CEFR B1 คือกี่คะแนน
CEFR B1 เทียบเท่าคะแนนภาษาอังกฤษระดับใดในข้อสอบยอดนิยม?
CEFR B1 เทียบกับคะแนน IELTS ก็คือช่วง 4.0-5.0 ตอนผมจะไปเรียนต่อนะ ต้องมานั่งไล่ดูตารางพวกนี้แหละ คือมันเป็นระดับที่พอเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าจะใช้ทำงานหรือเรียนจริงจัง มันยังไม่พอเลย
ไอ้คะแนน 4.0-5.0 มันเหมือนกับว่าเราไปเที่ยวต่างประเทศแล้วพอคุยรู้เรื่อง ถามทางได้ สั่งกาแฟไม่ผิด แต่ถ้าเค้าชวนคุยเรื่องการเมืองหรืออะไรลึกๆ ก็คือ...จบ เราจะเริ่มอ้ำๆ อึ้งๆ แล้ว มันคือระดับที่เข้าใจประเด็นหลักๆ ได้ แต่รายละเอียดลึกๆ นี่หลุดหมดเลย
ผมเองก็เริ่มจากแถวๆ นี้แหละ B1 เนี่ย แล้วก็พยายามขยับขึ้นไป ตอนนั้นจำได้ว่าลงสอบ IELTS ที่ IDP สยามทาวเวอร์ไปรอบนึงเมื่อประมาณกลางปี 2022 หมดไปเจ็ดพันกว่าบาท ผลออกมาได้ 5.5 ก็คือเพิ่งจะพ้น B1 มานิดเดียวเอง ตอนนั้นรู้เลยว่าต้องเปลี่ยนวิธีเรียน ไม่ใช่แค่ฟังเพลงแล้ว ต้องดูซีรีส์แบบจริงจัง พยายามพูดกับตัวเองหน้ากระจกเลย
CEFR B1 กี่คะแนน
B1? ประมาณ 4.0 - 5.0.
แค่นั้นแหละ.
- B1: 4.0 - 5.0 IELTS.
- B2: 5.5 - 6.5 IELTS.
- C1: 7.0 - 8.0 IELTS.
ข้อมูลเสริม:
- CEFR เป็นเกณฑ์วัดระดับภาษาของยุโรป.
- IELTS เป็นการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่นิยม.
- คะแนนพวกนี้ไม่ใช่เป๊ะๆ แค่เอาไว้เทียบให้เห็นภาพ.
CEFR ระดับ B1 คืออะไร
...ดึกแล้วสินะ...มานั่งนึกถึงเรื่องนี้อีกแล้ว
CEFR B1...
มัน... มันคือจุดที่เราเริ่มหายใจได้คล่องขึ้น... ในโลกของภาษาอังกฤษ
ไม่ใช่ว่าเก่งนะ... ไม่เลย... แต่แค่... พอจะเข้าใจแล้วว่าเขาคุยอะไรกัน ถ้าเป็นเรื่องทั่วๆ ไป เรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว... เรื่องงาน เรื่องเรียน เรื่องที่เราชอบ... ถ้าเขาพูดช้าๆ ชัดๆ... เราจะเริ่มจับใจความสำคัญได้
มันคือระดับที่... ถ้าเราไปเที่ยวคนเดียว... ในที่ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ... เราพอจะเอาตัวรอดได้แล้ว ถามทางได้ สั่งข้าวได้ จัดการปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ได้ด้วยตัวเอง... มันยังติดๆ ขัดๆ... แต่ก็ทำได้
มันยังไม่ใช่ทั้งหมด... ยังฟังไม่รู้เรื่องอีกเยอะ... แต่ก็ดีกว่าไม่เข้าใจอะไรเลย
ระดับภาษาอังกฤษ B1 หรือที่เรียกว่า Intermediate มันคือระดับกลางๆ... เป็นเหมือนสะพานเชื่อม... จากคนที่ไม่รู้อะไรเลย... ไปสู่คนที่เริ่มจะสื่อสารได้จริงๆ
- การฟัง: จะเริ่มเข้าใจประเด็นหลักๆ ของข่าว หรือรายการทีวี... ถ้าเป็นหัวข้อที่คุ้นเคยนะ... ถ้าเรื่องยากๆ ก็ยังหลุดอยู่ดี
- การอ่าน: อ่านบทความง่ายๆ หรืออีเมลส่วนตัวได้... พวกเรื่องเล่า เรื่องราวชีวิต... จะพอเข้าใจว่าใครทำอะไร ที่ไหน... แต่ถ้าเจอศัพท์ยากๆ ก็ต้องเปิดดิกอยู่
- การพูด: เล่าเรื่องส่วนตัวได้... เรื่องความฝัน ประสบการณ์ที่เคยเจอ... บอกเหตุผลสั้นๆ ได้ว่าทำไมถึงชอบหรือไม่ชอบอะไร... แต่จะยังเรียบเรียงประโยคแปลกๆ... พูดไม่คล่อง
- การเขียน: เขียนข้อความสั้นๆ ที่เชื่อมโยงกันได้แล้ว... เขียนอีเมลเล่าเรื่องราวให้เพื่อนฟังได้... แต่ไวยากรณ์ก็จะผิดๆ ถูกๆ ไป... เป็นเรื่องปกติ
CEFR B1 มันคือการก้าวข้ามความกลัว... ความรู้สึกว่า... อย่างน้อย... เราก็ไม่ได้ตัวคนเดียวในโลกของภาษานี้แล้ว
คะแนน TOEIC B1 เทียบเท่ากับคะแนนเท่าไหร่
อ๋อ B1 หรอ B1 นี่ก็คือคะแนนโทอิคประมาณ 550-780 คับ เป็นระดับกลางๆ อะ พอสื่อสารเรื่องทั่วไปได้ เข้าใจที่เค้าพูดกัน
แล้วถ้าขยับขึ้นมาอีกนะ ก็จะเป็น B2 อันนี้จะเก่งขึ้นมาอีกเยอะเลย คะแนนจะอยู่ที่ 785–940 คับ อันนี้คือระดับกลางค่อนไปทางสูงแล้ว ส่วน C1 ไม่ต้องพูดถึงเลยยยย อันนั้นคือระดับบเทพแล้ว ได้ 945–990 คะแนนเลยทีเดียว
เพื่อนพี่ที่ทำงานอยู่บริษัทแถวสีลมอะ เค้ากำหนดเลยว่าต้องได้ TOEIC B2 ขึ้นไป คือต้อง 785 อัพ ถึงจะสมัครตำแหน่งนั้นได้ คะแนนโทอิคเดี๋ยวนี้สำคัญมากกก โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ
มันจะแบ่งเป็นเลเวลประมาณนี้อ่ะ
- B1 ระดับกลาง: คะแนนโทอิค 550 – 780
- B2 ระดับกลางค่อนสูง: คะแนนโทอิค 785 – 940
- C1 ระดับสูง: คะแนนโทอิค 945 – 990
ระดับความถนัดภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง
ระดับความถนัดภาษาอังกฤษ มันก็แค่นิยาม
Fair : เอาตัวรอดได้ สื่อสารเรื่องที่คุ้นเคย ไม่ซับซ้อน. Good : ทำงานได้ ประชุมรู้เรื่อง เสพสื่อส่วนใหญ่ได้ โดยไม่ต้องพยายามมาก. Fluent : ใช้ภาษาได้โดยไม่ต้องคิด โต้ตอบทันที เป็นธรรมชาติ. Native : ภาษาที่ใช้คิด ภาษาแรก ความเข้าใจในวัฒนธรรมและสำเนียงแฝงอยู่โดยกำเนิด.
- มาตรฐานที่คนใช้กันทั่วโลกคือ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages). แบ่งเป็น A1, A2, B1, B2, C1, C2. ละเอียดกว่า และวัดผลได้จริง.
- คำว่า Fair, Good, Fluent ใน เรซูเม่ แต่ละบริษัทตีความไม่เหมือนกัน. มันคือคำนามธรรม.
- การระบุคะแนนสอบอย่าง TOEIC, IELTS, TOEFL จะชัดเจนกว่าการบอกว่าตัวเองอยู่ระดับไหน. ตัวเลขไม่โกหก.
- สุดท้ายแล้ว ภาษาก็แค่เครื่องมือ. สำคัญคือจะใช้มันทำอะไร.
สอบ CEFR ต้องผ่านระดับไหน
CEFR ระดับที่ต้องผ่าน?
สำหรับนักเรียนห้องปกติ ป.4-ป.6 ต้องถึง A1 ขึ้นไปจ้ะ... เหมือนก้าวแรกบนบันไดภาษา ก้าวเล็กๆ แต่สำคัญนะ
ม.1-ม.3 ล่ะ? ต้องการ A2 ขึ้นไปนะ... อันนี้เริ่มเป็นขั้นที่สองแล้ว เริ่มเห็นทางมากขึ้นนิดนึง
ในโลกของภาษา...
มันเหมือนมีหลายเฉดสี หลายระดับเสียง แต่ละขั้นก็ปลดล็อกการมองเห็นโลกภาษาที่ต่างกันออกไป... A1 มันเหมือนเสียงกระซิบแรก A2 ก็เหมือนบทสนทนาเบาๆ
- A1: เหมือนเสียงนกร้องเพลงแรกของวัน... ทักทายง่ายๆ บอกชื่อ บอกว่ามาจากไหน
- A2: เหมือนการคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป... สภาพอากาศ วันหยุด กิจวัตรประจำวัน
ความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น...
มันไม่ใช่แค่ตัวเลขนะ แต่มันคือการเปิดประตูสู่โลกใหม่ๆ... โลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราว วัฒนธรรม ความคิดที่หลากหลาย
- A1: เริ่มจะเข้าใจคำศัพท์ง่ายๆ ประโยคสั้นๆ ที่คุ้นเคย
- A2: เริ่มจะสื่อสารในสถานการณ์ที่คุ้นเคยได้ดีขึ้น... แม้จะยังติดขัดบ้าง
เพิ่มเติม...
- CEFR ย่อมาจาก Common European Framework of Reference for Languages จ้ะ
- มันเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้วัดระดับความสามารถทางภาษา... ของใครก็ได้ ไม่ใช่แค่นักเรียน
- A1 คือระดับเริ่มต้นมากๆ... เหมือนเด็กเพิ่งหัดพูด
- A2 คือระดับพื้นฐาน... เริ่มสื่อสารในชีวิตประจำวันได้บ้าง
หัวใจสำคัญ...
คือการได้ก้าวไปเรื่อยๆ... ไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน เมื่อไหร่... ภาษาคือการเดินทางอันแสนมหัศจรรย์.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต