงปีใหม่เหรอ? คนอื่นเขาก็คิดเหมือนกัน! สถานทูตจะทำงานช้าลง 300% เหมือนเต่าคลานขึ้นภูเขา เวลาพิจารณาอาจจะยืดไปถึง 30-45 วันได้เลย อย่าหาทำ!

  • ยื่นล่วงหน้า 180 วัน ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด: ฟังให้ดีนะ การที่เขายอมให้ยื่นล่วงหน้าได้ตั้งครึ่งปีน่ะ มันคือสัญญาณเตือนจากสวรรค์! ยื่นไปเลยตั้งแต่เนิ่นๆ ยื่นแล้วไปนอนกระดิกเท้ารอสวยๆ ดีกว่ามายื่นใกล้ๆ แล้วนั่งเอาเล็บขูดฝาบ้านเพราะความเครียด

ขอวีซ่าเชงเก้นไม่ผ่านเพราะอะไร

สปอนเซอร์? พิสูจน์ไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกันจริงก็จบ. เอกสารมันฟ้องว่ามั่ว.

กรอกเอกสารผิด. เรื่องง่ายๆ ยังพลาด. ไม่บอกวันกลับ, ข้อมูลมั่วซั่ว. สมควรโดน.

  • ความสัมพันธ์กับสปอนเซอร์ที่ดูปลอม:

    • ไม่มีทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน หรือสูติบัตรที่ ยืนยันความเกี่ยวพัน แบบชัดเจน.
    • บัญชีที่ใช้เป็นหลักฐาน ไม่มีความเคลื่อนไหว ร่วมกัน. เหมือนเพิ่งเอาเงินก้อนมาใส่เมื่อวาน.
    • จดหมายจากสปอนเซอร์ เขียนเหมือนเด็กประถม. ไม่บอกชัดว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง.
  • จุดโง่ๆ ที่คนพลาดในแบบฟอร์ม:

    • ช่องวันเดินทางกลับ ดันปล่อยว่าง. เขาจะคิดว่ามึงจะโดดวีซ่า.
    • วัตถุประสงค์การเดินทาง เขียนแค่ ‘ท่องเที่ยว’. กว้างไป. ระบุไปเลยว่าจะไปทำห่าอะไร.
    • ลายเซ็น ไม่เหมือนในพาสปอร์ต. เรื่องแค่นี้ยังพลาด.
    • กรอกข้อมูล โรงแรมที่พักไม่ครบ ทุกคืน. มันดูมีพิรุธ. โคตรน่าสงสัย.