กาแล็กซีใดที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า
กาแล็กซีใดบ้างที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าโดยไม่ต้องใช้กล้อง?
เคยนะ ที่แบบว่าเงยหน้ามองฟ้าตอนกลางคืน มันมืดสนิทจนเห็นดาวเต็มไปหมด ผมจำได้เลยตอนไปทะเลที่เกาะเต่าเมื่อปลายปี 65 ช่วงเดือนธันวาคม ตอนนั้นแหละที่เห็นทางช้างเผือกชัดเจนมาก พาดผ่านท้องฟ้าเป็นแถบขาวๆ จางๆ คือรู้แหละว่าโลกเรามันอยู่ในกาแล็กซีนี้ แต่ที่แปลกใจคือมันมีกาแล็กซีอื่นที่ตาเปล่าก็มองเห็ฯได้อีกเหรอ ไม่ต้องใช้กล้องเลยนะ
คือมันก็ไม่ใช่ทุกคนจะเห็ฯนะ มันต้องแบบฟ้าเปิดจริงๆ แล้วก็ต้องอยู่ซีกโลกใต้มั้ง อย่างตอนนั้นที่คุยกับเพื่อนตอนไปเที่ยว มันบอกว่าเคยเห็นกาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่กับกาแล็กซีแมกเจลแลนเล็กด้วยตาเปล่ามาแล้วที่ออสเตรเลีย คือฟังแล้วก็อึ้งๆ นะ นึกว่าต้องส่องกล้องอย่างเดียวถึงจะเห็ฯอะไรพวกนี้ นี่แค่แหงนหน้ามองฟ้าก็ได้เห็ฯเลยงี้
แต่ที่พีคกว่าคือกาแล็กซีแอนโดรเมดาเนี่ยแหละ เหมือนเคยอ่านเจอว่ามันเป็นอะไรที่ใหญ่มาก แล้วก็มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในสภาพที่มืดสนิทๆ จริงๆ ผมเองยังไม่เคยเห็นมันเลยนะ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอ คงต้องหาโอกาสไปดูสักที่ที่ฟ้าเปิดๆ แต่สรุปคือที่เราเห็นด้วยตาเปล่าได้นี่มีประมาณ 3 กาแล็กซีนี่แหละ นอกจากทางช้างเผือกของเราเองอ่ะนะ
กาแล็กซีใดบ้างที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แน่นอนที่สุด หลักๆ เลยคือ กาแล็กซีแอนโดรเมดา (Andromeda Galaxy หรือ M31) นี่แหละจ้ะ เพื่อนบ้านไซส์พี่เบิ้มที่อยู่ห่างออกไปแค่ 2.5 ล้านปีแสงเอง... แค่เอ๊งงง
มันไม่ได้สว่างวาบเหมือนไฟหน้ารถเมล์สาย 8 นะ แต่มันจะเห็นเป็นฝ้าจางๆ เหมือนใครเอาสำลีเปียกไปแปะไว้บนท้องฟ้าสีดำสนิท แสงที่เราเห็นน่ะ เดินทางมาตั้งแต่สมัยที่บรรพบุรุษเรายังงงๆ กับการใช้หินอยู่เลย คิดดูสิ
การจะเห็นเจ้าเพื่อนบ้านขี้อายคนนี้ได้ ต้องอาศัยแต้มบุญและท้องฟ้าที่มืดตื๋อจริงๆ ไม่ใช่ระเบียงคอนโดในเมืองที่สว่างกว่างานวัดนะจ๊ะ ต้องเป็นที่ที่มืดจนคุณเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตนั่นแหละ
ยังมีอีก 2 หน่อ คือ เมฆแมเจลแลนใหญ่ (LMC) กับเล็ก (SMC) ซึ่งเป็นกาแล็กซีแคระบริวารของทางช้างเผือกเราเอง แต่คู่นี้สงวนสิทธิ์ให้คนซีกโลกใต้เค้าดูนะ ชาวเราโซนบนๆ อดเห็น เสียใจด้วย
พี่ด้ากำลังพุ่งมาชนเรา! ใช่ ฟังไม่ผิด กาแล็กซีแอนโดรเมดากำลังพุ่งตรงมาหาทางช้างเผือกด้วยความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อวินาที แต่ใจเย็นๆ อีกประมาณ 4.5 พันล้านปีค่อยเจอกัน ตอนนั้นดวงอาทิตย์อาจจะเริ่มบวมแล้ว ไม่ต้องรีบเก็บของย้ายหนี
แอนโดรเมดาไม่ได้มาเดี่ยว นางมีกาแล็กซีบริวารสองดวงคือ M32 กับ M110 คอยตามเป็นลูกน้องติดสอยห้อยตามมาด้วย เหมือนเจ้าแม่พาลูกน้องมาตรวจงาน
ใหญ่กว่าแต่ดาวน้อยกว่า? ถึงแอนโดรเมดาจะใหญ่กว่าทางช้างเผือก แต่จากการศึกษาล่าสุดพบว่ามวลโดยรวมอาจจะพอๆ กัน หรือทางช้างเผือกอาจจะหนักกว่าด้วยซ้ำ เหมือนคนตัวใหญ่แต่กระดูกพรุนน่ะ อ้าว
วิธีหา ต้องไปที่ที่มืดสนิทจริงจัง มองไปแถวๆ กลุ่มดาวแอนโดรเมดา ให้ตาปรับตัวกับความมืดซัก 15 นาที อย่าเพิ่งใจร้อนหยิบมือถือมาไถเล่นล่ะ ไม่งั้นเริ่มใหม่
กาแล็กซี่มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
มีกาแล็กซีอยู่ 4 ประเภทหลักๆ ค่ะ เหมือนเราจัดของในตู้ เสื้อผ้า กางเกง กระโปรง ชุดนอน อะไรทำนองนั้นแหละ
- กาแล็กซีทรงกลมรี (Elliptical Galaxy): อันนี้ก็เหมือนลูกบอลปิงปอง หรือจะไข่ดาวก็ได้นะ กลมๆ รีๆ ทึมๆ ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวา ส่วนใหญ่จะเป็นกาแล็กซีเก่าแก่หน่อยๆ ดาวรุ่นลายครามเยอะ
- กาแล็กซีก้นหอย/ทรงกังหัน (Spiral Galaxy): อันนี้แหละนางเอก! หน้าตาเหมือนกังหันหมุนติ้วๆ หรือเปลือกหอยสวยๆ มีแขนโค้งๆ หมุนไปเรื่อย ดาวรุ่นใหม่ไฟแรงอัดแน่นอยู่ตามแขน
- กาแล็กซีก้นหอย/ทรงกังหันแบบมีคาน (Barred Spiral Galaxy): คล้ายๆ อันบน แต่มีแท่งตรงกลางยื่นออกมาเหมือนเป็นแกนหมุน แขนก็จะต่อออกมาจากปลายแท่งอีกที อารมณ์เหมือนกังหันมีที่จับ
- กาแล็กซีไร้รูปร่าง (Irregular Galaxy): อันนี้ไม่ต้องพูดถึงความสวยงามเลยค่ะ หน้าตาเหมือนสเปรย์เพ้นท์เลอะๆ หรือก้อนเมฆที่โดนลมพัดเพี้ยนไปเพี้ยนมา ส่วนใหญ่เป็นกาแล็กซีวัยรุ่นที่ยังเติบโต หรือไม่ก็โดนอะไรชนมาจนเสียรูป
ข้อมูลเพิ่มเติมแบบฉบับขำๆ แต่น่าคิด:
- ทางช้างเผือกของเรา? เราอยู่ประเภท กาแล็กซีก้นหอยแบบมีคาน นะคะ! อวดรูปทรงกังหันมีคานให้จักรวาลดูไปเลย
- ทำไมถึงมีรูปร่างต่างกัน? เหมือนคนเรานะ บางคนก็เกิดมาเป๊ะ บางคนก็มีเอกลักษณ์ บางคนก็... เอ่อ... ไม่ค่อยเหมือนใครดี! สาเหตุหลักๆ มาจากการ รวมตัวกัน (mergers) ของกาแล็กซี และ แรงโน้มถ่วง ที่มีปฏิสัมพันธ์กัน
- กาแล็กซีไร้รูปร่าง? อย่าดูถูกนะ บางทีก็มีดาวฤกษ์เกิดใหม่เยอะกว่ากาแล็กซีที่ดูเป็นระเบียบซะอีก! เป็นพวก "ศิลปินแนว Abstract" แห่งจักรวาลก็ว่าได้
กาแล็กซีเพื่อนบ้านของเรามีอะไรบ้าง?
