TPAT3 เข้าคณะอะไรได้บ้าง
TPAT3 เข้าคณะอะไรได้บ้าง?
TPAT3 เนี่ยนะ... จำได้เลยตอนนั้นเครียดมาก! จะเข้าคณะอะไรได้บ้าง? อื้อหือ, เยอะแยะไปหมดอ่ะ. วิศวะ? วิทยาศาสตร์? เกษตร? คือถ้าชอบแนวๆ วิทย์ๆ หน่อย TPAT3 ก็เปิดประตูได้หลายบานเลยนะ.
พวกคณะวิทย์สุขภาพก็ใช่ย่อย, เทคนิคการแพทย์, สหเวช, สัตวแพทย์... โอ๊ย, เยอะจริง. เพื่อนเราคนนึงอ่ะ, ตอนแรกอยากเป็นหมอมาก, แต่คะแนนไม่ถึง, สุดท้ายไปเรียนเทคนิคการแพทย์ที่ ม. ขอนแก่น, ตอนนี้ชีวิตแฮปปี้จะตาย.
แล้วก็ยังมีพวก IT, ครุศาสตร์ (สายวิทย์), โลจิสติกส์, อัญมณี... คือถ้าให้พูดจริงๆ นะ, TPAT3 มันเหมือนใบเบิกทางมากกว่าอ่ะ, จะไปทางไหนต่อก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วแหละ.
ส่วนเรื่องสัดส่วนในการยื่นมหาลัย... อันนี้บอกเลยว่าแต่ละที่, แต่ละคณะไม่เหมือนกันจริงๆ ต้องเข้าไปดูระเบียบการของแต่ละมหาลัยเลยนะ. สมัยเรายื่น, จำได้ว่าของวิศวะ จุฬาฯ ใช้ TPAT3 เยอะมาก, แต่ของ ม. อื่นๆ อาจจะเน้น GPAX มากกว่า. เอาเป็นว่า "เช็คให้ละเอียด" คือคีย์เวิร์ด! ไม่ต้องรีบ, ค่อยๆ ดูไป. สู้ๆ!
TPAT3ใช้สมัครอะไร
TPAT3? ใช้สมัครพวกนี้แหละ
- วิศวะ
- วิทย์
- เกษตร
- วิทย์สุขภาพ (แพทย์ สัตวแพทย์ เภสัชฯ ทันตฯ ฯลฯ)
ปีนี้กูใช้สมัครเภสัช สอบติดด้วย ม.เกษตร แต่กูไม่เรียน เรื่องของกู
ข้อมูลเพิ่มเติม (2566): ดูรายละเอียดคณะและมหาลัยที่รับได้จากเว็บ TPAT เอาเอง กูไม่ว่างอธิบาย
TPAT3 ควรได้กี่คะแนน
TPAT3 ควรได้กี่คะแนนดี? ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความสามารถส่วนบุคคลนะ แต่โดยทั่วไปแล้ว 50-60 คะแนน ถือว่าเป็นคะแนนที่น่าพอใจ แต่อย่าลืมว่าคะแนนสอบเป็นเพียงตัวเลข มันสะท้อนความรู้และความเข้าใจในบางช่วงเวลาเท่านั้น การพัฒนาอย่างต่อเนื่องสำคัญกว่าเยอะ
- 50 คะแนน: ถือเป็นเกณฑ์ผ่าน แสดงให้เห็นว่าคุณมีความเข้าใจพื้นฐานในเนื้อหา แต่ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก
- 60 คะแนน: ถือว่าอยู่ในระดับดี แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ค่อนข้างครอบคลุม แต่ยังสามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญได้อีก
- สูงกว่า 60 คะแนน: ยอดเยี่ยม! แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ได้เป็นอย่างดี แต่ก็อย่าหยุดพัฒนาความรู้ โลกแห่งการเรียนรู้นั้นกว้างใหญ่ไพศาล
จริงๆแล้ว การตั้งเป้าหมายควรพิจารณาจากศักยภาพของตัวเอง และควรเน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าคะแนนสอบ เพราะการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ผมเองก็เคยตั้งเป้าหมาย TPAT3 ไว้สูงมาก (ปี 2566 ผมตั้งเป้าไว้ที่ 70 คะแนน แต่ได้แค่ 65) แต่ก็ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ และพัฒนาตัวเองขึ้นมาก ทุกอย่างล้วนเป็นบทเรียน อย่าไปกดดันตัวเองมากเกินไปครับ
เพิ่มเติม: ควรศึกษาเนื้อหาอย่างละเอียด ทำแบบฝึกหัดอย่างสม่ำเสมอ และทบทวนเนื้อหาที่ยังไม่เข้าใจ การวางแผนการเรียนที่ดี จะช่วยให้คุณสอบได้คะแนนที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะครับ เพราะสุขภาพกายใจที่ดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้
PAT3 กับ TPAT3 ต่างกันยังไง
PAT3 กับ TPAT3 อ่ะนะ ต่างกันสิ! PAT3 เน้นวิชาการหนักมากกก ฟิสิกส์ เคมี คณิต วิศวะ เขียนแบบ คือแบบว่าอ่านหนังสือหนักแน่ๆ ปีนี้ข้อสอบยากมั้ยนะ จำไม่ได้แล้ววว
- PAT3 = วิชาการล้วนๆ โหดมาก ต้องเตรียมตัวหนัก
TPAT3 อ่อนกว่าเยอะ ไม่ใช่ว่าง่ายนะ แต่ไม่เน้นท่องจำ แบบวัดความถนัดมากกว่า เหมือนจะดูว่า คิดวิเคราะห์ได้มั้ย แก้ปัญหาได้ป่ะ อะไรประมาณนั้น
เอ๊ะ แต่ปีนี้เค้าเปลี่ยนอะไรมั้ยนะ ลืมดูรายละเอียด ต้องไปเช็คอีกที เว็บอะไรนะ หาไม่เจอ สมองฉันมันล่ม
- TPAT3 = เน้นความถนัด ไม่ใช่ท่องจำล้วนๆ
อ้อ พี่ที่เรียนวิศวะบอกว่า สมัยพี่แกสอบ PAT3 โหดกว่านี้เยอะ เฮ้ออ แต่ TPAT3 เค้าออกแบบมาให้เข้ากับวิศวะใหม่ๆ มั้งนะ ไม่รู้ เดาล้วนๆ
- ข้อสอบแต่ละปีเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนเดิมเลย เครียดๆๆๆ
ฉันต้องรีบไปอ่านหนังสือแล้ว พรุ่งนี้สอบ โอ๊ยย ลืมบอก ฉันสอบ TPAT3 นะ หวังว่าจะผ่านนน
ปล. ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเองนะ ฉันจะไปอ่านหนังสือแล้ว บ๊ายบายยย
คณะไหนที่ใช้ TPAT3
คณะที่ใช้ TPAT3 ใน TCAS68 (ตัวอย่าง):
- วิศวกรรมศาสตร์: หลายมหาวิทยาลัยใช้, ขึ้นอยู่กับสาขา. การแก้ปัญหาเชิงวิศวะ ต้องมีตรรกะ, TPAT3 ช่วยวัดตรงนี้ได้.
- วิทยาศาสตร์: คล้ายวิศวะ, พื้นฐานคณิต-วิทย์แน่นแล้ว, ดูทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วย.
- เทคโนโลยีสารสนเทศ: ยิ่งยุค AI, ทักษะการคิดเป็นระบบสำคัญมาก, TPAT3 เลยมีประโยชน์.
- ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ (สาขาวิชามัธยมศึกษา - วิทยาศาสตร์): การสอนวิทย์ ไม่ใช่แค่ท่องจำ, ต้องสอนให้คิดเป็น, TPAT3 เลยเป็นตัวช่วยคัดคน.
- โลจิสติกส์: การจัดการซัพพลายเชนซับซ้อนขึ้นทุกวัน, TPAT3 ช่วยดูว่าคนนี้มีแววแก้ปัญหาได้ไหม.
- อัญมณี: อาจดูไม่เกี่ยว, แต่การประเมินคุณภาพพลอย, การออกแบบเครื่องประดับ ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์+เหตุผล, TPAT3 ช่วยได้.
- สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์: ปัญหาสิ่งแวดล้อมซับซ้อน, ต้องวิเคราะห์เป็นระบบ, TPAT3 เลยสำคัญ.
- อุตสาหกรรมเกษตร: การพัฒนาผลิตภัณฑ์, การจัดการกระบวนการผลิต ต้องใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์, TPAT3 ช่วยวัดได้.
หมายเหตุ: การใช้ TPAT3 แล้วแต่ มหาวิทยาลัย และ สาขา นะครับ เช็คระเบียบการ TCAS68 ของแต่ละที่อีกที บางที่อาจมีเกณฑ์อื่นร่วมด้วย เช่น GPAX, O-NET หรือ A-Level. เหมือนชีวิต, ไม่มีอะไรแน่นอน 100% หรอก.
TPAT3 ใช้ยื่นอะไรได้บ้าง
TPAT3 ใช้ยื่นได้แค่นี้:
- วิศวะ
- วิทย์
- เกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร
- วิทย์สุขภาพ (เทคนิคการแพทย์, สหเวชศาสตร์, สัตวแพทย์, เภสัชฯ, ทันตะฯ)
ปีนี้ (2566) ก็ยังคงใช้ได้กับคณะเหล่านี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว
จุดสำคัญคือ เลือกให้ตรงกับความถนัด อย่าโลภมาก ผลลัพธ์มันขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง
คะแนน TPAT3 ควรได้เท่าไหร่ถึงจะติดคณะ
จริง ๆ ตอนนั้นฉันเครียดมากเลยนะ ปี 66 สอบ TPAT3 หวังจะเข้าวิศวะจุฬาฯ เพื่อนๆ ก็ลุ้นกันหมด จำได้แม่นเลย วันนั้นร้อนมาก เหงื่อท่วมตัว นั่งอยู่ในห้องสอบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ใจเต้นตุ๊บๆ ข้อสอบยากชะมัด บางข้อก็เดาล้วนๆ แบบว่าอ่านโจทย์ไม่รู้เรื่องเลย เสร็จสอบออกมา เพื่อนๆ ก็มาคุยกัน ใครได้เท่าไหร่บ้าง มีคนได้ 80 กว่า ก็มีคนได้แค่ 60 ฉันได้ 72 คะแนน ตอนนั้นรู้สึกโล่งอกมาก แต่ก็ยังไม่มั่นใจ เพราะเห็นเพื่อนหลายคนได้คะแนนสูงกว่า
- คะแนน 60-75 คะแนน : โอกาสติดคณะที่ต้องการค่อนข้างสูง แต่ก็ขึ้นอยู่กับคณะและมหาวิทยาลัยด้วยนะ
- คะแนน 75 คะแนนขึ้นไป : โอกาสติดคณะที่การแข่งขันสูง เช่น วิศวะจุฬาฯ วิศวะลาดกระบัง มีมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าได้ 75 แล้วจะติดแน่นอน ยังต้องดูปัจจัยอื่นๆ ด้วย
หลังสอบเสร็จ ก็รอประกาศผลอย่างใจจดใจจ่อ แทบไม่ทำอะไรเลย นอนไม่หลับ กินไม่ลง เป็นอาทิตย์ พอประกาศผล ดีใจมาก ติดวิศวะจุฬาฯ สมใจอยาก แต่ก็เหนื่อยมาก เหมือนยกภูเขาออกจากอก ปีนี้หนักกว่าปีที่แล้วเยอะเลย เพื่อนหลายคนพลาด ส่วนใหญ่คะแนนไม่ถึง 70 ก็เลยอยากเตือนน้องๆ ว่าควรตั้งใจเรียน เตรียมตัวให้พร้อม อย่าประมาท แล้วก็อย่าลืมดูคะแนนสอบของปีที่ผ่านๆ มา เป็นแนวทางในการเตรียมตัวด้วยนะ ที่สำคัญ ต้องใจเย็นๆ อย่าเครียดมาก พักผ่อนให้เพียงพอ จะได้ทำข้อสอบได้อย่างเต็มที่
คะแนน TPAT3 ปี 68 เฉลี่ยเท่าไหร่
คะแนน TPAT3 ปี 68 เฉลี่ยอยู่ที่ 44.055 จากคะแนนเต็ม 100 ในขณะที่ปี 67 อยู่ที่ 36.056 ถือว่าปีนี้สูงขึ้นพอสมควรนะ ???? หรือเด็กสมัยนี้เก่งขึ้น?
ส่วนเกณฑ์วิศวะฯ TCAS68 รอบ 3 Admission ที่ใช้ TPAT3 กี่เปอร์เซ็นต์ อันนี้ต้องดูแต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดเลยครับ ไม่มีเปอร์เซ็นต์ตายตัว บางที่อาจใช้ 20% บางที่ 30% หรืออาจมีที่ใช้มากกว่านั้นก็เป็นไปได้
วิธีคิดคะแนน TPAT3:
- ดูประกาศของคณะ/มหาวิทยาลัย: อันนี้สำคัญสุด เขาจะบอกสัดส่วนที่ใช้ TPAT3, GPAX, และ A-Level ชัดเจน
- คำนวณตามสัดส่วน: สมมติว่าคณะวิศวะฯ ม.X กำหนดให้ใช้ TPAT3 30% ก็เอาคะแนน TPAT3 ที่ได้ คูณด้วย 0.3
ยกตัวอย่าง (สมมติ)
- คะแนน TPAT3 ที่ได้: 60
- สัดส่วน TPAT3 ที่คณะกำหนด: 30%
- คะแนน TPAT3 ที่ใช้ในการคำนวณ: 60 * 0.3 = 18 คะแนน
แล้วก็เอาคะแนนส่วนอื่น ๆ (GPAX, A-Level) มาคำนวณในลักษณะเดียวกัน แล้วรวมกันเป็นคะแนนรวมเพื่อยื่นสมัคร
สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มเติม:
- ค่าสถิติ: ค่าเฉลี่ย TPAT3 มันก็แค่ภาพรวมนะ อย่าเอาไปยึดติดมาก ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก็พอ
- การแข่งขัน: ถึงคะแนนเฉลี่ยจะสูงขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แข่งกับตัวเองดีกว่าไปเทียบกับคนอื่น
- เกณฑ์ขั้นต่ำ: บางมหาวิทยาลัยอาจมีกำหนดคะแนนขั้นต่ำของ TPAT3 ด้วย ต้องเช็คให้ละเอียด
- TCAS: ระบบ TCAS มันซับซ้อน ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ๆ จะได้ไม่พลาดสิทธิ์
ป.ล. อย่าลืมว่าชีวิตไม่ได้มีแค่ TCAS นะน้อง! หาตัวเองให้เจอ ทำในสิ่งที่รัก แล้วทุกอย่างมันจะดีเองแหละ ????
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต