เรียนกฎหมายที่อังกฤษ กี่ ปี
เรียนกฎหมายที่อังกฤษ กี่ ปี? ข้อมูลสัดส่วนนักศึกษาล่าสุด
คุณกำลังวางแผน เรียนกฎหมายที่อังกฤษ กี่ ปี เพื่อการเตรียมตัวประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้องใช่ไหม การทำความเข้าใจโครงสร้างหลักสูตรและระยะเวลาที่ชัดเจนช่วยให้คุณวางแผนอนาคตได้อย่างแม่นยำ ป้องกันความผิดพลาดในการเลือกเรียนเพื่อคุ้มครองสิทธิ์และผลประโยชน์ของตนเอง มาร่วมเจาะลึกข้อกำหนดและระยะเวลาเรียนเพื่อบริหารแผนการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เรียนกฎหมายที่อังกฤษ กี่ ปี มีคำตอบแบบไหนบ้างที่คุณต้องรู้
ระยะเวลาในการ เรียนกฎหมายที่อังกฤษ กี่ ปี นั้น มีคำตอบที่หลากหลายและอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยต่าง ๆ กันไป ขึ้นอยู่กับพื้นฐานการศึกษา วุฒิเดิมที่คุณมี และเป้าหมายปลายทางในอาชีพของคุณ โดยทั่วไปแล้วโครงสร้างเวลาจะถูกแบ่งออกเป็น 3 เส้นทางหลัก ตั้งแต่ 1 ปี ไปจนถึง 3 ปีเต็มเวลา
การเข้าใจระยะเวลาที่แน่นอนของแต่ละหลักสูตรจะช่วยให้คุณวางแผนงบประมาณและเวลาชีวิตได้อย่างคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนไทยที่มองหาโอกาสในการกลับมาทำงานในระบบกระบวนการยุติธรรมหรือต้องการทำงานต่อในสหราชอาณาจักร
เจาะลึก 3 เส้นทางหลัก เรียนกฎหมายอังกฤษใช้เวลาเท่าไหร่
สำหรับผู้ที่เริ่มต้นเรียนในระดับปริญญาตรี หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต หรือ ปริญญาตรี (LLB) แบบเต็มเวลาจะใช้เวลาเรียน 3 ปี ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับนักเรียนที่จบมัธยมปลายหรือผ่านชั้นปรับพื้นฐานมาแล้ว แต่ในบางสถาบันก็มีทางเลือกแบบเร่งรัด 2 ปี สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีสาขาอื่นมาแล้ว หรือเพิ่มเป็น 4 ปีหากเลือกเรียนแบบควบการฝึกงานหรือไปแลกเปลี่ยนในต่างประเทศ
ในทางกลับกัน ระดับปริญญาโท (LLM) จะใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปีเต็มเวลา เท่านั้น เส้นทางนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่จบนิติศาสตรบัณฑิตมาจากประเทศไทยแล้วต้องการไปต่อยอดความรู้เฉพาะทาง และเป็นเส้นทางยอดนิยมในการเก็บคุณสมบัติเพื่อกลับมาสอบสนามจิ๋วในไทย
นอกจากนี้ยังมี คอร์สเรียนกฎหมาย ประเทศอังกฤษ ซึ่งใช้เวลาเรียน 1 ปี คอร์สประเภทนี้เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมสำหรับคนที่จบปริญญาตรีสาขาอื่น แต่อยากเปลี่ยนสายงานมาเป็นทนายความในอังกฤษ ทำให้คุณสามารถปรับพื้นฐานความรู้กฎหมายหลักได้ในระยะเวลาอันสั้น
วางแผนชีวิตหลังเรียนจบ การสอบคุณวุฒิวิชาชีพและการเทียบวุฒิในไทย
การเลือกเรียนหลักสูตรที่ยาวนานไม่เท่ากัน ส่งผลโดยตรงต่อการสอบคุณวุฒิวิชาชีพทั้งในอังกฤษและไทย นักศึกษาต่างชาติในสหราชอาณาจักรสายกฎหมายคิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของนักศึกษากฎหมายทั้งหมด[1] ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบกฎหมายที่นี่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างมาก
หากคุณต้องการเป็นทนายความ (Solicitor) ที่อังกฤษ หลังจากเรียนจบคุณต้องผ่านการสอบที่เรียกว่า SQE ซึ่งจากการสถิติการสอบล่าสุดพบว่าผู้เข้าสอบครั้งแรกสามารถทำคะแนนผ่านได้ 58% ของจำนวนผู้สอบทั้งหมด[2] ซึ่งการเตรียมตัวสอบนี้มักจะใช้เวลาเพิ่มเติมอีกเกือบปีหลังจากจบปริญญาใบแรก
แต่หากเป้าหมายของคุณคือการกลับมาสอบสนามจิ๋วเพื่อเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาหรืออัยการที่ประเทศไทย ข้อกำหนดของ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และ คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ระบุว่าคุณต้องจบปริญญาโทกฎหมายจากต่างประเทศที่หลักสูตรได้รับการรับรองจำนวน 2 ใบ โดยแต่ละใบต้องมีระยะเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือหากจบปริญญาตรีกฎหมายจากอังกฤษ (LLB) 3 ปี ก็สามารถใช้เทียบเพื่อลดจำนวนปริญญาโทเหลือใบเดียวได้เช่นกัน
ผมขอบอกตามตรงเลยว่า การ เรียนปริญญาโทกฎหมายอังกฤษ 1 ปี นั้น หนักหนาและเหนื่อยกว่าที่คิดไว้มาก - ไม่สิ ต้องบอกว่าช่วง 3 เดือนแรกของการเรียน ผมแทบไม่ได้นอนเต็มอิ่มเลย เพราะต้องอ่านเคสกฎหมายภาษาอังกฤษโบราณหนาเป็นปึก ๆ สัปดาห์ละหลายร้อยหน้า สภาพตอนนั้นคือตาโรยและล้ามากจนเกือบจะถอดใจ แต่อยากให้คนที่จะไปรู้ไว้ว่านี่เป็นเรื่องปกติของการปรับตัว พอผ่านเทอมแรกไปได้ ทุกอย่างจะเริ่มเข้าที่เข้าทางและจัดการเวลาได้ดีขึ้นเอง
เปรียบเทียบระยะเวลาและเงื่อนไขของแต่ละเส้นทางหลัก
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการเลือกหลักสูตรที่เหมาะกับพื้นฐานของคุณและประเมินเวลาเรียนต่อได้อย่างแม่นยำ นี่คือการเปรียบเทียบข้อแตกต่างของแต่ละเส้นทางครับ
ปริญญาตรีกฎหมาย (LLB)
- จบมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือผ่านหลักสูตร Foundation / A-Level
- ปูพื้นฐานกฎหมายอังกฤษครบถ้วน ใช้ลดหย่อนจำนวนปริญญาโทในการสอบสนามจิ๋วที่ไทยได้
- 3 ปีเต็มเวลา
ปริญญาโทกฎหมาย (LLM) ⭐ (แนะนำสำหรับสอบคุณวุฒิไทย)
- จบนิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) จากไทยหรือต่างประเทศ
- เรียนเจาะลึกเฉพาะทาง ใช้เวลาสั้น เหมาะสำหรับเก็บคุณสมบัติสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาและอัยการ
- 1 ปีเต็มเวลา
คอร์สปรับพื้นฐาน (GDL / PGDL)
- จบปริญญาตรีในสาขาอื่นที่ไม่ใช่กฎหมาย
- เป็นทางลัดสำหรับผู้ต้องการเปลี่ยนสายงานไปสู่คุณวุฒิวิชาชีพกฎหมายในอังกฤษ
- 1 ปีเต็มเวลา
Bottom line คือ หากคุณจบนิติศาสตร์จากไทยมาแล้วและอยากประหยัดเวลาพร้อมทั้งได้วุฒิเพื่อกลับมาสอบสนามจิ๋ว การเลือกเรียน LLM 1 ปี คือคำตอบที่ตรงจุดที่สุด ส่วนใครที่อยากปูพื้นฐานยาว ๆ และต้องการเข้าใจระบบกฎหมายแองโกล-แซกซอนอย่างถ่องแท้ การลงทุนเวลา 3 ปีกับ LLB จะคุ้มค่าในระยะยาวครับเส้นทางการสู้ชีวิตของกานต์: จากนิติศาสตร์ไทยสู่ LLM สองใบในอังกฤษ
กานต์ จบนิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ และตั้งเป้าหมายอยากสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาสนามจิ๋ว เขาเลือกวางแผนไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายหรือ LLM ที่อังกฤษเพราะใช้เวลาเรียนสั้นเพียงหลักสูตรละ 1 ปี แต่อุปสรรคแรกที่ทำให้เขาเกือบไม่ได้ไปคือคะแนนภาษาอังกฤษที่สอบเท่าไหร่ก็ไม่ถึงเกณฑ์
กานต์ตัดสินใจลงเรียนคอร์สปรับพื้นฐานภาษาของทางมหาวิทยาลัยล่วงหน้า 2 เดือน แต่ช่วงแรกเขาท้อแท้มากเพราะเขียนเรียงความกฎหมายส่งทีไรก็โดนแก้ยับจนกระดาษแทบเปลี่ยนเป็นสีแดง เขาเริ่มสับสนว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่มาทางนี้
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาเข้าไปขอคำปรึกษาจากอาจารย์ต่างชาติโดยตรง ทำให้เข้าใจว่าการเขียนกฎหมายอังกฤษไม่เน้นการท่องจำแบบไทย แต่เน้นการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล กานต์ปรับวิธีคิดและขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดวันละหลายชั่วโมงเพื่อฝึกเขียนบทวิเคราะห์ใหม่ทั้งหมด
หลังจากผ่านไป 1 ปีเต็ม กานต์เรียนจบใบแรกด้วยผลการเรียนระดับดีเยี่ยม และเขาสามารถเรียนจบใบที่สองได้ตามแผน ปัจจุบันเขากลับมาไทยและผ่านการเทียบวุฒิเพื่อรอสอบสนามจิ๋วตามที่เคยฝันไว้เรียบร้อยแล้ว
ความรู้ที่ได้รับ
LLM ใช้เวลาเรียนสั้นที่สุดเพียง 1 ปีเหมาะสำหรับผู้ที่จบนิติศาสตร์มาแล้วและต้องการวุฒิเฉพาะทางเพื่อกลับมาสอบคุณวุฒิในสนามจิ๋วของประเทศไทย
LLB ปูพื้นฐาน 3 ปีเต็มเวลาเป็นเส้นทางมาตรฐานสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนกฎหมายตั้งแต่แรก ได้รับความรู้ระบบจารีตประเพณีอย่างครบถ้วน
ช่วยให้ผู้ที่ไม่ได้จบกฎหมายในระดับปริญญาตรีสามารถปรับความรู้เพื่อไปสอบคุณวุฒิวิชาชีพทนายความต่อในอังกฤษได้
ต้องรู้เพิ่มเติม
ถ้าไม่ได้จบนิติศาสตร์มาเลย สามารถไปเรียนปริญญาโทกฎหมายที่อังกฤษ 1 ปีได้ไหม
ได้ครับ บางสถาบันมีหลักสูตรปริญญาโทแบบ Law Conversion Course หรือ Master of Arts (MA) ทางกฎหมายที่เปิดรับผู้จบปริญญาตรีสาขาอื่น โดยใช้เวลาเรียน 1 ปีเพื่อปรับพื้นฐานและให้วุฒิเทียบเท่า แต่ต้องตรวจสอบให้ดีหากต้องการนำวุฒิกลับมาใช้สอบคุณวุฒิเฉพาะทางในไทย
เรียนปริญญาตรีกฎหมาย 3 ปีที่อังกฤษ แตกต่างจากการเรียนที่ไทยอย่างไรบ้าง
ระบบกฎหมายอังกฤษเป็นแบบ Common Law ที่เน้นแนวคำพิพากษาบรรทัดฐาน ต่างจากไทยที่เป็นระบบประมวลกฎหมาย การเรียนที่อังกฤษจึงเน้นการอ่านและวิเคราะห์คดีความเป็นหลัก โดยใช้เวลา 3 ปี ซึ่งสั้นกว่าหลักสูตรปกติของไทยบางแห่งที่ใช้เวลาถึง 4 ปี
ถ้าอยากประหยัดเวลา มีหลักสูตรปริญญาตรีที่เรียนจบเร็วกว่า 3 ปีไหม
มีครับ บางมหาวิทยาลัยในอังกฤษเปิดสอนหลักสูตรแบบ Accelerated LLB ซึ่งใช้เวลาเรียนเพียง 2 ปี โดยจะอัดแน่นเนื้อหาและเรียนในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแทน หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความพร้อมสูงและต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือเรียนต่อโทให้เร็วที่สุด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการศึกษาต่อเท่านั้น ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติการสอบคุณวุฒิทางกฎหมายและการรับรองวุฒิการศึกษาของหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทย เช่น ก.ต. หรือ ก.อ. อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามหลักเกณฑ์ของสถาบันนั้น ๆ ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากศาลยุติธรรมหรือสำนักงานอัยการสูงสุดโดยตรงก่อนการตัดสินใจสมัครเรียน
ข้อมูลสำหรับอ้างอิง
- [1] Statista - นักศึกษาต่างชาติในสหราชอาณาจักรสายกฎหมายคิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของนักศึกษากฎหมายทั้งหมด
- [2] Sra - หากคุณต้องการเป็นทนายความ (Solicitor) ที่อังกฤษ หลังจากเรียนจบคุณต้องผ่านการสอบที่เรียกว่า SQE ซึ่งจากการสถิติการสอบล่าสุดพบว่าผู้เข้าสอบครั้งแรกสามารถทำคะแนนผ่านได้ 58% ของจำนวนผู้สอบทั้งหมด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต