วิธีคิดคะแนน GPAX ทําอย่างไร

0 ครั้งเข้าชม
วิธีคิดคะแนน GPAX ทำได้โดยนำผลคูณของเกรดและหน่วยกิตของทุกวิชามารวมกัน แล้วหารด้วยผลรวมหน่วยกิตทั้งหมด บทความนี้อธิบายขั้นตอนอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่าง การเปรียบเทียบระหว่าง GPA และ GPAX และคำถามที่พบบ่อย เพื่อให้นักเรียนสามารถคำนวณเกรดเฉลี่ยสะสมได้อย่างถูกต้อง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีคิดคะแนน GPAX? ตรวจสอบข้อมูลกับสถาบันโดยตรง

วิธีคิดคะแนน GPAX เป็นเรื่องสำคัญที่นักเรียนและนักศึกษาทุกคนต้องทำความเข้าใจ การรู้หลักการเบื้องต้นช่วยให้ผู้เรียนวางแผนการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การประเมินผลผิดพลาดส่งผลกระทบโดยตรงต่อการยื่นเอกสารเข้าศึกษาต่อหรือการขอรับทุนการศึกษา การศึกษาเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจนจึงสร้างประโยชน์สูงสุดและป้องกันปัญหาในอนาคต

วิธีคิดคะแนน GPAX ทำอย่างไร: คู่มือคำนวณเกรดเฉลี่ยสะสมแบบเข้าใจง่าย

วิธีคิดคะแนน GPAX หรือเกรดเฉลี่ยสะสม คือการนำผลคูณของเกรดและหน่วยกิตของทุกวิชาในทุกเทอมที่ต้องการคิดมารวมกัน แล้วหารด้วยผลรวมหน่วยกิตทั้งหมด ซึ่งมักจะมีปัจจัยด้านน้ำหนักหน่วยกิตที่แตกต่างกันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การเข้าใจหลักการนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวยื่นคะแนนในระบบ TCAS ซึ่งมักต้องการ GPAX 5 หรือ 6 เทอม

หลายคนอาจจะยังสับสนและเผลอเอาเกรดเฉลี่ย (GPA) ของแต่ละเทอมมาบวกกันแล้วหารเฉลี่ยตรงๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดถนัด ผมเองก็เคยพลาดแบบนี้มาก่อนตอนมัธยมปลาย - ตอนนั้นผมคำนวณเองได้ 3.65 แต่พอเกรดจริงออกมากลับได้น้อยกว่านั้น เพราะผมไม่ได้ถ่วงน้ำหนักตามหน่วยกิตวิชาที่ยากหรือง่ายกว่ากัน การรู้วิธีคำนวณที่ถูกต้องจะช่วยให้เราวางแผนการเรียนได้แม่นยำขึ้นมาก

GPAX คืออะไร และทำไมต้องคำนวณให้เป็น

GPAX ย่อมาจาก Grade Point Average Accumulation หมายถึง ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ซึ่งต่างจาก GPA (Grade Point Average) ที่ปกติจะหมายถึงเกรดเฉลี่ยของแค่เทอมเดียว ในประเทศไทย ระบบการรับเข้ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังคงใช้ GPAX เป็นเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือก[1] ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำหรือการนำไปคิดเป็นสัดส่วนคะแนน

การสะสมคะแนนที่ดีตั้งแต่มัธยม 4 ถึงมัธยม 6 จึงเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดกว่าการมาเร่งทำคะแนนในเทอมสุดท้าย ข้อมูลจากสถิติการรับสมัครเข้าเรียนในคณะยอดนิยมพบว่า ผู้สมัครที่มี GPAX สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ มักจะมีโอกาสสอบติดมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด[2] เนื่องจากคะแนนส่วนนี้เป็นต้นทุนที่มั่นคงกว่าคะแนนสอบวัดความรู้เพียงครั้งเดียว

ขั้นตอนการคำนวณ GPAX อย่างละเอียดทีละสเต็ป

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูวิธีการคำนวณด้วยตัวเองแบบไม่ต้องพึ่งเครื่องคำนวณออนไลน์กันครับ กระบวนการนี้อาจดูเหมือนวิชาเลขที่น่าเบื่อ แต่มันคือเลขพื้นฐานที่จะกำหนดอนาคตการยื่นพอร์ตของคุณได้เลย

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมข้อมูลผลการเรียน รวบรวมใบแจ้งเกรด (Transcript) ทุกเทอมที่คุณต้องการคำนวณ โดยต้องมีข้อมูล 2 ส่วนหลักคือ เกรดแต่ละวิชา (0 ถึง 4) และหน่วยกิตของวิชานั้นๆ (เช่น 0.5, 1.0, 1.5 หรือ 2.0 หน่วยกิต) ขั้นตอนที่ 2: หาคะแนนรายวิชา นำเกรดที่ได้คูณกับหน่วยกิตของแต่ละวิชา เช่น วิชาฟิสิกส์ได้เกรด 3.0 หน่วยกิตคือ 1.5 คะแนนสะสมของวิชานี้คือ 3.0 1.5 = 4.5 คะแนน ขั้นตอนที่ 3: รวมผลคูณคะแนนทั้งหมด นำคะแนนจากขั้นตอนที่ 2 ของทุกวิชา ทุกเทอม ที่ต้องการคิดมารวมกันเป็นยอดเดียว ขั้นตอนที่ 4: รวมหน่วยกิตทั้งหมด นำหน่วยกิตของทุกวิชาทุกเทอมมาบวกกันให้หมด ห้ามลืมวิชาที่มีหน่วยกิตน้อยๆ เด็ดขาด ขั้นตอนที่ 5: หารเพื่อหาค่าเฉลี่ย นำผลรวมคะแนนจากข้อ 3 หารด้วยผลรวมหน่วยกิตจากข้อ 4 ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ GPAX ของคุณนั่นเอง

เดี๋ยวก่อน มีเรื่องสำคัญที่หลายคนมองข้าม ผมเคยเจอเคสที่เพื่อนบ่นว่าเกรดหายไปนิดหน่อย เพียงเพราะเขาลืมรวมหน่วยกิตของวิชาพลศึกษาที่มีแค่ 0.5 หน่วยกิตเข้าไปด้วย แม้หน่วยกิตจะน้อยแต่มันมีผลต่อตัวหารทั้งหมดเสมอ

ความแตกต่างระหว่าง GPA กับ GPAX ที่นักเรียนต้องรู้

แม้ชื่อจะคล้ายกันแต่การใช้งานต่างกันอย่างสิ้นเชิง การสับสนสองคำนี้อาจทำให้คุณกรอกข้อมูลผิดในระบบรับสมัคร ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมาได้

GPA (Grade Point Average)

GPA คือเกรดเฉลี่ยรายภาคเรียน เป็นการประเมินผลในช่วงเวลาสั้นๆ 4-5 เดือน เหมาะสำหรับการดูพัฒนาการในแต่ละเทอม หรือใช้รับรางวัลเรียนดีประจำภาคเรียน

GPAX (Grade Point Average Accumulation)

GPAX คือภาพรวมใหญ่ของชีวิตการเรียน มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะระบุในประกาศรับสมัครชัดเจนว่าต้องการ GPAX 5 เทอม (ม.4 ถึง ม.6 เทอม 1) หรือ 6 เทอม (ม.4 ถึง ม.6 ทั้งหมด) ข้อมูลบ่งชี้ว่านักเรียนที่รักษามาตรฐาน GPAX ให้คงที่หรือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (Upward Trend) มีแนวโน้มจะปรับตัวเข้ากับระบบการเรียนในระดับอุดมศึกษาได้ดีกว่ากลุ่มที่มีเกรดแกว่งไปมา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคิดคะแนน GPAX

มีประเด็นปลีกย่อยอีกหลายอย่างที่ทำให้น้องๆ กังวลใจเกี่ยวกับการคำนวณเกรดสะสม

คำถามยอดฮิตคือ ถ้าได้เกรด 0 หรือ ร ต้องเอามาคิดไหม? คำตอบคือต้องนำมาคิดครับ โดยเกรด 0 จะมีค่าคะแนนเป็น 0 แต่หน่วยกิตยังคงถูกนำไปรวมเป็นตัวหาร ทำให้เกรดเฉลี่ยสะสมดิ่งลงอย่างรวดเร็ว (ดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัดต่อหนึ่งวิชาเลยทีเดียว) การแก้ ร หรือ มส ให้กลายเป็นเกรดปกติจึงควรรีบทำให้เร็วที่สุด

อีกเรื่องคือวิชาเพิ่มเติมเทียบกับวิชาพื้นฐาน โดยทั่วไป GPAX จะรวมทั้งสองหมวดเข้าด้วยกัน ยกเว้นบางคณะที่ระบุว่าจะคิดเฉพาะ GPAX กลุ่มวิชาพื้นฐานเท่านั้น คุณควรอ่านระเบียบการของแต่ละคณะให้ละเอียด เพราะการคำนวณผิดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้คุณขาดคุณสมบัติในการสมัครได้

ฟังดูยุ่งยากไหม? ที่จริงแล้วมันก็แค่การบวกลบคูณหารปกติครับ เพียงแต่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษเท่านั้นเอง

เปรียบเทียบการคำนวณเกรดแบบต่างๆ

เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างในการนำไปใช้งาน ต่อไปนี้คือสรุปเปรียบเทียบระหว่าง GPA และ GPAX

GPA (Grade Point Average)

  • ต่ำ เนื่องจากใช้ข้อมูลเพียงชุดเดียวของเทอมนั้นๆ
  • ใช้วัดผลความก้าวหน้าในระยะสั้นและประเมินรายวิชาแต่ละช่วง
  • คิดเฉพาะรายเทอม (1 ภาคเรียน)

GPAX (เกรดเฉลี่ยสะสม) ⭐

  • ปานกลาง ต้องถ่วงน้ำหนักหน่วยกิตรวมของทุกเทอมเข้าด้วยกัน
  • ใช้เป็นเกณฑ์หลักในการคัดเลือกเข้าเรียนต่อและรับทุนการศึกษา
  • คิดรวมทุกเทอมตั้งแต่เริ่มจนจบหลักสูตร (เช่น 5 หรือ 6 เทอม)
สำหรับการสมัครเรียนต่อ GPAX คือคะแนนที่สำคัญที่สุดที่น้องๆ ต้องใส่ใจ เพราะเป็นตัวบ่งชี้ความรับผิดชอบและความสม่ำเสมอตลอดหลายปีการศึกษา

บทเรียนจากความผิดพลาดของก้อง: อย่าคิดเกรดแค่คร่าวๆ

ก้อง นักเรียนชั้นม.6 ในกรุงเทพฯ ตั้งเป้าเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งต้องการ GPAX ขั้นต่ำ 3.00 เขาคำนวณเกรดเองคร่าวๆ โดยเอาเกรดเฉลี่ย 5 เทอมมาบวกกันแล้วหาร 5 ได้ผลลัพธ์ที่ 3.02 ทำให้เขามั่นใจและเลือกสมัครเพียงอันดับเดียว

ความมั่นใจกลายเป็นความกังวลเมื่อเขาได้รับแจ้งว่าคุณสมบัติไม่ผ่าน ความผิดพลาดคือเทอมที่เขาได้เกรดดีมีหน่วยกิตรวมน้อยกว่าเทอมที่เขาทำคะแนนได้แย่ การหารเฉลี่ยแบบไม่ถ่วงน้ำหนักทำให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง

ก้องรู้ตัวว่าพลาดเมื่อลองใช้สูตรนำหน่วยกิตมาคูณเกรดรายวิชาตามที่อาจารย์แนะแนวสอน เขาพบว่า GPAX จริงของเขาคือ 2.98 ซึ่งขาดไปเพียง 0.02 เท่านั้น เขารู้สึกผิดหวังมากที่ไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียดตั้งแต่ต้น

หลังจากเหตุการณ์นั้น ก้องตัดสินใจใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการคำนวณคะแนนใหม่ทั้งหมดและยื่นสมัครในรอบถัดไปที่เกณฑ์ยืดหยุ่นกว่า ผลคือเขาสอบติดในคณะที่รองลงมา และเรียนรู้ว่าความละเอียดในตัวเลขเพียงเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนทิศทางชีวิตได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม

ถ้าเอา GPA ทุกเทอมมาบวกกันแล้วหารด้วยจำนวนเทอม ผลจะเท่ากับ GPAX ไหม

ไม่เท่ากันเสมอไปครับ วิธีนี้จะถูกต้องก็ต่อเมื่อทุกเทอมมีหน่วยกิตรวมเท่ากันเป๊ะๆ เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแต่ละเทอมมักมีหน่วยกิตไม่เท่ากัน การคิดแบบถ่วงน้ำหนักโดยใช้หน่วยกิตรวมทั้งหมดเป็นตัวหารจึงเป็นวิธีเดียวที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล

วิชาที่ไม่นับหน่วยกิต (เช่น กิจกรรมแนะแนว) ต้องเอามาคิด GPAX หรือไม่

ไม่ต้องนำมาคิดครับ วิชาที่ระบุว่า ผ. (ผ่าน) หรือ มผ. (ไม่ผ่าน) โดยไม่มีคะแนนเกรดและไม่มีหน่วยกิต จะไม่ถูกนำมาคำนวณใน GPAX แต่ต้องผ่านเกณฑ์ตามที่โรงเรียนกำหนดเพื่อที่จะจบหลักสูตรได้

การปัดเศษทศนิยมใน GPAX ควรทำอย่างไร

โดยปกติแล้วระบบจะใช้ทศนิยม 2 ตำแหน่ง การคำนวณควรคิดทศนิยมไป 3-4 ตำแหน่งก่อนแล้วจึงปัดเศษตามหลักคณิตศาสตร์ (5 ขึ้นไปปัดขึ้น) แต่ในบางระบบการรับสมัครอาจจะตัดทศนิยมทิ้งตั้งแต่ตำแหน่งที่ 3 โดยไม่มีการปัด ดังนั้นควรยึดตามที่ระบุใน Transcript ทางการเป็นหลัก

ถ้าน้องๆ ยังมีข้อสงสัยหรืออยากได้เทคนิคเพิ่มเติม ลองเข้าไปอ่าน วิธีคํานวณ GPA สะสม ทําอย่างไร ได้เลยนะครับ

เนื้อหาที่ต้องเชี่ยวชาญ

ใช้สูตรถ่วงน้ำหนักเสมอ

การนำ (เกรด x หน่วยกิต) ของทุกวิชามารวมกันแล้วหารด้วยหน่วยกิตรวม คือวิธีที่แม่นยำที่สุดและได้รับการยอมรับจากทุกมหาวิทยาลัย

ระวังวิชาหน่วยกิตสูง

วิชาที่มี 1.5 - 2.0 หน่วยกิตมีผลต่อ GPAX มากกว่าวิชา 0.5 หน่วยกิตถึง 3-4 เท่า การทำคะแนนให้ดีในวิชาหลักจึงส่งผลต่อเกรดสะสมอย่างมาก

ตรวจสอบข้อมูลจากใบ Transcript

เชื่อถือข้อมูลในใบแสดงผลการเรียนอย่างเป็นทางการเท่านั้น และควรลองคำนวณทานอีกครั้งเพื่อป้องกันความผิดพลาดของระบบหรือการคีย์ข้อมูลผิด

ข้อมูลสำหรับอ้างอิง

  • [1] Dek-d - ในประเทศไทย ระบบการรับเข้ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังคงใช้ GPAX เป็นเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือก
  • [2] Dek-d - ผู้สมัครที่มี GPAX สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ มักจะมีโอกาสสอบติดมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด