การนำเสนอวิจัยมีกี่รูปแบบ

83 ครั้งเข้าชม
การนำเสนอวิจัยหลักๆ มี 2 รูปแบบ: โปสเตอร์และบรรยาย โปสเตอร์: เน้นภาพ สรุปประเด็นสำคัญ ดึงดูดสายตา ให้ข้อมูลครบถ้วนแต่กระชับ บรรยาย: ใช้สไลด์ประกอบ เล่าเรื่องงานวิจัย ชัดเจน เข้าใจง่าย ตอบคำถามได้ดี ทั้งสองรูปแบบต้องเตรียมตัว ฝึกซ้อม เพื่อนำเสนอข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การนำเสนอผลงานวิจัย มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนดี?

เอ่อ การนำเสนอผลงานวิจัยเหรอ? เอาจริง ๆ นะ มันมีหลายแบบแหละ แต่ที่เห็นบ่อย ๆ ก็โปสเตอร์กับพูดนี่แหละ

เมื่อก่อนตอนเรียน ป.โท ที่จุฬาฯ (น่าจะปี 2550) อาจารย์เคยบังคับให้ทำโปสเตอร์ ตอนนั้นโคตรเซ็ง เพราะคิดว่ามันดูไม่โปรฯ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ มันก็ดีนะ คนเห็นเยอะดี แต่ถ้าอยากอธิบายละเอียด ๆ นี่ พูดดีกว่า

เลือกแบบไหนดีน่ะเหรอ? อันนี้ตอบยากแฮะ มันแล้วแต่สถานการณ์เลยอ่ะ ถ้างานใหญ่ คนเยอะ โปสเตอร์ก็เวิร์ค แต่ถ้างานเล็ก ๆ เน้นคุยกัน พูดน่าจะดีกว่านะ ประสบการณ์ส่วนตัวล้วน ๆ เลยนะเนี่ย ไม่ได้อิงงานวิจัยอะไรทั้งสิ้น

รูปแบบการวิจัยมีกี่รูปแบบ

รูปแบบการวิจัยหลักๆ ถ้ามองตามวิธีที่เค้าทำกันจริงๆ มี 2 แบบใหญ่ๆ คือ การวิจัยเชิงสังเกต กับ การวิจัยเชิงทดลอง นะ

  • วิจัยเชิงสังเกต (Observational Research): คล้ายๆ แอบมองอยู่ห่างๆ น่ะ ไม่เข้าไปยุ่งอะไรเลย แค่เก็บข้อมูลว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง ตัวแปรต่างๆ มันสัมพันธ์กันยังไง เช่น อยากรู้ว่าคนกินอาหารเสริมแล้วสุขภาพดีขึ้นจริงมั้ย ก็ไปตามเก็บข้อมูลคนที่กินกับไม่กิน แล้วมาเทียบกัน แต่ไม่ได้บังคับให้ใครกินอะไรเลย

  • วิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research): อันนี้คือเข้าไปแทรกแซงเลยแหละ จับคนมาแบ่งกลุ่ม แล้วให้แต่ละกลุ่มทำอะไรที่ต่างกัน (เช่น ให้กินยาหลอก กับยาจริง) แล้วดูว่าผลลัพธ์มันต่างกันมั้ย แบบนี้ถึงจะบอกได้ว่าสิ่งที่เราทำ มันมีผลจริงๆ

จริงๆ แล้วไอ้สองแบบนี้ มันมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมากนะ แล้วบางทีมันก็คาบเกี่ยวกันด้วย แบบว่ามีส่วนผสมของทั้งสองอย่าง แต่หลักๆ คือดูว่าเราเข้าไปควบคุมตัวแปรอะไรได้บ้าง ถ้าควบคุมได้เยอะ ก็ไปทางทดลอง ถ้าทำได้แค่สังเกต ก็ไปทางสังเกต

แล้วทำไมต้องแบ่งแบบนี้? เพราะว่า "ความน่าเชื่อถือ" มันต่างกันไง! วิจัยเชิงทดลอง ถ้าทำดีๆ มันบอกได้เลยว่า A ทำให้เกิด B จริงๆ แต่เชิงสังเกตมันแค่บอกว่า A กับ B มันมาด้วยกันบ่อยๆ อาจจะเกี่ยวกัน หรือไม่เกี่ยวก็ได้

ปล. จริงๆ แล้วการออกแบบวิจัยมันก็เหมือนการ "เลือกเครื่องมือ" ให้เหมาะกับ "โจทย์" ที่เราอยากรู้นั่นแหละ ไม่มีเครื่องมือไหนดีที่สุด มีแต่เครื่องมือที่เหมาะที่สุดสำหรับสถานการณ์นั้นๆ

การนำเสนอข้อมูลแบ่งออกเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง

เฮ้ย! นำเสนอข้อมูลนะเหรอ? มันไม่ใช่แค่ยืนพูดหน้าห้องนะเว้ย! มันคือศิลปะ! แบ่งได้ 5 แบบ (แบบที่คนทั่วไปใช้กันนะ) แต่ละแบบก็มีลูกเล่นต่างกันไป:

  • ข้อมูลจ๋า: นี่คือแบบเบสิก บอกเล่าเก้าสิบ เน้นเนื้อหา ความจริงล้วนๆ เหมือนอ่านข่าวภาคค่ำ แต่ต้องไม่น่าเบื่อเท่าข่าว!

  • สอนสั่ง: เหมือนครูตอนเด็กๆ แต่ถ้าทำน่าเบื่อก็เตรียมโดนเด็กแกล้งได้เลย ต้องมีอะไรให้ "อ๋อ!" บ้าง ไม่ใช่ "อ๋อ...ง่วง!"

  • โน้มน้าวใจ: นี่แหละตัวร้าย! ต้องทำให้คนเชื่อให้ได้ เหมือนเซลส์แมนขายประกัน แต่ต้องไม่น่าหมั่นไส้เท่าเซลส์แมน! ต้องฉลาดแบบมีชั้นเชิง!

  • จูงใจป่ะล่ะ: อันนี้เหมือนโค้ช มาปลุกใจให้ฮึกเหิม อยากลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง แต่ต้องไม่เฟคนะ! ถ้าเฟคจะกลายเป็นตลกคาเฟ่!

  • ตัดสินใจซะ: เหมือนบอสใหญ่กำลังสั่งการ ต้องให้ข้อมูลครบถ้วน ชัดเจน แต่ต้องไม่เยอะจนงง! ไม่งั้นลูกน้องจะยิ่งตัดสินใจไม่ได้!

ทีนี้มาดูอะไรที่มันลึกกว่านั้น (แบบขำๆ):

  • การนำเสนอ = การแสดง: ไม่ว่าจะแบบไหน คุณคือ "นักแสดง" คนหนึ่ง! เตรียมตัวให้พร้อม!
  • สไลด์ไม่ใช่พระเจ้า: สไลด์เป็นแค่ "พร็อพ" อย่าไปยึดติด!
  • รู้จักคนดู: เหมือนจีบสาว/จีบหนุ่ม ต้องรู้ว่าเขา/เธอชอบอะไร!
  • ความผิดพลาดคือเพื่อน: ไม่มีใครเพอร์เฟค! พลาดบ้างก็ไม่เป็นไร! (แต่พยายามอย่านะ!)
  • ฝึกฝน! ฝึกฝน! ฝึกฝน! ไม่มีทางลัด!

ป.ล. อย่าลืม! ความมั่นใจคืออาวุธลับ! (ถึงแม้ข้างในจะสั่นเป็นเจ้าเข้าก็ตาม!) สู้ๆ!

รูป แบบ ที่ ใช้ ใน การนำ เสนอ ผล งาน ที่ ใช้ ใน ปุ จ จุ บัน มี กี่ รูป แบบ?

รูปแบบการนำเสนอผลงานปัจจุบันหลักๆ มีสองแบบ:

  • Slide Presentation: ส่วนใหญ่ใช้ PowerPoint ในชุด Microsoft Office ง่าย มี Template มากมาย เน้นหัวข้อหลักแต่ละ Slide

  • ProShow Gold: โปรแกรมสร้าง Slideshow เน้นภาพเคลื่อนไหว เหมาะกับงานที่ต้องการความดึงดูดสายตา

ปีนี้ (2566) เทคโนโลยีการนำเสนอพัฒนาขึ้น มีเครื่องมือออนไลน์มากมาย แต่สองแบบข้างต้นยังคงเป็นที่นิยม เพราะเข้าถึงง่ายและใช้งานได้หลากหลาย การเลือกขึ้นอยู่กับลักษณะงานและกลุ่มเป้าหมาย บางครั้งอาจใช้ผสมผสานกันก็ได้ ความเรียบง่ายคือความสง่างาม จำไว้เสมอ.

รูปแบบที่ใช้ในการนําเสนอผลงานที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีอะไรบ้าง?

เอาจริง ๆ นะ ตอนเรียนป.โท เมื่อต้นปีที่แล้ว (2566) อาจารย์สั่งงานพรีเซนต์ ตอนนั้นคือมึนมาก เพราะแต่ละคนก็สไตล์ไม่เหมือนกันเลย แต่ที่เห็น ๆ และคิดว่าโอเค มีประมาณนี้:

  • พรีเซนต์แบบเล่าเรื่อง (Storytelling): อันนี้ฮิตสุดละ อาจารย์ชอบมาก บอกว่าคนจะอินกว่า ถ้ามีเรื่องราว ตัวละคร เหตุการณ์ มันดึงดูดกว่าเยอะ

  • พรีเซนต์แบบเน้นภาพ (Visual Presentation): พวก Infographic สวย ๆ กราฟที่เข้าใจง่าย รูปภาพคม ๆ คือต้องจัดเต็ม คือถ้าข้อมูลแน่น แต่ภาพไม่ดึงดูดก็จบ

  • พรีเซนต์แบบ Interactive: อันนี้เจ๋งจริง แต่ยาก ต้องมีลูกเล่นให้คนดูมีส่วนร่วม อาจจะถามคำถาม ให้โหวต หรือทำ Quiz สั้น ๆ

  • พรีเซนต์แบบใช้สไลด์น้อย: อันนี้ส่วนตัวชอบมาก คือไม่ต้องมีสไลด์เยอะ แค่มี Key Message หลัก ๆ แล้วเน้นการพูด การสื่อสารมากกว่า

ส่วนตัวคิดว่า ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรู้ว่าคนดูคือใคร แล้วปรับสไตล์การนำเสนอให้เข้ากับเขา เพราะบางทีเราชอบแบบหนึ่ง แต่คนดูอาจจะไม่ชอบก็ได้เนอะ! หัวปวดเลยทีเดียว