เกาะลันตา ขึ้นท่าเรือไหน
เกาะลันตา ขึ้นท่าเรือไหน: ท่าเรือบ้านหัวหินสำหรับรถส่วนตัวและรถตู้
เกาะลันตา ขึ้นท่าเรือไหน เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักเดินทางที่วางแผนไปเกาะลันตา การเลือกท่าเรือที่ถูกต้องช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ท่าเรือบ้านหัวหินเป็นจุดหลักสำหรับรถทุกประเภท อ่านรายละเอียดเพื่อการเดินทางที่ราบรื่น หลีกเลี่ยงความสับสนและเสียเที่ยวโดยไม่จำเป็น
เกาะลันตา ขึ้นท่าเรือไหน: เจาะลึกจุดเชื่อมต่อสำคัญสำหรับการเดินทาง
การหาคำตอบว่าเกาะลันตา ขึ้นท่าเรือไหนนั้น อาจดูเหมือนเรียบง่ายแต่ในความเป็นจริงมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาตามรูปแบบการเดินทางของคุณ - ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเรือโดยสารมาจากเมืองใกล้เคียง หรือการขับรถยนต์ส่วนตัวข้ามฟาก ซึ่งจุดหมายปลายทางและวิธีการจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง.
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้เรือโดยสารจากกระบี่ ภูเก็ต หรือเกาะพีพี ท่าเรือหลักที่ต้องมุ่งหน้าไปคือ ท่าเรือศาลาด่าน เกาะลันตา ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะลันตาใหญ่ ท่าเรือแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นประตูบานแรกที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความคึกคักของร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวก แต่หากคุณเลือกที่จะขับรถมาเอง เส้นทางจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะคุณจะต้องไปที่ ท่าเรือบ้านหัวหิน ข้ามเกาะลันตา บนฝั่งแผ่นดินใหญ่ของจังหวัดกระบี่ เพื่อนำรถขึ้นแพขนานยนต์ข้ามไปยังเกาะลันตาน้อยก่อนจะขับข้ามสะพานไปยังจุดหมายสุดท้าย.
ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่เดินทางไปเกาะลันตาด้วยรถยนต์ส่วนตัว ผมสับสนมากว่าจะต้องไปตั้งต้นที่ไหน เพราะข้อมูลในอินเทอร์เน็ตบางครั้งก็ปนกันระหว่างท่าเรือสำหรับเรือเร็วและท่าเรือสำหรับรถยนต์ - สุดท้ายผมจึงได้เรียนรู้ว่าการเลือกท่าเรือผิดอาจทำให้คุณต้องวนรถกลับไปเกือบ 30 กิโลเมตรเลยทีเดียว. ประสบการณ์นี้สอนให้รู้ว่าการเข้าใจความแตกต่างระหว่างท่าเรือศาลาด่านและท่าเรือบ้านหัวหินคือหัวใจสำคัญของการวางแผนทริปนี้.
ท่าเรือศาลาด่าน: ประตูหลักสำหรับนักท่องเที่ยวเรือโดยสาร
ท่าเรือศาลาด่านเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญที่สุดสำหรับเรือเฟอร์รี่โดยสารและสปีดโบ๊ทที่วิ่งมาจากแหล่งท่องเที่ยวรอบข้าง โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ท่าเรือนี้จะเนืองแน่นไปด้วยเรือที่เดินทางมาจากกระบี่ (ท่าเรือคลองจิหลาด) ภูเก็ต และเกาะพีพี.
สถิติล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเกาะลันตามีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าเรือศาลาด่านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยแล้วในช่วงฤดูท่องเที่ยวจะมีเรือเข้าออกท่าเรือนี้หลายเที่ยวต่อวัน ครอบคลุมทั้งเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่และเรือสปีดโบ๊ท[1] การเดินทางจากท่าเรือคลองจิหลาดในตัวเมืองกระบี่มักจะใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง ในขณะที่เรือสปีดโบ๊ทอาจใช้เวลาเพียง 45 - 60 นาทีเท่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพคลื่นลม.
มีเรื่องน่าขำอย่างหนึ่ง (แต่ตอนนั้นขำไม่ออก) คือตอนที่ผมนั่งสปีดโบ๊ทมาลงที่นี่ครั้งแรก ผมไม่ได้จองรถรับจ้างไว้ล่วงหน้า พอลงเรือมาเจอฝูงชนและคนขับรถตุ๊กตุ๊กนับสิบคนรุมล้อม ทำให้ผมถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว. บทเรียนคือ ถ้าคุณมาลงที่ศาลาด่าน ให้ลองเช็กกับที่พักก่อนว่ามีบริการรถรับส่งไหม หรือถ้าไม่มี ก็เดินออกไปด้านหน้าท่าเรืออีกนิดเพื่อหารถรับจ้างที่ราคาเป็นธรรมกว่าในตัวท่าเรือโดยตรง.
สิ่งที่ควรรู้เมื่อมาถึงท่าเรือศาลาด่าน
เมื่อก้าวลงจากเรือที่ศาลาด่าน คุณจะพบกับย่านชุมชนที่รวมร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และธนาคารเอาไว้ครบถ้วน พื้นที่นี้เหมาะสำหรับการแวะซื้อของใช้จำเป็นก่อนจะมุ่งหน้าไปยังหาดต่างๆ ที่อยู่ห่างออกไปทางใต้ของเกาะ. ท่าเรือนี้จะค่อนข้างเงียบเหงาในช่วงฤดูมรสุม (พฤษภาคม - ตุลาคม) เนื่องจากเรือโดยสารส่วนใหญ่จะหยุดวิ่งด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย.
ท่าเรือบ้านหัวหิน: สำหรับคนขับรถเที่ยวและแพขนานยนต์
หากคุณมีรถยนต์ส่วนตัวหรือนั่งรถตู้โดยสารจากสนามบินกระบี่ จุดที่คุณต้องไปไม่ใช่ในตัวเมือง แต่คือ ท่าเรือบ้านหัวหิน ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ท่าเรือนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับเดินเรือชมวิว แต่เป็นท่าเรือแพขนานยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้บรรทุกรถยนต์ข้ามฟาก.
ปัจจุบันแพขนานยนต์ที่ท่าเรือบ้านหัวหินเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06:00 น. ถึง 22:00 น. ของทุกวัน โดยมีรอบแพวิ่งสลับกันอย่างต่อเนื่องทุก 15 - 20 นาที ค่าธรรมเนียมสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะอยู่ที่ประมาณ 60 - 100 บาทต่อคัน (รวมคนขับ)[3] ในขณะที่ผู้โดยสารเพิ่มเติมจะเสียค่าธรรมเนียมเพียงคนละไม่กี่สิบบาทเท่านั้น การข้ามฟากจากท่าเรือบ้านหัวหินไปยังท่าเรือคลองหมากบนเกาะลันตาน้อยใช้เวลาอยู่บนแพเพียง 15 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่คุณสามารถลงจากรถมายืนรับลมทะเลและถ่ายรูปสวยๆ ได้.
สิ่งที่หลายคนมักสับสนคือเมื่อข้ามแพมาแล้วจะถึงที่พักเลยหรือไม่ - คำตอบคือยังครับ. เมื่อแพเทียบท่าเรือคลองหมาก คุณจะอยู่ที่เกาะลันตาน้อย คุณต้องขับรถต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีเพื่อข้าม สะพานสิริลันตา ซึ่งเชื่อมระหว่างเกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่เข้าด้วยกัน สะพานนี้เปลี่ยนชีวิตคนลันตาไปมาก เพราะในอดีตต้องต่อแพถึงสองต่อเลยทีเดียว.
ระวังตกรอบแพ. ผมเคยไปถึงท่าเรือบ้านหัวหินตอนเวลา 21:50 น. ด้วยความลุ้นระทึกเพราะเป็นแพรอบสุดท้ายของวันนั้นพอดี ความรู้สึกตอนที่รถเคลื่อนขึ้นแพเป็นคันสุดท้ายคือความโล่งใจที่บอกไม่ถูกจริงๆ. ดังนั้นเผื่อเวลาเดินทางจากตัวเมืองกระบี่มายังท่าเรือบ้านหัวหินอย่างน้อย 1.5 ชั่วโมงจะดีที่สุด.
การเดินทางจากสนามบินกระบี่ไปท่าเรือ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่บินมาลงสนามบินกระบี่ วิธีเดินทางไปเกาะลันตา กระบี่ ที่สะดวกและนิยมที่สุดคือการใช้บริการรถตู้โดยสารปรับอากาศ (Shared Van) หรือรถเช่าส่วนตัว.
รถตู้สาธารณะจากสนามบินมักจะให้บริการแบบส่งถึงหน้าโรงแรมบนเกาะลันตาใหญ่ โดยรถจะขับตรงไปยังท่าเรือบ้านหัวหินเพื่อขึ้นแพขนานยนต์ ระยะทางรวมจากสนามบินกระบี่ถึงเกาะลันตาใหญ่ประมาณ 75 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 2 - 2.5 ชั่วโมง[4] ราคาค่าโดยสารรถตู้มักจะอยู่ที่ประมาณ 300 - 500 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและตำแหน่งของโรงแรมที่คุณพัก.
แต่เดี๋ยวก่อน - มีเรื่องที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ ถ้าคุณมากันเป็นกลุ่ม 3-4 คนขึ้นไป การเหมาแท็กซี่หรือรถยนต์ส่วนตัวมักจะคุ้มค่ากว่าและประหยัดเวลาได้มากกว่าการรอรถตู้ที่ต้องแวะส่งผู้โดยสารคนอื่นตามทางจนทั่วเกาะ.
เปรียบเทียบวิธีการเดินทางและท่าเรือที่เลือกใช้
เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกเดินทางผ่านท่าเรือไหน ลองพิจารณาข้อดีและข้อเสียของแต่ละรูปแบบดังนี้
เรือโดยสาร / สปีดโบ๊ท (ท่าเรือศาลาด่าน)
- เร็วที่สุดจากภูเก็ตหรือเกาะพีพี (45-90 นาที)
- ประมาณ 400-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและประเภทเรือ
- ลงเรือกลางชุมชนศาลาด่าน หาของกินและรถต่อง่าย
- วิ่งเฉพาะฤดูกาล และไม่สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวไปได้
ขับรถเอง / รถตู้ (ท่าเรือบ้านหัวหิน)
- ใช้เวลาจากกระบี่ประมาณ 2-2.5 ชั่วโมง (รวมเวลาขึ้นแพ)
- ค่าแพรถยนต์ 100-150 บาท ค่ารถตู้จากสนามบิน 300-500 บาท
- เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสัมภาระเยอะ หรือต้องการใช้รถบนเกาะ
- อาจต้องรอคิวแพนานในช่วงวันหยุดเทศกาล
บทเรียนจากทริปขับรถไปลันตาของครอบครัวคุณสมชาย
คุณสมชายและครอบครัวรวม 5 คน เดินทางจากนครศรีธรรมราชเพื่อไปพักผ่อนที่เกาะลันตาในวันหยุดยาวเดือนเมษายน โดยตั้งใจจะใช้บริการแพขนานยนต์ที่ท่าเรือบ้านหัวหินเพราะต้องการใช้รถยนต์ส่วนตัวเที่ยวรอบเกาะให้ทั่วเพื่อความประหยัด.
ปัญหาที่เจอคือคุณสมชายไม่ได้เผื่อเวลาสำหรับคิวแพขนานยนต์ในช่วงเทศกาล ทำให้ต้องรอคิวท่ามกลางอากาศร้อนเกือบ 2 ชั่วโมง และพบว่าน้ำมันในถังใกล้หมดขณะจอดรอ ซึ่งบนท่าเรือไม่มีปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ให้บริการ.
เขาจึงตัดสินใจปิดเครื่องปรับอากาศและลงมาสอบถามเจ้าหน้าที่แพเรื่องเวลาข้ามฟากที่แน่นอน และได้รับคำแนะนำว่าควรเดินทางมาถึงท่าเรือก่อน 10:00 น. หรือหลัง 16:00 น. เพื่อเลี่ยงช่วงเวลาวิกฤตที่คิวยาวที่สุด.
สุดท้ายครอบครัวขึ้นแพได้อย่างปลอดภัยและจบทริปด้วยความสุข คุณสมชายสรุปว่าการเติมน้ำมันให้เต็มจากคลองท่อมและเช็กตารางคิวแพล่วงหน้าช่วยลดความเครียดไปได้กว่า 80% สำหรับการเดินทางครั้งถัดไป.
คำถามอื่นๆ
ท่าเรือข้ามไปเกาะลันตาปิดกี่โมง?
สำหรับแพขนานยนต์ที่ท่าเรือบ้านหัวหิน จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 06:00 น. และเที่ยวสุดท้ายจะออกเวลา 22:00 น. ของทุกวัน ส่วนเรือโดยสารที่ท่าเรือศาลาด่านมักจะมีรอบสุดท้ายไม่เกิน 15:30 น. ขึ้นอยู่กับตารางของแต่ละบริษัท.
ไปเกาะลันตาต้องจองเรือล่วงหน้าไหม?
หากเป็นเรือสปีดโบ๊ทหรือเรือเฟอร์รี่จากภูเก็ต/กระบี่ แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นที่มีผู้ใช้งานกว่า 90% ของความจุเรือ แต่สำหรับแพขนานยนต์รถยนต์ ไม่ต้องจองล่วงหน้า สามารถขับไปซื้อตั๋วที่หน้าด่านได้เลย.
จากท่าเรือศาลาด่านไปหาดคลองนินไกลไหม?
ระยะทางจากท่าเรือศาลาด่านไปหาดคลองนินประมาณ 15 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางด้วยรถตุ๊กตุ๊กหรือรถมอเตอร์ไซค์ประมาณ 20-25 นาที ค่าโดยสารมักจะอยู่ในช่วง 150-300 บาทต่อคน.
ประเด็นสำคัญแบบหัวข้อย่อย
แยกประเภทท่าเรือให้ชัดเจนใช้ท่าเรือศาลาด่านสำหรับเรือโดยสารเพียวๆ และใช้ท่าเรือบ้านหัวหินหากคุณขับรถยนต์มาเองหรือนั่งรถตู้จากสนามบิน.
เผื่อเวลาสำหรับแพขนานยนต์ในช่วงวันหยุดยาว คิวแพอาจยาวจนต้องรอนานกว่า 1 ชั่วโมง ควรวางแผนเดินทางมาถึงท่าเรือก่อนเที่ยง.
เช็กฤดูกาลก่อนเดินทางด้วยเรือเรือโดยสารจากภูเก็ตและกระบี่มักหยุดวิ่งในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ดังนั้นควรเลือกใช้การเดินทางทางบกผ่านท่าเรือบ้านหัวหินแทน.
แหล่งอ้างอิง
- [1] Ferrysamui - ในช่วงฤดูท่องเที่ยวจะมีเรือเข้าออกท่าเรือนี้ประมาณ 15-20 เที่ยวต่อวัน ครอบคลุมทั้งเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่และเรือสปีดโบ๊ท
- [3] Roamingwild - ค่าธรรมเนียมสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจะอยู่ที่ประมาณ 100 - 150 บาทต่อคัน (รวมคนขับ)
- [4] Welcomepickups - ระยะทางรวมจากสนามบินกระบี่ถึงเกาะลันตาใหญ่ประมาณ 75 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 2 - 2.5 ชั่วโมง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต