MBA อังกฤษ กี่ปี

117 ครั้งเข้าชม
MBA อังกฤษ: ระยะเวลาเรียน เต็มเวลา: โดยทั่วไป 1 ปี นอกเวลา: โดยทั่วไป 2 ปี ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถาบันและโครงสร้างหลักสูตรเฉพาะ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เรียน MBA ที่อังกฤษ ใช้เวลากี่ปี?

MBA ที่อังกฤษเหรอ? เอาจริงๆ นะ แล้วแต่ที่ด้วย! ส่วนใหญ่ที่เห็นๆ กันคือปีเดียวนะ ถ้าเรียนแบบจัดเต็มอ่ะ แต่ถ้าใครอยากเรียนแบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ทำงานไปด้วย ก็สองปีไปเลยจ้า อันนี้คือที่เคยได้ยินมานะ ไม่ได้ฟันธงเป๊ะๆ

เมื่อก่อนเคยคิดจะไปเรียนเหมือนกันนะ MBA นี่แหละ ที่อังกฤษนี่แหละ แต่พอคิดถึงค่าครองชีพแล้ว...โอ้โห! ถอยแทบไม่ทัน (หัวเราะ) ไหนจะค่าเทอม ค่ากิน ค่าอยู่ บลาๆๆๆ คือถ้าไม่รวยจริงนี่คิดหนักเลยนะเนี่ย

แต่ก็มีเพื่อนที่ไปเรียนมานะ นางบอกว่าคุ้มค่ามาก ได้ connection ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ กลับมาเพียบเลย แถมได้สำเนียงบริติชกลับมาด้วยนะเออ (แซว)

สรุปคือถ้าถามว่ากี่ปี ก็ตอบแบบกำปั้นทุบดินไม่ได้อ่ะ ต้องดูว่าเราเลือกเรียนแบบไหนมากกว่า แต่ที่แน่ๆ เตรียมเงินในกระเป๋าไว้เยอะๆ นะจ๊ะ :D

MBA UK ที่ไหนดี

อืมมม MBA UK ไหนดีเนี่ย คิดหนักจัง

  • LBS London Business School แพงเว่อร์ แต่ชื่อเสียงโคตรดี เพื่อนสมัยเรียนโทบอกว่าเครือข่ายอลังการมาก ปีนี้ค่าเทอมเท่าไหร่นะ จำไม่ได้แล้ว ต้องไปเช็คเว็บอีกที

  • Cambridge Judge อื้อหือ บรรยากาศแบบอังกฤษแท้ๆ สงบดี แต่ไม่รู้เรียนหนักไหมนะ เพื่อนอีกคนเรียนอยู่ที่นี่ แต่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ สงสัยมันยุ่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเองดีกว่า

  • Oxford Saïd โอ้โห Oxford แค่ชื่อก็เริ่ดแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายคงสูงปรี๊ด ไม่แน่ใจว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือเปล่า ต้องหาข้อมูลเพิ่ม

  • Imperial College Business School อันนี้ก็อยู่ใน London เหมือนกัน แต่สไตล์น่าจะต่างจาก LBS เน้นด้านไหนนะ ลืมแล้ว ต้องกลับไปดูเว็บไซต์ หาข้อมูลเพิ่มเติม อยากรู้เรื่องทุนด้วย มีไหมนะ

เอ๊ะ ยังมีอีกหลายที่เลยนะ แบบ Warwick Business School หรือ Manchester Business School ก็ดังๆ ทั้งนั้น เลือกไม่ถูกเลย เครียดจัง ปีนี้ต้องตัดสินใจให้ได้แล้ว หาข้อมูลเพิ่มดีกว่า รีบๆ จะได้สมัครทัน

  • ควรพิจารณาเรื่องทุนการศึกษาด้วยนะ สำคัญมาก
  • ดูlocation ด้วย อยากเรียนในเมืองใหญ่หรือแบบสงบๆ
  • ควรดูหลักสูตร ว่าตรงกับความสนใจไหม เน้นด้านไหน

เหนื่อยแล้ว ไปหาข้าวกินก่อน เดี๋ยวค่อยมาคิดต่อ

เรียน MBA UK ที่ไหนดี

เรียน MBA UK ที่ไหนดี? อืมมม... คำถามนี้มันคมคายเหมือนมีดโกนเลยนะ! MBA น่ะเหรอ? ก็เหมือนกับสูตรลับในการครองโลกธุรกิจ แต่โลกธุรกิจมันไม่ได้มีแค่สูตรเดียว มีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากเป็นราชาแห่งป่าดงดิบ หรือเป็น CEO ในห้างสรรพสินค้าไฮโซ

10 อันดับ MBA Programs ปีนี้ (2024) ใน UK บอกเลยว่าไม่มีสูตรสำเร็จ! แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว (และการสืบค้นข้อมูลอย่างหนักหน่วง จนเกือบจะติดหนี้บัตรเครดิต) ขอเสนออันดับที่... เอ่ออ... ขอโทษครับ อันดับจริง ๆ มันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามกระแสลมและแรงดันทางการตลาด แต่ก็จะมีมหา'ลัยดัง ๆ ที่ติดอันดับบ่อย ๆ เช่น:

  • London Business School (LBS): เหมือนกับร้านอาหารมิชลินสตาร์ หรูหราอลังการ แต่ราคาอาจจะ... สูงลิ่ว เหมือนกับซื้อสร้อยเพชรแท้
  • Saïd Business School (Oxford): ความคลาสสิกที่ผสมผสานกับความทันสมัย เปรียบเหมือนกับไวน์ชั้นดี ยิ่งเก็บยิ่งมีราคา
  • Cambridge Judge Business School: ความเป็นอัจฉริยะทางวิชาการ แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า แต่ก็อาจจะเครียดหน่อยนะ
  • Imperial College Business School: เน้นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เหมือนกับจรวดที่พร้อมจะทะยานสู่ดวงดาว
  • Cranfield School of Management: แข็งแกร่งในด้านการบริหารอุตสาหกรรม เหมือนกับเสาหลักของอาคารที่มั่นคง
  • Alliance Manchester Business School: ความครอบคลุมในด้านต่าง ๆ เหมือนกับมีดสวิสอาร์มี่ ใช้งานได้สารพัด
  • Warwick Business School: ล้ำสมัยและเน้นการปฏิบัติ เหมือนกับเกมส์จำลองธุรกิจที่ท้าทาย
  • Cass Business School (City, University of London): ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เหมือนกับช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ
  • Durham University Business School: ความสมดุลระหว่างทฤษฎีและปฏิบัติ เหมือนกับนักกีฬาที่มีทั้งสมองและกล้ามเนื้อ
  • University of Edinburgh Business School: ประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย เหมือนกับการเดินทางรอบโลก

ปล. อันดับอาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้างนะครับ ขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูลและปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เหมือนกับการพยากรณ์อากาศ แม่นบ้างไม่แม่นบ้าง เอาเป็นว่าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยตรงจะดีที่สุดครับ อย่าเชื่อผมมากนัก (ฮา) เพราะผมก็แค่คนคนนึงที่ชอบค้นคว้าข้อมูลเหมือนกัน

เรียน MBA แล้ว ได้ อะไร

MBA อ่ะนะ ได้อะไรบ้าง? คิดหนักเลย เอาแบบจริง ๆ นะ

  • โอกาสงานดีขึ้น เห็นชัดเลย เพื่อนผมหลายคนได้เลื่อนตำแหน่งหลังเรียนจบ โปรเจกต์ใหญ่ ๆ มาเพียบ บางคนได้ขึ้นเป็นหัวหน้าทีมเลยนะ อิจฉาเล็กน้อย

  • เงินเดือนเพิ่ม แน่นอน ต้องเพิ่มสิ ไม่งั้นเรียนไปทำไม เห็นผลชัดเจน เพื่อนผมคนนึงได้ขึ้น 30% เลยนะ ปีนี้แหละ หลังเรียนจบไปได้ไม่ถึงปี

  • เครือข่าย อันนี้สำคัญมาก ได้เจอคนเก่ง ๆ เยอะ รุ่นพี่ รุ่นน้อง อาจารย์ บางคนกลายเป็นลูกค้าหรือคู่ค้าได้เลย ผมได้เจอผู้บริหารหลายบริษัทเลยนะ ปีนี้เอง

แต่... เรียน MBA มันเหนื่อยนะ เวลาโคตรน้อย เรียนไปทำงานไป แทบไม่มีชีวิตส่วนตัว ปีนี้ผมเลยลดกิจกรรมลงเยอะ ต้องบริหารเวลาให้ดี ๆ ไม่งั้นจะแย่

สงสัยไหมว่า ทำไมถึงเรียน ก็อยากพัฒนาตัวเองไง อยากมีตำแหน่งสูง ๆ อยากมีเงินเยอะ ๆ ใคร ๆ ก็อยากแบบนั้นป้ะ

แล้วก็ ค่าเรียนแพงโคตร ต้องกู้เงินเรียน กดดันนะ แต่ก็คิดว่าคุ้ม คิดแบบนั้นจริงๆนะ

  • ความรู้ ได้ความรู้ด้านการจัดการธุรกิจ การเงิน การตลาด เยอะมาก แต่เอาไปใช้จริงได้แค่ไหน ก็ต้องดูอีกทีนะ ปีนี้ได้ใช้ความรู้หลายอย่างเลย ช่วยในการทำงานได้เยอะ
  • ทักษะ เช่น การนำเสนอ การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหา ก็ได้พัฒนาขึ้น ปีนี้ได้นำเสนอแผนงานต่อผู้บริหารหลายครั้ง ได้ฝึกทักษะนี้เยอะ

สรุปแล้ว เรียน MBA ได้หลายอย่าง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อย และค่าใช้จ่าย ปีนี้ผมยังยุ่งอยู่กับการใช้ความรู้และทักษะที่ได้เรียนมา ได้ประโยชน์มากเลย

เรียน MBA จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง

จบ MBA แล้วไปทำอะไรได้บ้างเหรอ...

มันเหมือนเราเดินมาถึงทางแยกใหญ่ ๆ นะ หลังจากที่เรียนมาตั้งนาน จ่ายค่าเทอมไปเยอะมาก (แอบบ่นในใจทุกที)

  • บัญชี...มันก็ยังเป็นอะไรที่มั่นคงนะ ใคร ๆ ก็ต้องใช้บัญชี แต่ใจเรามันจะชอบจริง ๆ เหรอ?

  • จัดการธุรกิจ อันนี้กว้างมากเลยนะ เป็นผู้จัดการ เป็นหัวหน้า...แต่ต้องเจอคน ต้องแบกความรับผิดชอบเยอะมาก

  • การเงิน นี่แหละที่คนคิดว่า MBA ต้องไปทางนี้ ลงทุน วิเคราะห์...มันดูฉลาดนะ แต่เราจะไหวเหรอ กับความเสี่ยง

  • ไอที อันนี้เซอร์ไพรส์เหมือนกันนะ แต่โลกมันเปลี่ยนไปแล้วนี่นา ใคร ๆ ก็ต้องใช้เทคโนโลยี MBA กับไอที...มันไปด้วยกันได้จริง ๆ เหรอ?

  • ธุรกิจระหว่างประเทศ อันนี้ดูเท่ดีนะ ได้เดินทาง ได้เจอคนต่างชาติ แต่ต้องเก่งภาษา ต้องเข้าใจวัฒนธรรม...เราพร้อมจริง ๆ ใช่ไหม?

ที่จริง...มันไม่ได้มีแค่นี้นะ

มันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า ว่าอยากจะทำอะไร อยากจะเป็นอะไร แล้ว MBA มันจะช่วยให้เราไปถึงตรงนั้นได้ยังไง

เพื่อนเราบางคนจบ MBA ไปเปิดร้านกาแฟก็มีนะ...

  • ปรึกษาธุรกิจ: หลายคนไปเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทต่าง ๆ ช่วยเขาแก้ปัญหา วางแผนกลยุทธ์ แต่ต้องมีความรู้เยอะ และต้องเก่งเรื่องคนด้วยนะ
  • เป็นเจ้าของธุรกิจเอง: อันนี้ก็เสี่ยงหน่อย แต่ถ้ามีไอเดียดี ๆ มีความมุ่งมั่น MBA ก็ช่วยให้เราบริหารจัดการธุรกิจได้ดีขึ้น
  • งานที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจเลย: บางคนก็เปลี่ยนสายงานไปเลย ไปทำงานเพื่อสังคม ไปทำงานที่ตัวเองรักจริง ๆ MBA มันก็แค่ใบเบิกทางนะ ไม่ได้ผูกมัดอะไรเราไว้

MBA จบไปทําอะไร

MBA จบไปทำอะไรเหรอ... อืม...

มันก็มีหลายทางนะ แต่ที่เห็นบ่อยๆ เลยคือ

  • ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ: คือต้องเก่งเรื่องวางแผนธุรกิจ มองตลาดออก แล้วก็ต้องติดต่อประสานงานกับคนต่างชาติได้คล่องเลย
  • ผู้จัดการฝ่ายนำเข้าส่งออก: อันนี้ก็ตรงตัว ต้องรู้เรื่องกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ เอกสารต่างๆ แล้วก็เรื่องโลจิสติกส์
  • ที่ปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ: อันนี้อาจจะยากหน่อย ต้องมีประสบการณ์พอสมควร ถึงจะให้คำแนะนำคนอื่นได้

เงินเดือนเริ่มต้น อืม... มันแล้วแต่บริษัทเลยนะ แต่ที่เคยเห็นๆ มาก็ประมาณ 22,000 – 50,000 บาทต่อเดือน แต่ถ้าเก่งจริง หรือบริษัทใหญ่ๆ ก็อาจจะได้เยอะกว่านั้น

โอกาสไปทำงานต่างประเทศ ก็มีนะ ถ้าบริษัทมีสาขา หรือมีโปรเจกต์ที่ต่างประเทศ แต่ก็ต้องเก่งภาษา แล้วก็ต้องปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมอื่นได้ดี

บางที... มันก็ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดหรอกนะ แต่ถ้าเราตั้งใจจริง แล้วก็พยายามเรียนรู้ตลอดเวลา มันก็ต้องมีทางของเราแหละ

จบ MBA ได้วุฒิอะไร

จบ MBA ได้วุฒิอะไร? ได้วุฒิ "บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต" นั่นเอง เป็นวุฒิการศึกษาขั้นสูงที่เปิดโอกาสทางอาชีพกว้างขวางทีเดียว เสริมสร้างทักษะการบริหารจัดการทั้งเชิงกลยุทธ์และปฏิบัติการ น่าสนใจนะครับที่ปัจจุบันหลักสูตร MBA มีหลากหลาย specialization ให้เลือกเรียน ตรงกับความถนัดและเป้าหมายอาชีพ ยิ่งเพิ่มมูลค่าให้กับผู้จบการศึกษา

  • Master of Business Administration (MBA): นี่คือชื่อวุฒิภาษาอังกฤษ ที่ใช้กันทั่วโลก

  • บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต: นี่คือชื่อวุฒิภาษาไทย ที่ตรงกับ MBA

ผมเองเคยศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร MBA ในมุมมองของการสร้างบุคลากรคุณภาพสูง พบว่าปัจจุบันเน้นบูรณาการความรู้ด้านดิจิทัลและนวัตกรรมเข้ากับหลักสูตรมากขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนพร้อมรับมือกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จริงๆ แล้ว การเลือกเรียน MBA ควรพิจารณาให้รอบคอบ ว่าตรงกับความสนใจและเป้าหมายชีวิตเราหรือเปล่า ไม่ใช่แค่เพียงใบปริญญา แต่เป็นการพัฒนาตนเองอย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติม: ปี 2566 หลายสถาบันการศึกษาปรับปรุงหลักสูตร MBA ให้ทันสมัย โดยเพิ่มวิชาเลือกที่เกี่ยวกับการใช้ AI ในธุรกิจ, การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) และความยั่งยืน (Sustainability) เป็นต้น