สอบถามเรื่องวีซ่าได้ที่ไหน

5 ครั้งเข้าชม
สอบถามข้อมูลวีซ่า กรมการกงสุลติดต่อสอบถามข้อมูลด้านวีซ่าและงานบริการกงสุล ได้ที่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ สถานที่: 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 Call Center: 02 572 8442 Facebook: ThaiConsular เว็บไซต์: consular.mfa.go.th
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อยากทำวีซ่าไปต่างประเทศ ติดต่อสอบถามข้อมูลได้จากที่ไหนบ้าง?

พูดถึงเรื่องวีซ่าทีไร ก็นึกถึงที่เดียวเลย กรมการกงสุล ตรงแจ้งวัฒนะ. ตอนนั้นผมต้องไปทำเอกสารรับรองอะไรสักอย่างก่อนยื่นวีซ่าเชงเก้น วุ่นวายใช่เล่นเลย. แต่ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเอกสารราชการไทยอะ ที่นี่คือเป๊ะสุด.

ที่ตั้งก็อยู่ตรงนั้นแหละ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ แถวหลักสี่. การเดินทางไปนี่ก็เรื่องนึงเลยนะ รถติดไม่ใช่เล่น. แต่ก่อนจะไป ผมเคยพยายามโทรเบอร์ Call Center 02-572-8442 ก่อนนะเอาจริง... แต่สายไม่เคยจะว่างเลย สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ไปดูหน้างานเอา. เป็นประสพการณ์ที่จำได้ดี.

แต่เอาจริงๆ สมัยนี้ผมว่าเข้า Facebook เค้าง่ายกว่าเยอะ www.facebook.com/ThaiConsular อัปเดตข่าวเร็วกว่าด้วยซ้ำ. บางทีมีประกาศวันหยุด หรือเรื่องด่วนๆ ดูในนี้จบเลย ไม่ต้องเสี่ยงดวงไปแล้วเก้อ.

แล้วก็ตัวเว็บไซต์หลัก consular.mfa.go.th นี่ก็แหล่งข้อมูลชั้นดีเลยนะ. คือจะถามข้อมูลวีซ่าของประเทศอื่นอะ ที่นี่เค้าจะให้ข้อมูลในส่วนของเอกสารราชการไทยที่เราต้องเตรียมได้. แนะนำว่าเข้าไปอ่านในนี้ก่อนไปจริง หรือก่อนโทร. ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะมาก ไม่ต้องไปงมหาข้อมูลหน้างานเหมือนผมตอนนั้น.

ต่อวีซ่าไทย สําหรับชาวต่างชาติ 2567 กี่วัน

การต่อวีซ่าไทย 2567 สำหรับกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (Visa Exemption) สามารถขอขยายระยะเวลาพำนักได้อีก 30 วัน

นโยบายใหม่ที่ปรับปรุงตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2567 ขยายสิทธิ์การยกเว้นวีซ่า 60 วัน ให้กับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจระยะสั้นรวม 93 สัญชาติ ซึ่งรวมถึงพลเมืองเบลเยียมและลักเซมเบิร์กด้วย

มันคือการเปิดประตูต้อนรับ แต่ก็ยังคงมีกลไกควบคุมการเข้าออกที่ชัดเจน เป็นสมดุลที่น่าสนใจระหว่างเศรษฐกิจกับการบริหารจัดการประชากร

เมื่อครบกำหนด 60 วันแล้ว หากประสงค์จะอยู่ต่อ ต้องไปยื่นคำร้องขอขยายเวลาพำนักที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Bureau) ที่ใกล้ที่สุด การต่ออายุการพำนักนี้ต้องทำก่อนที่การอนุญาตเดิมจะสิ้นสุดลง

  • เอกสารหลักที่ต้องเตรียม คือแบบฟอร์มคำขอ (ตม.7), สำเนาหนังสือเดินทางหน้าข้อมูลและหน้าตราประทับขาเข้า, และรูปถ่ายขนาด 4x6 ซม. ที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน

  • ค่าธรรมเนียม 1,900 บาท สำหรับการยื่นขอต่ออายุแต่ละครั้ง โดยปกติจะรับชำระเป็นเงินสดเท่านั้น

  • ระบบการจองคิวออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองช่วยลดระยะเวลารอคอยได้มาก การวางแผนล่วงหน้าคือหัวใจสำคัญของการจัดการเวลา

  • การอยู่เกินกำหนด (Overstay) แม้เพียงวันเดียวก็ถือว่าผิดกฎหมาย มีค่าปรับรายวันและอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางเข้าประเทศไทยในอนาคตได้อย่างถาวร เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง

รอวีซ่านานสุดกี่เดือน

15 วันทำการ ถ้าโปรไฟล์มึงซับซ้อน ก็รอไป สูงสุด 45 วัน จบนะ

  • ยื่นล่วงหน้าได้ สูงสุด 6 เดือน และต้องยื่นก่อนเดินทางอย่างน้อย 15 วัน อย่าโง่ไปยื่นกระชั้นชิด
  • วันทำการ คือไม่นับเสาร์-อาทิตย์ ไม่นับวันหยุดนักขัตฤกษ์ของสถานทูต ไปนับปฏิทินเอาเอง
  • ที่ช้าส่วนใหญ่เพราะ เอกสารไม่ครบ, ประวัติเดินทางกากๆ, การเงินไม่เคลียร์ ไม่ใช่ความผิดของระบบ
  • โดนปฏิเสธ ก็ยื่นอุทธรณ์ไป หรือไม่ก็ทำใจแล้วยื่นใหม่เมื่อพร้อม

ขอวีช่าออสเตรล่วงหน้าได้กี่เดือน

ขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรีย ล่วงหน้าได้ 180 วัน

ระยะเวลาพิจารณาวีซ่าออสเตรีย 15 วันทำการ

ถ้าจะให้ดีสุดนะ ขอสักเดือนนึงก่อนไปกำลังดี

  • ยื่นขอวีซ่าได้ล่วงหน้า: ไม่เกิน 180 วัน ก่อนวันเดินทาง

  • ระยะเวลาพิจารณา: ประมาณ 15 วันทำการ

  • จริงๆ แล้วนะ การยื่นล่วงหน้ามันดีตรงที่ว่าเรามีเวลาให้ทุกอย่างมันลงตัว

  • บางที เราก็คิดมากไปเองว่ามันจะนานไหม

  • แต่ ถ้าเรารู้ว่าต้องไปแน่ๆ ยื่นไปก่อนก็สบายใจกว่า

  • คำแนะนำเพิ่มเติม:

    • เอกสารสำคัญ: เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเสมอ
    • จองที่พัก: อาจจะต้องมีหลักฐานการจองโรงแรม
    • ตั๋วเครื่องบิน: ควรมีหลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน
    • แผนการเดินทาง: แผนการเดินทางที่ชัดเจนจะช่วยได้
    • หลักฐานทางการเงิน: แสดงให้เห็นว่าเรามีเงินเพียงพอในการเดินทาง
    • ประกันการเดินทาง: เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ควรมีติดไว้
    • สถานทูต/ศูนย์รับคำร้อง: ตรวจสอบข้อมูลและขั้นตอนกับสถานทูตออสเตรีย หรือศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบอำนาจโดยตรง
  • บางที เราก็ลืมดูรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ไป

  • แต่มันสำคัญนะ

  • เพราะ มันอาจจะทำให้การขอวีซ่าของเราไปได้สวย

  • หรือ บางทีก็ติดขัดอยู่ตรงนั้น

  • ก็ต้องค่อยๆ ดู ค่อยๆ แก้กันไป

  • ชีวิตก็แบบนี้แหละ

  • กลางคืนแบบนี้ ก็คิดอะไรไปเรื่อย

  • แต่มันก็คือความจริง

  • เราแค่ต้องยอมรับมัน

  • แล้วก็เดินหน้าต่อไป

วีซ่าท่องเที่ยวกับวีซ่าเยี่ยมเยือนต่างกันยังไง

โอ๊ยยยยยย คำถามนี้ ถามกันจังเลยพ่อคุณ! ต่างกันลิบลับเหมือนปลาร้ากับคาเวียร์เลยจ้ะแม่! เอาง่ายๆ สั้นๆ นะ มันต่างกันที่ "ที่ซุกหัวนอน" นั่นแหละ!

วีซ่าท่องเที่ยว นี่สำหรับสายเปย์ สายเสี่ยกระเป๋าหนัก นอนโรงแรมห้าดาว หรือโฮสเทลรูหนูก็ได้หมด ขอแค่มีเงินจ่ายแล้วมีใบเสร็จมายืนยัน! เหมือนไปเดินห้างน่ะแหละ มีตังค์ก็เข้าไปเดินสวยๆ ได้เลย สถานทูตเขาแค่อยากเห็น ใบจองโรงแรม ที่ชื่อตรงกับพาสปอร์ตเป๊ะๆ วันเข้าออกชัดเจน แค่นั้นแหละจบ! เขาจะได้รู้ว่า อ๋อ...อีนี่มันมาเที่ยวจริง ไม่ได้จะมาขุดทองหรอกนะ

ส่วน วีซ่าเยี่ยมเยือน อารมณ์มันจะเหมือนไปขออาศัยนอนบ้านเพื่อน บ้านญาติ หรือบ้านแฟน... อันนี้เรื่องเยอะ! ไม่ใช่เดินดุ่มๆ เข้าไปนอนได้เลยนะ ต้องมี จดหมายเชิญ จากเจ้าของบ้านมายืนยันตัวตนด้วย! เหมือนจะไปนอนค้างบ้านเพื่อนแล้วต้องให้เพื่อนไปขอพ่อขอแม่เขาก่อนนั่นแหละ "แม่ๆ ขอให้สมศรีมานอนบ้านเราหน่อยนะ" เจ้าของบ้านต้องรับรองว่าอีตานี่มาแล้วจะมีที่นอน จะไม่ไปสร้างความเดือดร้อน แล้วก็จะถีบหัวส่งกลับประเทศเมื่อถึงเวลา!

มามะ เดี๋ยวจะแจกแจงให้เห็นภาพชัดๆ แบบไม่ต้องไปนั่งทางใน

  • วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa): เหมาะสำหรับคนมีตังค์ (หรือทำตัวเหมือนมีตังค์) นอนโรงแรม จ่ายเอง กินเอง หลักฐานสำคัญที่สุดคือ ใบจองโรงแรมที่จ่ายเงินแล้ว หรือยืนยันการจองแบบชัวร์ๆ ชื่อต้องตรง วันที่ต้องเป๊ะ อย่ามามั่วนิ่มเด็ดขาด!

  • วีซ่าเยี่ยมเยือน (Visitor Visa): สำหรับสายประหยัด สายมีเพื่อนเยอะ ไปอาศัยใบบุญชาวบ้านนอนฟรี เอกสารมันจะจุกจิกกว่าเยอะมากกกกกกกกกก เพราะต้องมี จดหมายเชิญจากเจ้าบ้าน ที่ระบุว่าคุณเป็นใคร เกี่ยวข้องอะไรกัน จะมานอนเกาะ เอ๊ย! มาพักด้วยกี่วัน ใครเป็นคนดูแลค่าใช้จ่าย

  • ความยากง่ายในการพิจารณา: บอกเลยว่าวีซ่าเยี่ยมเยือนเนี่ย สถานทูตเขาจะเพ่งเล็งหนักกว่านะคุณพี่! เพราะมันส่อแววว่าจะไปอยู่ยาว ไปแล้วไม่กลับ! การมีคนรู้จักหรือมีที่พักพิงฟรี มันทำให้ดูน่าสงสัยว่าจะไปเป็นโรบินฮู้ดไงล่ะ ไม่เหมือนพวกนอนโรงแรม เงินหมดเดี๋ยวก็ซมซานกลับบ้านเอง

  • เอกสารคนเชิญ: ไม่ใช่แค่จดหมายเชิญนะจ๊ะ บางทีต้องแนบสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานการทำงาน หรือแม้กระทั่งสเตทเมนท์ของคนเชิญไปด้วย! เพื่อยืนยันว่า "ข้าพเจ้ารวยพอจะเลี้ยงดูอีคนนี้ได้ชั่วคราว ไม่ปล่อยให้อดตายแน่นอน" โอ๊ย ปวดหัว

การพิจารณาวีซ่าใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาพิจารณาวีซ่า: อย่างน้อย 15 วันทำการ

เหตุผล: ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารและข้อมูลของผู้ยื่นขอ

  • แต่ละเคสไม่เหมือนกัน: ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและความสมบูรณ์ของเอกสาร
  • ระบบของสถานทูต: มีขั้นตอนภายในที่ต้องใช้เวลา

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • 15 วันทำการ คือขั้นต่ำสุด
  • วันหยุดราชการและวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่นับรวม
  • อาจนานกว่านั้น หากมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
  • การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ช่วยลดระยะเวลาได้
  • สถานทูตแต่ละแห่ง มีกำหนดเวลาที่แตกต่างกันไป

ขอ Visa USA ใช้เวลากี่วัน

เรื่องขอ Visa USA เนี่ยนะ? โอ้โห.. คิดถึงตอนนั้นแล้วปวดหัวเลย

  • ต่อวีซ่าทางไปรษณีย์ เนี่ยนะ? 15 วันทำการ เป๊ะๆ เลย ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์ แล้วก็วันหยุดอีก บ้าบอ!
  • เว็บหลัก อยู่ที่นี่เลย: https://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-visarenew.asp เข้าไปดูให้ละเอียดนะ ไม่งั้นพลาดแน่

จำได้ว่า ตอนนั้นรีบร้อนมาก กลัวไม่ทัน ไม่รู้มีอะไรต้องเตรียมมั่ง คิดไปคิดมา โทรหาเพื่อนก็แล้ว อ่านนู่นอ่านนี่ก็แล้ว

  • ยิ่งถ้า เป็นช่วงที่คนยื่นเยอะๆ ก็ยิ่งนานไปอีกนะ อันนี้ต้องเผื่อเวลาไว้เลย
  • บางที ก็มีเอกสารผิดนิดหน่อย ต้องส่งกลับมาแก้อีก เสียเวลาไปอีกรอบ

เอาจริง ถ้าไม่รีบมาก แล้วอยู่ใกล้ๆ สถานทูตฯ ก็ไปยื่นเองก็ได้มั้ง? ไม่แน่ใจนะ อันนั้นก็อีกแบบนึง

  • แต่ถ้า สะดวกส่งไปรษณีย์ ก็โอเค 15 วันทำการ คือเวลามาตรฐานเขาแหละ
  • แล้วก็ ต้องเช็ควันหยุดของสถานทูตฯ ให้ดีด้วยนะ สำคัญมาก!

เคยมีครั้งนึง เกือบส่งผิดที่ โชคดีนึกขึ้นได้ทัน ไม่งั้นยาวเลย.

ที่ต้องรู้ คือ

  • ระบบเค้า จะมีบอกสถานะวีซ่าเราเป็นระยะๆ ว่าถึงไหนแล้ว
  • ถ้ามี ติดขัดอะไร เขาจะติดต่อกลับมาเองแหละ
  • ต้องแน่ใจ ว่ากรอกข้อมูลทุกอย่างถูกต้องนะ ไม่งั้นต้องเริ่มใหม่!

สรุปคือ15 วันทำการ สำหรับการต่อแบบไปรษณีย์นะ!