กาแล็กซีเพื่อนบ้านหลักๆ ของทางช้างเผือก ที่เราพอจะจับต้องได้ด้วยการมองเห็นหรือการรับรู้ถึงการมีอยู่ ได้แก่ กาแล็กซีแอนโดรเมดา และ เมฆแมกเจลแลนใหญ่ กับ เมฆแมกเจลแลนเล็ก ซึ่งเป็นกาแล็กซีแคระ
มองขึ้นไปบนฟ้า ถ้าฟ้าเปิดจริงๆ เราจะเห็นภาพการเดินทางของแสงจากที่ไกลโพ้นนะ มันน่าทึ่งเสมอที่คิดว่าแสงจากกาแล็กซีเหล่านี้ใช้เวลาเดินทางมาหลายแสนหลายล้านปีเพื่อมาถึงตาเรา การมีอยู่ของมันยืนยันว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยวในอวกาศกว้างใหญ่นี้เลย
กาแล็กซีเพื่อนบ้านที่เราพูดถึง ก็คือส่วนหนึ่งของกลุ่มกาแล็กซีท้องถิ่น หรือ Local Group นั่นแหละ ซึ่งเป็นกลุ่มกาแล็กซีเล็กๆ ที่รวมตัวกันด้วยแรงโน้มถ่วง กาแล็กซีทางช้างเผือกของเราก็เป็นหนึ่งในนั้น และเป็นหนึ่งในกาแล็กซีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มด้วย
กาแล็กซีแอนโดรเมดา (Andromeda Galaxy หรือ M31) นี่คือพี่ใหญ่ที่อยู่ใกล้เราที่สุด กำลังเดินทางมาชนกับทางช้างเผือกในอีกหลายพันล้านปีข้างหน้า การชนกันของกาแล็กซีคงเป็นการเต้นรำของดวงดาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เราจะจินตนาการได้เลย ถึงแม้เราคงไม่ได้เห็นหรอก
ความคิดเรื่องนี้ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหนนะ แอนโดรเมดามองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในคืนเดือนมืดสนิทนะ เหมือนเป็นฝ้าจางๆ บนฟ้า ถ้ามีโอกาสลองมองหาดู
ส่วน เมฆแมกเจลแลนใหญ่ (Large Magellanic Cloud, LMC) กับ เมฆแมกเจลแลนเล็ก (Small Magellanic Cloud, SMC) สองกาแล็กซีแคระพวกนี้ มองเห็นได้ชัดเจนจากซีกโลกใต้เท่านั้น ฉันเองก็อยากไปดูให้เห็นกับตาตัวเองสักครั้ง
การที่กาแล็กซีเล็กๆ อย่าง LMC กำลังถูกทางช้างเผือกดึงดูดและจะถูกกลืนกินในที่สุด มันแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งในจักรวาล แรงโน้มถ่วงนี่มันทรงพลังจริงๆ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกาแล็กซีเพื่อนบ้านของเรา:
- กาแล็กซีแอนโดรเมดา:
- ขนาด: เป็นกาแล็กซีแบบกังหันขนาดใหญ่ มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 220,000 ปีแสง และมีดาวฤกษ์อยู่กว่าล้านล้านดวง ใหญ่กว่าทางช้างเผือกของเรา ที่มีประมาณ 200,000 ถึง 400,000 ล้านดวง
- ระยะห่าง: อยู่ห่างจากเราประมาณ 2.537 ล้านปีแสง
- การเคลื่อนที่: กำลังเคลื่อนที่เข้าหาทางช้างเผือกด้วยความเร็วประมาณ 110 กิโลเมตรต่อวินาที คาดว่าจะชนกันในอีกประมาณ 4.5 พันล้านปีข้างหน้า และรวมตัวกันเป็นกาแล็กซีรูปทรงรีขนาดใหญ่
- เมฆแมกเจลแลนใหญ่ (LMC):
- ขนาด: เป็นกาแล็กซีแคระที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มกาแล็กซีท้องถิ่น มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 14,000 ปีแสง และมีดาวฤกษ์ประมาณ 3 หมื่นล้านดวง จัดเป็นกาแล็กซีชนิดมีคาน
- ระยะห่าง: อยู่ห่างจากเราประมาณ 160,000 ปีแสง ถือว่าใกล้มาก
- สถานะ: เป็นดาวบริวารของทางช้างเผือก และกำลังถูกแรงโน้มถ่วงของเราดึงดูด จนรูปทรงบิดเบี้ยวไปบ้างแล้ว
- เมฆแมกเจลแลนเล็ก (SMC):
- ขนาด: กาแล็กซีแคระแบบไม่มีรูปแบบที่เล็กกว่า LMC มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7,000 ปีแสง มีดาวฤกษ์ราว 3 พันล้านดวง
- ระยะห่าง: อยู่ห่างจากเราประมาณ 200,000 ปีแสง
- สถานะ: เป็นดาวบริวารของทางช้างเผือกเช่นกัน และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ LMC ด้วยแรงโน้มถ่วงระหว่างกัน
- กลุ่มกาแล็กซีท้องถิ่น (Local Group):
- ทางช้างเผือก, แอนโดรเมดา, และกาแล็กซีสามเหลี่ยม (Triangulum Galaxy หรือ M33) เป็นกาแล็กซีหลักสามแห่งในกลุ่มนี้ กาแล็กซีสามเหลี่ยม เองก็เป็นเพื่อนบ้านที่สำคัญอีกแห่ง แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ง่ายเท่าแอนโดรเมดา แต่ก็อยู่ใกล้และมีบทบาทสำคัญในแรงโน้มถ่วงของกลุ่มนี้
- กลุ่มนี้ประกอบด้วยกาแล็กซีแคระอีกจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดาวบริวารของกาแล็กซีขนาดใหญ่กว่า เช่น ทางช้างเผือกหรือแอนโดรเมดา
- ทุกกาแล็กซีในกลุ่มนี้กำลังเคลื่อนที่เข้าหากันด้วยแรงโน้มถ่วง และในที่สุดจะรวมตัวกันเป็นโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้น
ทางช้างเผือกที่เราเห็นคือส่วนไหน?
ไอ้แถบขาวๆ ฟุ้งๆ ที่เห็นนั่นน่ะเหรอ... มันคือวิวข้างบ้านเราเองแหละ เรากำลังมองทะลุ "ระนาบ" ของกาแล็กซีตัวเอง เหมือนมดที่นอนแหงนหน้ามองแผ่นซีดีจากขอบด้านในไงล่ะ
พูดง่ายๆ คือเรากำลังมอง โครงสร้างหลักของบ้านเราเอง จากมุมมองของผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่มุมมองจากดาวเทียมกูเกิ้ลแมพของจักรวาล
ลองนึกภาพว่ากาแล็กซีทางช้างเผือกคือ ไข่ดาวอวกาศ ขนาดมหึมา ใจกลางสว่างจ้าคือไข่แดง ส่วนแขนกังหันต่างๆ คือไข่ขาว โลกเราก็คือเศษพริกไทยเม็ดจิ๋วๆ ที่ลอยอยู่ในส่วนไข่ขาวนั่นแหละ พอเรามองเข้าไปทางไข่แดง มันก็จะดูสว่างหนาแน่นเป็นพิเศษ นั่นแหละคือแถบทางช้างเผือกที่สว่างสุดๆ
ตำแหน่งของเราก็ประมาณ... หมู่บ้านชานเมืองกาแล็กซี ไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองที่รถติดแสงดาวหนาแน่น เราอยู่ในซอยที่ชื่อว่า แขนโอไรออน (Orion Arm) ซึ่งเป็นแขนย่อยๆ ทำให้เรามีมุมมองที่ดีในการส่องดูเพื่อนบ้านดาวดวงอื่นและมองเข้าไปในเมืองหลวงของกาแล็กซีได้
สรุปคือ ที่เห็นเป็นทางยาวๆ คือเรามองเข้าไปใน "ความหนา" ของจานกาแล็กซี ส่วนที่สว่างที่สุดคือทิศทางที่มองเข้าสู่ใจกลางกาแล็กซีที่อุดมไปด้วยดาวฤกษ์และเนบิวลา ใช่แล้ว ใช่แล้ว เราเป็นแค่ฝุ่นในกระทะใบใหญ่นี้
- ที่อยู่ปัจจุบัน: เราอยู่ใน แขนโอไรออน ซึ่งเป็นแขนย่อยที่คั่นระหว่างแขนหลักสองแขน คือแขนเพอร์เซอุสและแขนคนยิงธนู เหมือนอยู่ซอยเล็กๆ ที่เชื่อมถนนใหญ่สองเส้น
- ใจกลางไข่แดง: ศูนย์กลางกาแล็กซีที่สว่างจ้า อยู่ในทิศทางของกลุ่มดาวคนยิงธนู มีหลุมดำมวลยิ่งยวดชื่อ **Sagittarius A*** (อ่านว่า ซาจิททาเรียส เอ สตาร์) เป็นเจ้าถิ่นอยู่ตรงนั้นแหละ
- ทำไมไม่เห็นเป็นรูปกังหัน: ก็เพราะเราอยู่ข้างในไง! เหมือนพยายามจะถ่ายรูปบ้านทั้งหลังจากในห้องนั่งเล่นนั่นแหละ มันทำไม่ได้ เราเห็นได้แค่มุมมองจากภายในเท่านั้น
- ทางช้างเผือก vs Milky Way: ชื่อ "ทางช้างเผือก" มาจากนิทานปรัมปราของไทย ส่วน "Milky Way" ก็มาจากตำนานกรีกที่ว่าแถบขาวๆ คือน้ำนมของเทพีเฮราที่กระฉอกบนท้องฟ้า สรุปคือทุกชาติเห็นเหมือนกันหมด แค่จินตนาการไปคนละทาง
- จำนวนประชากร: ในกาแล็กซีไข่ดาวของเรานี้ มีดาวฤกษ์เพื่อนบ้านอยู่ประมาณ 2-4 แสนล้านดวง และเราก็เป็นแค่หนึ่งในนั้นที่เพิ่งจะรู้ตัวว่าบ้านตัวเองหน้าตาเป็นยังไง
จะสังเกตทางช้างเผือกได้อย่างไร?
จะสังเกตทางช้างเผือกได้ไง?
อยากเห็นทางช้างเผือกเหรอ? ง่ายนิดเดียว! สิ่งสำคัญสุดคือต้องมืดสนิทจริงๆ แบบไม่มีไฟเมืองกวนใจเลยนะ ไปที่โล่งๆ อย่าง ชนบท ทะเล หรือ ป่าเขา จะดีมาก และที่สำคัญ คืนนั้นต้องไม่มีแสงจันทร์ ด้วย ไม่งั้นมองไม่เห็นหรอก
ต้องวางแผนหน่อยนะ!
- ดูปฏิทิน: เช็คก่อนเลยว่าคืนนั้นพระจันทร์เต็มดวงรึเปล่า ถ้าเต็มก็เลื่อนไปก่อนนะ พระจันทร์ขึ้นช้ากว่าเดิมวันละประมาณ 50 นาที ลองเช็คดูดีๆ
- ใช้แอปฯ ช่วย: สมัยนี้มีแอปฯ แผนที่ดาวเยอะแยะเลย โหลดมาดูได้เลยว่าช่วงไหนทางช้างเผือกจะสวยสุด หรือจะดูเวลาพระอาทิตย์ตก พระจันทร์ขึ้นก็ได้
เคล็ดลับเพิ่มเติม:
- รอหลังเที่ยงคืน: ส่วนใหญ่ทางช้างเผือกจะเห็นชัดสุดหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ยิ่งดึกยิ่งดี
- ให้ตาปรับสภาพ: พอไปถึงที่มืดๆ แล้ว อย่าเพิ่งรีบมองนะ รอสัก 15-20 นาที ให้ตาเราชินกับความมืดก่อน แล้วจะเห็นชัดขึ้นเยอะเลย
- หาที่กำบังลม: ถ้าไปทะเล หรือที่โล่งๆ ลมอาจจะแรงหน่อย หาที่กำบังลมได้ก็จะสบายขึ้น
- เตรียมเครื่องดื่ม/ขนม: ไปดูดาวทั้งที ก็เตรียมอะไรกินเล่นๆ ไปด้วยสิ!
ทำไมต้องมืดสนิท?
แสงสว่างจากหลอดไฟตามเมืองหรือแสงจันทร์มันจะไปกลบแสงริบหรี่ๆ ของดาวฤกษ์ที่รวมกันเป็นทางช้างเผือก ทำให้เรามองไม่เห็นไง
ทางช้างเผือกคืออะไร?
มันคือ กาแล็กซีของเราเอง ชื่อว่า กาแล็กซีทางช้างเผือก ที่เราเห็นเป็นแถบๆ พาดผ่านท้องฟ้าเนี่ย คือ ดาวฤกษ์หลายแสนล้านดวง ที่อยู่รวมกันมากๆ จนมองเห็นเป็นกลุ่มแสงสีขาวนวลๆ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต