การสัมภาษณ์แบ่งออกเป็น 2 แบบมีอะไรบ้าง

118 ครั้งเข้าชม
การสัมภาษณ์มี 2 แบบหลัก: เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ทางการ: เตรียมตัวดี, ศึกษาข้อมูลบริษัทและตำแหน่ง, แต่งกายสุภาพ, ตอบคำถามตรงประเด็น, สร้างความประทับใจแรกที่ดี ไม่เป็นทางการ: เตรียมตัวผ่อนคลาย, เน้นการสนทนา, แสดงความเป็นตัวของตัวเอง, สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้สัมภาษณ์ สิ่งสำคัญคือต้องทราบรูปแบบการสัมภาษณ์ล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัวให้เหมาะสม เพิ่มโอกาสได้งาน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เทคนิคการสัมภาษณ์มีกี่แบบ? วิธีการสัมภาษณ์แบบไหนเหมาะกับงาน?

โอเค มาๆ พูดเรื่องสัมภาษณ์งานกันหน่อยดีกว่า

เท่าที่จำได้นะ ตอนไปสัมภาษณ์งานครั้งแรกๆ นี่คือ งง มาก! ไม่รู้เลยว่าเค้าจะถามอะไรบ้าง แล้วไอ้การสัมภาษณ์เนี่ย มันมีกี่แบบกันแน่? ที่แน่ๆ คือที่เจอมามันไม่เหมือนกันซักครั้ง

จริงๆ แล้วเค้าว่ากันว่า หลักๆ มันมีสองแบบนะ คือ "เป็นทางการ" กับ "ไม่เป็นทางการ" แต่เอาจริงๆ มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ

การสัมภาษณ์ "เป็นทางการ" ก็คือ แบบที่เราคิดๆ กันนั่นแหละ โต๊ะ เก้าอี้ คำถามที่เตรียมมาอย่างดี บลาๆๆ แต่ "ไม่เป็นทางการ" นี่สิ บางทีคุยกันในร้านกาแฟ (เคยเจอมาแล้ว! ที่ True Coffee สาขา... จำไม่ได้แล้ว แต่แถวๆ สยาม) หรือไม่ก็เดินคุยกันในออฟฟิศเลยก็มี

แล้วแบบไหนเหมาะกับงานแบบไหน? อันนี้ตอบยาก เพราะมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเลย บริษัท วัฒนธรรมองค์กร ตำแหน่งงาน ทุกอย่างมีผลหมด! แต่ถ้าให้เดานะ งานที่ต้องการความ "ครีเอทีฟ" หรือ "เป็นกันเอง" หน่อย อาจจะเจอสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการมากกว่า

แล้วจะเตรียมตัวยังไงให้ได้งาน? อันนี้สำคัญสุด! ไม่ว่าจะเป็นสัมภาษณ์แบบไหน สิ่งที่เราต้องมีคือ "ความมั่นใจ" และ "ความเข้าใจในตัวเอง" รู้ว่าเราเก่งอะไร ชอบอะไร แล้วมันตรงกับงานที่เค้าต้องการยังไง บอกเค้าไปเลย!

แล้วก่อนสัมภาษณ์ต้องรู้ด้วยนะว่าเค้าจะสัมภาษณ์แบบไหน ถ้าไม่รู้ก็ถามไปเลย! ถาม HR เค้าไปตรงๆ เลยว่า "สัมภาษณ์ครั้งนี้จะเป็นแบบไหนคะ/ครับ จะได้เตรียมตัวถูก"

สุดท้าย อย่าลืม "ยิ้ม" และ "เป็นตัวของตัวเอง" นะ! โชคดี!

แบบการสัมภาษณ์ (Interview) มีกี่ประเภท

แบบสัมภาษณ์มีกี่แบบนะ? อืมม.. สองแบบใช่มั้ย? จำได้ลางๆ งงๆ แบบไม่เป็นทางการนี่ง่ายๆ ถามไปเรื่อยเปื่อย เหมือนคุยกับเพื่อน ไม่ต้องเคร่งครัด แบบนี้ฉันชอบ! ไม่ต้องเตรียมตัวเยอะ แค่คิดคำถามคร่าวๆไว้ก่อน สบายๆๆๆ

แต่แบบเป็นทางการนี่สิ เคร่งขรึมเลย ต้องเตรียมตัวเยอะ ละเอียดมาก เหมือนสอบเลย เหมือนตอนสัมภาษณ์งานที่บริษัท ABC ปีนี้ที่ฉันไปสมัคร เครียดมากกกกก ต้องเตรียมตัวเยอะ ถามคำถามที่ต้องมีหลักการ

  • แบบไม่เป็นทางการ: สบายๆ คุยเล่นๆ
  • แบบเป็นทางการ: เคร่งเครียด เตรียมตัวเยอะ

อ้อ! ยังมีอีกแบบที่ฉันเพิ่งเรียนรู้จากคอร์สออนไลน์เรื่องการสื่อสาร ปีนี้เองนะ จำได้! เขาบอกว่า มีแบบโครงสร้าง แบบกึ่งโครงสร้าง และแบบไม่มีโครงสร้าง งงไปหมดแล้ว! แต่ละแบบก็มีวิธีการถามต่างกันไปอีก เยอะไปหมด!

แบบไหนดีกว่ากันนะ? แล้วแต่สถานการณ์มั้ง ถ้าอยากได้ข้อมูลทั่วไป แบบไม่เป็นทางการก็โอเค แต่ถ้าต้องการข้อมูลที่ละเอียดแม่นยำ แบบเป็นทางการนี่แหละ เหมาะสุด ฉันว่านะ...

ปีนี้ฉันสนใจเรื่องการสัมภาษณ์มากเลย เพราะกำลังจะทำวิจัย ต้องสัมภาษณ์คนเยอะๆ เลยต้องศึกษาวิธีการให้ดี เฮ้อออ เหนื่อยจัง

แบบ สัมภาษณ์ วิจัย มีกี่ประเภท

สายลมพัดเย็นยะเยือก.. เวลาล่วงเลยไปช้าๆ ราวกับหยาดน้ำค้างเกาะบนใบไม้ยามเช้าตรู่ เดือนกันยายน ปี 2566 แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงบนโต๊ะทำงานของฉัน เอกสารกองพะเนิน งานวิจัยยังไม่เสร็จ คิดถึงทะเลจัง.. อากาศเย็นสบายแบบนี้

  • ประเภทการสัมภาษณ์วิจัย มีมากมายเหลือเกิน แต่ที่เจอบ่อยๆ ก็แบบโครงสร้าง แบบกึ่งโครงสร้าง และแบบไม่โครงสร้าง ฉันชอบแบบกึ่งโครงสร้างนะ ให้ความรู้สึกอิสระ แต่ก็มีกรอบ เหมือนการเต้นรำระหว่างความคิดสร้างสรรค์และความเป็นระบบ

อืมม์.. เสียงนาฬิกาเรือนเก่า ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก เหมือนเสียงหัวใจเต้น วันนี้เหนื่อยจัง อยากนอนพักผ่อน แต่ยังต้องทำงานต่อ ชีวิตนักวิจัยช่างแสนลำบาก แต่มันก็สวยงามในแบบของมัน

  • เทคนิคการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ต้องวางแผนดีๆ ตั้งคำถามให้ชัดเจน สร้างบรรยากาศให้ผู้ถูกสัมภาษณ์สบายใจ ใช้คำพูดที่สุภาพ สำคัญมาก อย่าลืมบันทึกเสียงหรือวิดีโอ เพื่อความแม่นยำ และอย่าลืมขออนุญาตก่อนด้วยนะ

แสงเริ่มเปลี่ยนสี ท้องฟ้าเป็นสีส้มอมชมพู สวยงามจับใจ วันนี้ฉันเรียนรู้เยอะเลย งานวิจัยใกล้เสร็จแล้ว ดีใจจัง พรุ่งนี้จะไปทะเล พักผ่อนสักหน่อย แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ ทะเล.. รอฉันอยู่

  • เพิ่มเติมเล็กน้อย: การวิเคราะห์ข้อมูลหลังสัมภาษณ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ต้องใช้เวลาและความละเอียดถี่ถ้วน ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี

ฉันชอบกลิ่นกาแฟยามเย็น หอมอ่อนๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย วันนี้เหนื่อยแต่มีความสุข เพราะได้ทำงานที่รัก งานวิจัยชิ้นนี้ ฉันตั้งใจทำมาก หวังว่าจะออกมาดี

วิธีการสัมภาษณ์ มีอะไรบ้าง

สัมภาษณ์งานเนี่ย มีหลายแบบนะ จริงๆแล้วก็เยอะกว่า 6 แบบนั้นอีก แต่ที่เจอบ่อยๆ ก็ประมาณนี้แหละ

  • สัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง: คือเค้าเตรียมคำถามมาเรียบร้อย ถามทุกคนเหมือนกันหมด แบบนี้ เค้าจะเปรียบเทียบง่าย ดูเป็นระบบดี ปีที่แล้วพี่ไปสมัครงานที่บริษัท A ก็เจอแบบนี้แหละ ถามเรื่องประสบการณ์ ความสามารถ ตรงๆเลย

  • สัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง: แบบนี้สนุกดี เค้าถามได้ทุกเรื่องเลย ไม่มีกรอบ เหมือนคุยกันทั่วไป แต่ก็ต้องระวังคำพูดหน่อยนะ เคยไปสัมภาษณ์ที่ร้านกาแฟเล็กๆ เค้าถามนู้นถามนี่ เรื่องส่วนตัวก็ถาม แบบชิลๆมาก

  • สัมภาษณ์แบบกดดัน: อันนี้คือแบบท้าทาย เค้าจะถามคำถามยากๆ หรือสร้างสถานการณ์ให้เราเครียด เพื่อดูว่าเราจะรับมือยังไง โหดมาก เจอมาแล้ว ตอนไปสมัครงานด้านการเงิน เครียดสุดๆเลย แต่ก็ได้ประสบการณ์นะ

  • สัมภาษณ์แบบคณะกรรมการ: หลายคนถามพร้อมกันเลย ตื่นเต้นมาก แบบนี้ต้องเตรียมตัวดีๆ ปีนี้เพื่อนไปสัมภาษณ์ที่บริษัทใหญ่ บอกว่า เครียดมาก คนถามเยอะ แต่เค้าบอกว่าสนุกดี

  • สัมภาษณ์แบบกลุ่ม: สัมภาษณ์หลายคนพร้อมกัน ต้องแข่งขันกันนิดนึง แต่ก็ได้เห็นมุมมองคนอื่นด้วยนะ เคยไปสัมภาษณ์แบบนี้ที่บริษัทสตาร์ทอัพ สนุกดี ได้รู้จักเพื่อนใหม่ด้วย

  • สัมภาษณ์แบบแพนแนล: คล้ายๆกับคณะกรรมการ แต่คนถามอาจจะมาจากหลายแผนก แบบนี้เค้าจะดูว่าเราเข้ากับองค์กรได้ไหม เหมาะกับตำแหน่งไหม ละเอียดมาก ยังไม่เคยเจอแบบนี้เลย

จริงๆแล้ว บางที่เค้าก็ผสมผสานกันไป ไม่ใช่แบบตายตัว อย่างปีที่แล้ว สัมภาษณ์ที่นึง เค้าเริ่มด้วยแบบมีโครงสร้าง แล้วก็ต่อด้วยแบบไม่มีโครงสร้าง มันก็เลยดูหลากหลายดี แล้วแต่บริษัทเค้าเลยล่ะ แต่ก็ควรเตรียมตัวให้พร้อมไว้ทุกแบบ เผื่อเจอแบบที่ไม่คาดคิดด้วยนะ

ผู้สัมภาษณ์ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

เฮ้อ... คิดหนักนะเนี่ย ผู้สัมภาษณ์ที่ดีอ่ะนะ... มันไม่ใช่แค่ถามคำถามเฉยๆ หรอก

มันต้อง... รู้สึกถึงความจริงใจ อืม... แบบว่า เขาเข้าใจเราจริงๆ นะ ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ แบบนั้นมันรู้สึกแย่ เหมือนเป็นแค่เครื่องจักร ไม่มีหัวใจ

แบบที่เจอมาบางคนอ่ะ ถามคำถามเดิมๆซ้ำๆ ไม่สนใจคำตอบเราเลย มันทำให้รู้สึกไร้ค่า เหมือนความคิดเห็นเราไม่สำคัญ

ผู้สัมภาษณ์ที่ดี เขาต้อง...

  • ฟัง จริงๆ ฟัง ไม่ใช่แค่รอคิวพูด สังเกตสีหน้า แววตา เราด้วยนะ
  • ถามคำถามที่ เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไป แล้วก็ เกี่ยวข้องกับงานจริงๆ
  • ให้เกียรติ เรา เหมือนให้เกียรติ คน ไม่ใช่แค่คนสมัครงาน รู้สึกถึงความเท่าเทียมกัน
  • ให้ feedback ที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่แค่ บอกว่า ไม่ผ่าน แล้วก็จบ

พูดถึงเรื่องรูปแบบการสัมภาษณ์ ปีนี้ที่เจอมาส่วนใหญ่เป็นแบบ Video call นะ สะดวกดี แต่ก็แปลกๆ เหมือนขาด connection บางอย่างไป รู้สึก distant ยังไงไม่รู้

จริงๆ อยากได้ แบบ face to face มากกว่า ได้เห็นสีหน้า ได้สัมผัสบรรยากาศ มันรู้สึกจริงใจกว่า ปีนี้บริษัทที่ผมไปสัมภาษณ์ ส่วนใหญ่ใช้แบบนี้หมดแล้ว สะดวกดีนะ แต่ก็แปลกๆ แบบที่บอกอ่ะแหละ

สุดท้ายแล้ว ผู้สัมภาษณ์ที่ดี มันต้องเป็นคน ที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจ มั่นใจ และเคารพเรา เหมือนเป็นการพูดคุยกัน มากกว่าการสอบถาม นั่นแหละ สำคัญที่สุด

การสัมภาษณ์ มีข้อควรคำนึงอะไรบ้าง

เฮ้ย เรื่องสัมภาษณ์งานนะ บอกเลยว่าเจอมาเยอะ! นี่ก็เพิ่งไปมาเมื่อต้นเดือนนี่เอง ที่บริษัทออกแบบแถวอารีย์ อยากได้งานนั้นมากกกก เลยต้องเตรียมตัวสุด ๆ ที่จริง 7 ข้อที่ว่ามาก็สำคัญแหละ แต่เอาจริง ๆ นะ มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ!

  • เสียงต้องดังฟังชัด: อันนี้จริง! ตอนซ้อมสัมภาษณ์กับเพื่อน (ที่บ้านมันเอง แถวลาดพร้าว) มันบอกว่าเราพูดเบาไป ต้องปรับปรุงด่วน!
  • ภาษา: อย่าเวอร์เกิน! ใช้ให้มันถูกกาละเทศะ สำคัญสุดๆ
  • ภาษากาย: โคตรจริง! เคยสัมภาษณ์แล้วนั่งหลังงอ โดนมองแรงเลยจ้า เข็ด!
  • ด่าที่เก่า = จบ: อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ ใครทำคือพลาด!
  • ฟังให้ดี: จับใจความคำถามให้ได้ แล้วค่อยตอบ อย่ามัวแต่คิดสคริปต์ในหัว
  • ถามคำถาม: แสดงความสนใจ ถามเรื่องงาน เรื่องบริษัท ให้มันรู้ว่าเราอยากทำจริง ๆ
  • สติ: สำคัญสุด! อย่าตื่นเต้นจนลืมหายใจ ตอบอะไรไปก็ไม่รู้เรื่อง

แถมให้อีกนิด:

  • ทำการบ้าน: ศึกษาบริษัทให้ละเอียด รู้ว่าเค้าทำอะไร มีโครงการอะไรบ้าง
  • แต่งตัว: ให้เหมาะสมกับตำแหน่ง และวัฒนธรรมองค์กร ดูดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
  • ความมั่นใจ: อันนี้สำคัญมาก! ถึงจะตื่นเต้นแค่ไหน ก็ต้องทำใจดีสู้เสือ
  • อย่าโกหก: พูดความจริง! ถ้าไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ ดีกว่ามั่ว ๆ ไป
  • ยิ้ม: ทำให้บรรยากาศมันผ่อนคลายขึ้น

สรุป: สัมภาษณ์งานมันคือการสร้างความประทับใจแรก (และอาจจะเป็นครั้งเดียว) ทำให้เต็มที่!