การอ่านแบบสำรวจคืออะไร

60 ครั้งเข้าชม
การอ่านแบบสำรวจ (Survey) คือ การอ่านอย่างรวดเร็วเพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของหนังสือ เน้นดูชื่อเรื่อง, ผู้แต่ง, ปก, สารบัญ, บทนำ (จุดมุ่งหมายผู้แต่ง), และส่วนท้าย เช่น ดัชนี, อภิธานศัพท์, บทสรุป, ภาคผนวก, บรรณานุกรม เพื่อประเมินเนื้อหาคร่าวๆ ก่อนการอ่านเชิงลึก อ่านเนื้อหาแต่ละบทแบบผ่านๆ เพื่อจับใจความสำคัญ ไม่เน้นรายละเอียดปลีกย่อย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การอ่านแบบสำรวจคืออะไร?

อืม...การอ่านแบบสำรวจเนี่ยนะ จำได้ตอนเรียนปี 2 วิชาเอกภาษาไทย อาจารย์ให้ทำรายงาน ต้องอ่านหนังสือเยอะมาก ไม่มีเวลาอ่านละเอียดทุกเล่มเลย เลยใช้วิธีอ่านแบบสำรวจนี่แหละ แบบว่า...เร็วมาก! พลิกๆๆๆ ดูหน้าปกก่อนเลย ชื่อเรื่องอะไร ผู้เขียนใคร แล้วก็ดูสารบัญ ดูหัวข้อใหญ่ๆ ว่าแต่ละบทพูดถึงอะไรบ้าง บางทีก็ดูบทสรุปท้ายเล่มด้วย เร็วๆ แค่จับใจความหลักๆ ไม่ต้องอ่านละเอียดทุกประโยค เหมือนสแกนหาข้อมูลสำคัญ ประมาณนั้นแหละ จำได้ว่าตอนนั้นอ่านหนังสือ "วรรณคดีไทย" เล่มหนาปึ๊ก ใช้เวลาอ่านแบบสำรวจแค่ชั่วโมงเดียวเอง ได้ใจความคร่าวๆ พอเขียนรายงานได้ แต่ถ้าจะเอาละเอียดจริงๆ ต้องอ่านละเอียดอีกทีนะ ใช้เวลามากกว่าเยอะเลย

ตอนนั้นอ่านแบบลวกๆ เน้นดูหัวข้อ สรุปท้ายบท แล้วก็ดูคำสำคัญ พยายามเดาใจความหลัก เอาจริงๆ มันเหมือนอ่านแบบเร็วๆ เพื่อหาข้อมูลสำคัญก่อน แบบว่า ถ้าเจอส่วนที่น่าสนใจ ค่อยกลับมาอ่านละเอียดทีหลัง แต่ถ้าไม่สำคัญ ก็ผ่านเลยไป เร็วมากๆ ประหยัดเวลาได้เยอะ จำได้ว่า ตอนนั้นรีบมาก ต้องส่งรายงานภายในอาทิตย์เดียว เลยต้องใช้วิธีนี้แหละ ถึงจะเสร็จทันเวลา

จำได้ลางๆ ว่า อาจารย์บอกว่า การอ่านแบบสำรวจเนี่ย มันเหมาะกับการหาข้อมูลเบื้องต้น หรือเวลาที่เราต้องอ่านหนังสือหลายเล่ม แต่จำเป็นต้องรู้คร่าวๆ ว่าแต่ละเล่มพูดถึงอะไรบ้าง มันเป็นแค่การอ่านแบบผิวเผิน ไม่ใช่การอ่านอย่างลึกซึ้ง แต่ก็ช่วยประหยัดเวลาได้จริงๆ ใช้ได้ผลดีกับหนังสือสารคดีวิชาการ วิเคราะห์ข้อมูลได้เยอะเลย แต่ก็มีข้อเสีย คือ อาจพลาดรายละเอียดสำคัญไปบ้าง ต้องระวังตรงนี้ด้วยนะ

เทคนิค SQ 3R r1 คืออะไร *

อืมม... SQ3R เหรอ มันคือ Survey, Question, Read, Recall, Review ใช่มั้ย

ตอนนี้ ฉันก็ยังงงๆอยู่เหมือนกันนะ แต่พยายามนึกถึงตอนที่ใช้มันดู จริงๆแล้วมันก็คือการอ่านแบบมีขั้นตอนอ่ะ

  • Survey คือแบบ พลิกๆดูหัวข้อ ดูภาพประกอบ ก่อนอ่านจริง แบบรู้คร่าวๆก่อน เหมือนตอนที่ฉันอ่านหนังสือเรียนวิชาเคมีปีนี้ จะได้ไม่งงมากตอนอ่านเนื้อหาจริงๆ

  • Question ก็คือตั้งคำถามกับตัวเอง จากหัวข้อที่เห็น สงสัยอะไรบ้าง แบบ อันนี้มันเกี่ยวอะไรกับชีวิตจริง หรือ ทำไมต้องเรียนอันนี้ ฉันเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับสูตรเคมีหลายตัวเลย ตอนเรียน มันช่วยให้จำได้ดีขึ้นจริงๆ

  • Read ก็อ่านจริงๆจังๆ เน้นทำความเข้าใจ ไม่ใช่แค่กวาดตาผ่านไป ตอนอ่านเกี่ยวกับการคำนวณความเข้มข้น ฉันใช้เทคนิคนี้ ใช้เวลานานกว่าปกติ แต่ก็เข้าใจขึ้นเยอะ

  • Recall หลังอ่านจบ ก็ลองสรุปในใจ ดูว่าจำอะไรได้บ้าง อันไหนยังไม่เข้าใจ จำได้ว่า ฉันใช้วิธีนี้ แล้วลองเขียนสรุปย่อๆลงสมุด มันช่วยได้เยอะเลยนะ

  • Review ก็ทบทวน อีกครั้ง หรือหลายๆครั้ง เอาให้มั่นใจว่า เข้าใจแล้ว จริงๆ ฉันทบทวนสูตรเคมีบ่อยมาก เพราะถ้าไม่ทบทวน ฉันลืมแน่ๆ

มันใช้ได้กับหนังสือเสียงหรือคอร์สเรียนด้วยนะ ฉันลองเอาไปใช้กับคอร์สเรียนออนไลน์เรื่องการเขียนโปรแกรม ปีนี้แหละ รู้สึกว่าช่วยได้เยอะ จำเนื้อหาได้นานขึ้น

ใครคือผู้พัฒนาเทคนิค SQ3R

Francis P. Robinson ไอ้หมอนั่นแหละ คิด SQ3R ขึ้นมาเมื่อปี 1946 นักจิตวิทยา ไม่ใช่คนขายประกัน

  • SQ3R: ไม่ใช่สูตรน้ำปั่น เข้าใจซะ
  • 1946: สงครามโลกเพิ่งจบ โลกมันเปลี่ยน
  • Francis P. Robinson: ชื่อแม่งโคตรเชย แต่มันฉลาด
  • นักจิตวิทยา: ไม่ใช่หมอดู อย่าเข้าใจผิด

แม่งเอ๊ย! ทำไมต้องมานั่งอธิบายเรื่องแบบนี้ด้วยวะเนี่ย?

เทคนิคใดที่สามารถนำมาใช้ในการสรุปความทั้งจากการอ่านและการฟังได้ดี *

อืมมม...สรุปนะ อ่านกับฟังเนี่ยต่างกันนะ แต่หลักๆก็คล้ายๆกันแหละ อ่านนี่ง่ายกว่า เพราะย้อนกลับไปอ่านได้ แต่ฟังนี่ต้องจดๆๆๆ นี่แหละปัญหาใหญ่เลย ปีนี้ฉันอ่านหนังสือเยอะมากนะ ต้องสรุปบทเรียนวิชาการจัดการของอาจารย์ธงชัย ปวดหัวมากกกก

  • อ่าน: หลักๆเลยคือ หาประเด็นหลักก่อน เหมือนหาหัวข้อใหญ่ๆ แล้วก็ดูหัวข้อย่อยๆ สำคัญๆ ไม่ต้องอ่านทุกบรรทัด จริงๆนะ บางทีอ่านเยอะไปก็งง อ่านไปเรื่อยๆ แล้วเขียนสรุปเป็นข้อๆ ดีกว่า แบบ bullet point ง่ายดี ใช้ mind map ก็ได้นะ ลองดู ฉันใช้ปีนี้ ช่วยได้เยอะเลย เรื่องการบริหารเวลาด้วย

  • ฟัง: โอ๊ย อันนี้ยากกว่า ต้องตั้งใจฟังมากกก จดโน๊ตด้วย แต่ไม่ต้องจดทุกคำ แค่ประเด็นหลักๆพอ แล้วก็ลองถามตัวเอง ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไง เหมือนที่เค้าบอกแหละ จำได้อยู่นะ ตอนเรียนมหาลัย อาจารย์เค้ามักจะให้ถามคำถามแบบนี้ ช่วยได้จริง ลองดูนะ

ปีนี้ฉันใช้เทคนิคใหม่ คือลองอัดเสียงตัวเองพูดสรุป ฟังดูงี่เง่าไหม แต่ได้ผลนะ เหมือนได้ทบทวนไปในตัว แล้วก็ลองใช้โปรแกรมช่วยสรุป มีหลายตัวเลยนะ แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับงาน บางตัวใช้กับงานวิชาการ บางตัวก็ใช้กับข่าว ปีนี้ฉันใช้ Summarizer ลองดูนะ มันดี

อ้อ! อีกอย่าง อย่าลืม ต้องเข้าใจเนื้อหาจริงๆก่อนถึงจะสรุปได้ดี สรุปแบบไม่เข้าใจ มันก็ไร้ประโยชน์ ใช่ไหม? ฉันนี่แหละ รู้ตัวเลย บางทีสรุปไปงงเอง 555 ต้องแก้ใหม่

เฮ้อ... เหนื่อย เขียนสรุปนี่ก็เหนื่อยเหมือนกัน ไปพักก่อนดีกว่า