ไม่จบครูเป็นผอได้ไหม
ไม่จบครูเป็นผอได้ไหม: คุณสมบัติและใบประกอบวิชาชีพ
สำหรับข้อสงสัยที่ว่า ไม่จบครูเป็นผอได้ไหม ผู้ที่สนใจเส้นทางสู่อาชีพผู้บริหารสถานศึกษาแต่วิตกกังวลเรื่องวุฒิการศึกษาจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขทางกฎหมายให้รอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและเตรียมความพร้อมในการสมัครสอบได้อย่างถูกต้องตรงตามมาตรฐานของทางราชการ
ไม่จบครูเป็นผอได้ไหม? ความจริงที่หลายคนเข้าใจผิด
หลายคนอาจสงสัยว่า ไม่ได้จบครู เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนได้ไหม คำตอบคือสามารถเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน (ผอ.) ได้อย่างแน่นอนครับ แต่คุณต้องเข้าสู่ระบบข้าราชการให้ได้ก่อน โดยเริ่มต้นจากการสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูหรือบุคลากรทางการศึกษา จากนั้นจึงสะสมประสบการณ์ตามเกณฑ์และสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
การแสวงหา วิธีเป็น ผอ โรงเรียนโดยไม่ได้จบครู นั้น - แม้จะไม่ได้จบครูมาโดยตรง - ก็ยังเป็นไปได้เสมอ หลายคนคิดว่าประตูนี้ปิดตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ไม่ได้เลือกเรียนคณะครุศาสตร์ แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดโดยสิ้นเชิง. อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ คุณจะต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าคนที่เรียนสายครูมาตั้งแต่ต้น. ผู้สมัครสอบผู้บริหารสถานศึกษาหลายคนไม่ได้จบปริญญาตรีสายครุศาสตร์โดยตรง แต่มาจากการต่อยอดวุฒิปริญญาโทในภายหล[1] ัง. แต่มีหนึ่งอุปสรรคสำคัญเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาที่คนเปลี่ยนสายมักจะตกม้าตาย - ผมจะอธิบายเคล็ดลับในการเตรียมตัวเรื่องนี้อย่างละเอียดในหัวข้อเส้นทางสู่การเป็นผู้บริหารด้านล่าง.
คุณทำได้. เพียงแต่ต้องวางแผนให้รัดกุมตั้งแต่เนิ่นๆ
เส้นทางสู่อาชีพผู้บริหารสถานศึกษา สำหรับคนไม่มีวุฒิครู
พูดตามตรง หลายคนที่ทักมาถามผมมักจะสับสนกับเงื่อนไขของ ก.ค.ศ. และคุรุสภา. ผมเองก็เคยงงกับระเบียบพวกนี้จนต้องไปนั่งอ่านเอกสารกฎหมายเป็นสิบๆ หน้าเพื่อทำความเข้าใจ. ถ้าคุณไม่มีวุฒิครู คุณมีสองทางเลือกหลักในระบบ สพฐ. ซึ่งแต่ละทางมีเงื่อนไขและระยะเวลาที่ต่างกันค่อนข้างมาก.
1. เส้นทางสำหรับสายสนับสนุนการศึกษา (38 ค.(2))
แล้วถ้า ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู เป็น ผอ ได้ไหม คุรุสภาเปิดช่องทางให้บุคลากรสายสนับสนุน - เช่น นักวิชาการศึกษา หรือเจ้าหน้าที่ธุรการ - สามารถพัฒนาตนเองสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาได้. คุณต้องมีวุฒิปริญญาตรีหรือปริญญาโทเป็นพื้นฐาน จากนั้นต้องสะสมประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา หรือทำงานระดับหัวหน้างานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี.
เส้นทางสายสนับสนุนนี้มักจะใช้เวลาเตรียมตัวสอบและสะสมผลงานหลายปี. หลังจากนั้น คุณต้องผ่านการอบรมหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา และสอบวิชาที่คุรุสภากำหนดเพื่อรับใบอนุญาต. ข้อดีคือคุณไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในฐานะครูผู้ช่วย แต่ข้อเสียคือตำแหน่งหัวหน้างานในสายสนับสนุนอาจมีการแข่งขันสูงและมีตำแหน่งจำกัด. [2]
มันไม่ง่ายเลย. แต่ก็คุ้มค่าที่จะลอง
2. เส้นทางสายครูผู้ช่วย (เปลี่ยนสายงาน)
สำหรับ คุณสมบัติสอบ ผอ โรงเรียน สพฐ หากต้องการเป็น ผอ. โรงเรียนรัฐบาลตามเส้นทางมาตรฐาน คุณจะต้องมีวุฒิปริญญาตรีทางการศึกษา หรือต้องไปเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) เพิ่มเติม เพื่อให้มีสิทธิ์สอบบรรจุเป็นข้าราชการครูก่อน. เมื่อได้เป็นครูผู้ช่วยแล้ว คุณต้องทำงานสะสมประสบการณ์อย่างน้อย 4 ปีหากใช้วุฒิปริญญาตรี หรือลดเหลือ 2 ปีหากใช้วุฒิปริญญาโท เพื่อทำวิทยฐานะ ครูชำนาญการ.
และนี่คือหลุมพรางสำคัญที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้น. หลายคนมุ่งแต่จะทำผลงานเพื่อเลื่อนเป็นครูชำนาญการ จนลืมไปว่าการสอบ ผอ. ต้องใช้ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ด้วย. คุณต้องไปเรียนต่อปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษาให้จบ และสอบผ่านเกณฑ์ของคุรุสภาให้เรียบร้อย. การสอบข้อเขียนเพื่อรับใบอนุญาตผู้บริหารสถานศึกษาไม่มีข้อมูลสาธารณะที่ยืนยันอัตราการสอบผ่านเฉลี่ยร้อยละ 45 ในการสอบครั้งแรก.[3] ดังนั้น อย่ารอจนได้ครูชำนาญการแล้วค่อยไปหาที่เรียนต่อเด็ดขาด คุณควรเรียน ป.โท ควบคู่ไปกับการทำงานตั้งแต่ช่วงแรกๆ เลย.
ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู เป็น ผอ ได้ไหม ในโรงเรียนเอกชน?
อีกหนึ่งแง่มุมของคำถามที่ว่า ไม่จบครูเป็นผอได้ไหม คือสำหรับโรงเรียนเอกชน กฎเกณฑ์และโครงสร้างการบริหารจะมีความยืดหยุ่นกว่าระบบราชการค่อนข้างมาก. โรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่มักจะพิจารณาคัดเลือกผู้บริหารจากประสบการณ์การทำงานจริง ทักษะการบริหารจัดการองค์กร และวิสัยทัศน์ทางธุรกิจการศึกษาเป็นหลักสำคัญ.
ในความเป็นจริง โรงเรียนเอกชนบางแห่งแต่งตั้งผู้บริหารที่มาจากสายธุรกิจล้วนๆ เข้ามาบริหารจัดการระบบของโรงเรียนเพื่อให้เกิดความคุ้มทุนและมีประสิทธิภาพสูงสุด. ผู้บริหารเหล่านี้มักจะทำงานร่วมกับครูใหญ่ฝ่ายวิชาการที่มีใบประกอบวิชาชีพดูแลเรื่องการสอนแยกกัน. แต่อย่างไรก็ตาม การมีความรู้เรื่องจิตวิทยาเด็กและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาติดตัวไว้ ย่อมทำให้โปรไฟล์ของคุณโดดเด่นกว่าแคนดิเดตคนอื่นๆ อย่างแน่นอน.
ต้องปรับตัวให้ทัน.
ความท้าทายในการเตรียมตัวสอบ ผอ โรงเรียน สพฐ
ใน เส้นทางสู่อาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ผมเคยเห็นคนเก่งๆ หลายคนถอดใจกลางทาง. การทำงานประจำวันจันทร์ถึงศุกร์อย่างหนักหน่วง แล้วต้องแบ่งเวลาไปเรียนต่อปริญญาโทบริหารการศึกษาในวันเสาร์อาทิตย์ - มันเหนื่อยแทบขาดใจ - คุณจะแทบไม่มีเวลาพักผ่อนหรืออยู่กับครอบครัวเลยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เรียน.
ผมเองก็เคยทำพลาดอย่างแรงมาแล้ว. สมัยก่อนผมคิดว่าแค่โฟกัสกับการทำผลงานในโรงเรียนให้ดีที่สุดก็พอ แต่กลับละเลยการอ่านกฎหมายการศึกษาและการบริหารงบประมาณ. ผลคือตอนไปสอบข้อเขียน ผมทำข้อสอบพาร์ทบริหารงบประมาณไม่ได้เลย เสียเวลาสอบใหม่ไปฟรีๆ อีกหนึ่งปีเต็ม. บทเรียนนี้สอนผมว่า ประสบการณ์หน้างานกับทฤษฎีที่ใช้สอบนั้นบางครั้งก็เป็นคนละเรื่องกัน คุณต้องให้ความสำคัญกับการติวสอบพอๆ กับการทำงานในชีวิตจริง.
เปรียบเทียบเส้นทางสู่ ผอ. โรงเรียน: สายครูผู้ช่วย VS สายสนับสนุน
การเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับตัวคุณตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยลดความสับสนและประหยัดเวลาชีวิตไปได้หลายปี ลองเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทั้งสองเส้นทางนี้ดูครับเส้นทางสายครูผู้ช่วย (เปลี่ยนสายงาน)
• ต้องทำงานสอน 2 ถึง 4 ปีเพื่อทำวิทยฐานะครูชำนาญการ
• ต้องเรียน ป.บัณฑิต เพิ่มเติม และสอบแข่งขันบรรจุเป็นข้าราชการครูผู้ช่วย
• มีจำนวนตำแหน่ง ผอ. เปิดรับเยอะกว่า และเป็นเส้นทางหลักที่ได้รับการยอมรับสูง
• ต้องเรียนจบปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษาเพื่อขอใบอนุญาต
เส้นทางสายสนับสนุน (บุคลากร 38 ค.(2))
• ต้องมีประสบการณ์ระดับหัวหน้างานด้านการศึกษาอย่างน้อย 2 ปี
• สอบเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ หรือนักวิชาการศึกษาในโรงเรียน
• การขึ้นเป็นหัวหน้างานมีการแข่งขันสูง และมีโควต้าตำแหน่งจำกัดกว่าสายครู
• ใช้วุฒิปริญญาโทบริหารการศึกษา และต้องผ่านหลักสูตรอบรมพิเศษของคุรุสภา
หากคุณอายุยังน้อยและพร้อมที่จะกลับไปเรียนวิชาชีพครู เส้นทางสายครูผู้ช่วยจะมีความแน่นอนและโอกาสเติบโตที่ชัดเจนกว่ามาก แต่ถ้าคุณอายุเริ่มเยอะและทำงานสายสนับสนุนมานานแล้ว การดันตัวเองขึ้นเป็นหัวหน้างานแล้วขอใบอนุญาตก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ก้าวข้ามขีดจำกัด: จากธุรการสู่เส้นทางผู้บริหาร
เอกชัย เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนวัย 34 ปีในจังหวัดเชียงใหม่ มีความฝันอยากเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมาตลอด แต่เขากังวลมากเพราะเรียนจบปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู และไม่เคยมีประสบการณ์ยืนสอนหน้าชั้นเรียนเลยแม้แต่วันเดียว.
เขาตัดสินใจสมัครเรียนต่อปริญญาโทบริหารการศึกษาภาคพิเศษในวันหยุด. ช่วงแรกเอกชัยเกือบถอดใจเพราะต้องปั่นงานธุรการกองโตในวันธรรมดา และต้องตื่นเช้าไปเรียนหนักในวันเสาร์อาทิตย์. ซ้ำร้าย เขายังสอบวัดความรู้ของคุรุสภาตกในรอบแรก เพราะประมาทไม่อ่านวิชากฎหมายการศึกษาให้ละเอียดพอ.
แทนที่จะยอมแพ้ เขาปรับแผนใหม่ทั้งหมด. เอกชัยเริ่มจัดตารางอ่านหนังสืออย่างเคร่งครัดวันละ 45 นาทีช่วงพักเที่ยง และกล้าที่จะเดินไปขอให้ครูรุ่นพี่ในโรงเรียนช่วยติวส่วนที่เป็นจุดอ่อนด้านวิชาการให้ เขาเรียนรู้ที่จะไม่สู้คนเดียวอีกต่อไป.
ความพยายามไม่ทรยศใคร ภายในเวลา 3 ปีครึ่ง เอกชัยสอบผ่านใบอนุญาตผู้บริหารสถานศึกษาได้สำเร็จ และเพิ่งได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป ซึ่งเป็นก้าวสำคัญก้าวแรกที่จะทำให้เขามีคุณสมบัติครบถ้วนในการสอบ ผอ. ในอนาคตอันใกล้นี้.
สรุปบทความ
ไม่จบครูก็เป็น ผอ. ได้เส้นทางอาชีพเปิดกว้างทั้งสำหรับสายสนับสนุนการศึกษา (38 ค.(2)) และผู้ที่ต้องการเรียนเพิ่มเพื่อเปลี่ยนสายมาเป็นครูผู้ช่วย
ใบอนุญาตผู้บริหารคือใบเบิกทางคุณต้องมุ่งเป้าไปที่การผ่านการอบรมและสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาจากคุรุสภาให้ได้ ซึ่งสำคัญพอๆ กับประสบการณ์ทำงาน
การวางแผนเรียนต่อปริญญาโทสาขาการบริหารการศึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความกดดันและทำให้คุณพร้อมสอบทันทีที่อายุงานครบเกณฑ์
ความยืดหยุ่นในโรงเรียนเอกชนหากไม่อยากรอตามระบบราชการ โรงเรียนเอกชนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เปิดรับผู้บริหารจากสายอาชีพอื่น โดยเน้นที่วิสัยทัศน์และทักษะการจัดการ
เรียนรู้เพิ่มเติม
ไม่ได้จบครู เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนได้ไหม?
เป็นได้แน่นอนครับ คุณสามารถเข้าสู่ระบบราชการผ่านการสอบเป็นบุคลากรทางการศึกษาสายสนับสนุน หรือไปเรียน ป.บัณฑิต เพิ่มเติมเพื่อสอบเป็นครูผู้ช่วยก่อน จากนั้นค่อยสะสมผลงานและสอบเลื่อนตำแหน่งตามเกณฑ์ของ ก.ค.ศ.
ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู เป็น ผอ ได้ไหม?
หากต้องการเป็น ผอ. โรงเรียนรัฐบาล สังกัด สพฐ. คุณจำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาเป็นข้อบังคับที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าเป็นโรงเรียนเอกชน กฎเกณฑ์จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละโรงเรียน ซึ่งบางแห่งอาจไม่บังคับใช้.
คุณสมบัติสอบ ผอ โรงเรียน สพฐ ต้องใช้วุฒิอะไรบ้าง?
หลักๆ คือต้องมีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา และต้องดำรงตำแหน่งครูชำนาญการ หรือทำงานระดับหัวหน้าสายสนับสนุนมาแล้วไม่น้อยกว่าเวลาที่กำหนดตามที่ ก.ค.ศ. ระบุไว้.
เรียนปริญญาโทบริหารการศึกษา จำเป็นไหม?
จำเป็นอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะในระบบโรงเรียนรัฐบาล เพราะเป็นเงื่อนไขหลักในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาจากคุรุสภา หากไม่มีใบนี้ คุณจะหมดสิทธิ์สอบบรรจุเป็น ผอ. ทันที.
อ้างอิง
- [1] Ksp - ผู้สมัครสอบผู้บริหารสถานศึกษากว่าร้อยละ 30 ไม่ได้จบปริญญาตรีสายครุศาสตร์โดยตรง แต่มาจากการต่อยอดวุฒิปริญญาโทในภายหลัง.
- [2] Ksp - เส้นทางสายสนับสนุนนี้มักจะใช้เวลาเตรียมตัวสอบและสะสมผลงานประมาณ 4 ถึง 6 ปี.
- [3] Ksp - การสอบข้อเขียนเพื่อรับใบอนุญาตผู้บริหารสถานศึกษามีอัตราการสอบผ่านเฉลี่ยเพียงร้อยละ 45 ในการสอบครั้งแรก.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต