คณะอะไรที่จบแล้วมีงานรองรับ

58 ครั้งเข้าชม
คณะที่จบแล้วมีงานรองรับสูง (ปี 2567): วิศวกรรมศาสตร์: อุตสาหกรรมต้องการบุคลากรด้านการผลิต, เทคโนโลยี และก่อสร้าง พยาบาลศาสตร์: (ข้อมูลไม่ครบถ้วน) บริหารธุรกิจ: (ข้อมูลไม่ครบถ้วน) เทคโนโลยีสารสนเทศ: (ข้อมูลไม่ครบถ้วน) กฎหมาย: (ข้อมูลไม่ครบถ้วน) การแพทย์: (ข้อมูลไม่ครบถ้วน) จิตวิทยา: (ข้อมูลไม่ครบถ้วน) เภสัชศาสตร์: (ข้อมูลไม่ครบถ้วน) (หมายเหตุ: ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคณะอื่นๆ จะช่วยให้คำตอบสมบูรณ์ยิ่งขึ้น)
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คณะไหนจบแล้วมีงานทำ?

เอาจริงๆ นะ ไอ้เรื่องคณะไหนจบมามีงานทำเนี่ย มันก็แล้วแต่ช่วงเวลาด้วยป่ะ? แต่ถ้าให้พูดแบบฟันธงเลยนะ วิศวะนี่แหละตัวท็อป ตอนผมเรียนจบ (วิศวะเครื่องกล ม.XXX ปี 25XX นี่แหละ) เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ได้งานกันหมดนะ บางคนได้ตั้งแต่อยู่ปี 4 ด้วยซ้ำไป เงินเดือนตอนนั้นก็ถือว่าโอเคเลยนะ เริ่มต้นประมาณ 25,000 บาท (ถ้าจำไม่ผิดนะ)

แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะแฮปปี้กับงานวิศวะนะ บางคนก็ไปทำอย่างอื่นก็มี อย่างเพื่อนผมคนนึงเรียนวิศวะไฟฟ้า จบมาดันไปเปิดร้านกาแฟซะงั้น คือมันก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนอ่ะเนอะ

แล้วก็พยาบาลเนี่ยก็มาแรงนะ เห็นช่วงโควิดที่ผ่านมานี่ขาดแคลนพยาบาลกันเยอะมาก จบมาน่าจะมีงานรองรับแน่นอน แต่ก็ต้องใจรักจริงๆ นะ งานมันหนักเอาเรื่องอยู่

ส่วนบริหารธุรกิจนี่ก็เป็นอะไรที่กว้างมาก จบมาทำได้หลายอย่าง แต่ก็ต้องเก่งจริงอะไรจริงนะ เพราะคนจบเยอะ การแข่งขันมันสูง

ไอทีนี่ไม่ต้องพูดถึง ยุคนี้ใครๆ ก็อยากได้คนไอที แต่ก็ต้องตามเทรนด์ให้ทันนะ เทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็วมาก

กฎหมาย หมอ เภสัช จิตวิทยา พวกนี้ก็เป็นสายเฉพาะทาง จบมาก็มีงานของมันอยู่แล้ว แต่ก็ต้องขยันอ่านหนังสือหน่อยนะ เพราะมันต้องสอบใบอนุญาตอะไรพวกนี้ด้วย

สรุปคือ มันไม่มีคณะไหนที่การันตีได้ 100% ว่าจบมาจะมีงานทำ สิ่งสำคัญคือต้องตั้งใจเรียน หาความรู้เพิ่มเติม และที่สำคัญที่สุดคือต้องหาสิ่งที่ตัวเองชอบให้เจอ แล้วทำมันให้ดีที่สุด

เรียนคณะอะไรตกงานมากที่สุด

โอ้โห! เรียนจบแล้วตกงานกันระนาวเลยนะเนี่ย! เหมือนโดดลงน้ำแล้วไม่มีห่วงยางเลยล่ะ สาขาที่ตกงานเยอะนี่แสบทรวงจริงๆ!

  • เกษตรศาสตร์ วนศาสตร์ (23.4%): จบมาเลี้ยงไก่เหรอ? หรือไปปลูกต้นไม้ในป่าลึก งานหายากกว่าหาเข็มในกองฟางอีก! ปีนี้ยิ่งแย่กว่าเดิมอีก!
  • ศิลปกรรมศาสตร์ (13.8%): วาดรูปเก่งแค่ไหนก็สู้เงินเดือนไม่ได้! ไปเป็นยามเฝ้าหอศิลป์ก็ยังดีกว่าตกงานเนอะ! เศร้าเลย
  • มนุษย์ศาสตร์ (16.4%): เรียนรู้เรื่องมนุษย์มากมาย แต่ตัวเองยังหางานไม่ได้เลย! เหมือนเรียนมาเพื่อตกงานโดยเฉพาะ!
  • ศึกษาศาสตร์ (12.7%): ครูก็เยอะแยะไปหมด! สู้ครูสอนพิเศษไม่ได้หรอก! งานนี้หนักหนาสาหัสจริงๆ!
  • วิทยาศาสตร์กายภาพ (20.0%): ทำวิทยานิพนธ์เสร็จ ตกงานต่อ! วิทยาศาสตร์ก็ช่วยอะไรไม่ได้! น่าเศร้าใจจัง
  • นิติศาสตร์ (14.1%): เรียนกฎหมายแต่ไม่มีงานทำ แปลกดีเนอะ เหมือนเรียนไปก็เท่านั้นแหละ!
  • ธุรกิจและการบริหาร/พาณิชยศาสตร์ (12.3%): บริหารตัวเองยังไม่ได้เลย! จะไปบริหารบริษัทได้ยังไง งานนี้ต้องมีอะไรมากกว่าแค่ความรู้แน่ๆ!

พูดเลยนะ สมัยนี้เลือกเรียนอะไรต้องคิดให้ดีๆ อย่าเรียนตามกระแส ถ้าอยากมีงานทำ ต้องมองหาตลาดแรงงานที่ยังต้องการคน ไม่งั้นจบมา ก็ได้แต่ร้องไห้หาแม่! (อันนี้พูดเล่นนะ) แต่ก็จริงอยู่นะ

คณะอะไรหางานยากที่สุด

คณะที่อาจจะท้าทายในการหางานปี '67 และอนาคต? วารสารศาสตร์, บริหารธุรกิจ, สังคมศาสตร์, รัฐศาสตร์, เศรษฐศาสตร์... แต่ใจรักก็อย่าหยุด!

  • โลกเปลี่ยนไว: เทคโนโลยี disrupt ทุกวงการ อาชีพเดิมๆ อาจไม่ตอบโจทย์

  • Soft Skills สำคัญ: ไม่ใช่แค่ความรู้ในตำรา สื่อสาร, แก้ปัญหา, ปรับตัว ต้องมี

  • Passion สำคัญสุด: ถ้าชอบจริง เรียนไป ทำงานไป สร้าง skill set เฉพาะตัว ยังไงก็รอด

ข้อมูลเพิ่มเติม (สไตล์คนชอบคิดเยอะ):

หลายคนมองว่า AI จะมาแย่งงาน แต่ผมว่ามันคือเครื่องมือมากกว่า ใครใช้เป็นก็ได้เปรียบ โลกต้องการคนที่คิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่ง

แล้วคณะไหน "ปลอดภัย" จริงๆ? ไม่มีหรอก... ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ที่สำคัญคือ "เรียนรู้ตลอดชีวิต" มากกว่า

ปล: ผมเคยคิดจะเรียนรัฐศาสตร์นะ แต่สุดท้ายมาจบสาย IT เพราะรู้สึกว่ามันตอบโจทย์มากกว่า... ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ไม่แน่นอนดี

เรียนคณะอะไรดี 2567

เรียนอะไรดี? ปี 2567 เลือกเองเถอะ

  • แพทย์ศาสตร์: ความตายกับชีวิต เลือกทางนี้เถอะ ถ้าพร้อม
  • วิศวกรรมศาสตร์: สร้างโลกใหม่ แต่เหนื่อย
  • เทคโนโลยีสารสนเทศ: อนาคตอยู่ตรงนี้ ถ้าชอบความท้าทาย
  • บริหารธุรกิจ: เงินๆๆ หากหวังร่ำรวย
  • นิเทศศาสตร์: เล่าเรื่อง ถ้าชอบถ่ายทอด

มหาวิทยาลัย? ไม่รู้ หาข้อมูลเอง

TGAT1 ปี 2567? ไม่สนใจ สอบให้ดีก็พอ

หมายเหตุ: ข้อมูลปี 2567 เป็นข้อมูลโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับสถิติจริงของแต่ละสถาบันและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ฉันไม่ได้ติดตามข้อมูลการสอบของปีนี้โดยเฉพาะ ตัวเลขคะแนนสอบเป็นเพียงตัวอย่างที่แสดงความยากง่ายของการสอบ ไม่ใช่ข้อมูลสถิติที่แท้จริง