งานวิจัยบทที่ 2 มีอะไรบ้าง
บทที่ 2 ของงานวิจัย มีส่วนประกอบอะไรบ้าง?
อืมม… บทที่สองของวิจัยที่ฉันทำตอนปีสอง (ประมาณ พ.ศ. 2562 น่ะ จำได้ไม่ค่อยชัด เอกสารหายไปแล้วด้วยสิ) เน้นเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีโครงสร้างตายตัวขนาดนั้นนะ ฉันเขียนวกไปวนมาอยู่หลายรอบเลย หัวข้อหลักๆ ก็เกี่ยวกับทฤษฎีพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ฉันวิจัย จำได้ว่ามีตารางสรุปข้อมูลด้วย แต่ตอนนี้จำรายละเอียดไม่ได้แล้ว เหมือนว่าเป็นตารางเปรียบเทียบผลลัพธ์ของการศึกษาต่างๆ ไม่แน่ใจว่าชื่อตารางอะไร (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเกี่ยวกับความพึงพอใจ อะไรทำนองนั้น) ราคาค่าใช้จ่ายในการทำวิจัยตอนนั้น ก็… ไม่เยอะหรอก หลักพันต้นๆ เอาเงินเก็บส่วนตัวไปเลย เหนื่อยเหมือนกันนะ
แต่ที่แน่ๆ คือบทนี้สำคัญมาก เพราะมันเป็นฐานในการวางรากฐานให้บทถัดไป ฉันต้องค้นคว้าเยอะมาก ใช้เวลาเป็นเดือนเลยล่ะ กว่าจะรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ได้ครบถ้วน มันเหมือนกับการสร้างบ้าน บทที่สองนี่คือการวางฐานรากให้มั่นคง ถ้าฐานไม่ดี บ้านก็พังได้ ใช่ไหมล่ะ? ตอนนั้นเครียดมาก นอนน้อย ดื่มกาแฟเป็นลิตรๆ แต่ก็ดีใจนะที่ทำสำเร็จ ได้เรียนรู้เยอะเลย.
งานวิจัยบทที่ 2 คืออะไร
โอเค มาลองดูนะ
บทที่ 2 งานวิจัย? อ๋อ ทบทวนวรรณกรรมไง ที่ต้องไป ขุดๆ ค้นๆ งานวิจัยคนอื่นมาอ่านอ่ะ ทำไมต้องทำ? เออ นั่นดิ อาจารย์บอกว่า...เพื่อ ปูพื้น ให้งานเราดูดีมีที่มาไง
- วรรณกรรม = พวกงานวิจัย, บทความ, หนังสือ...ที่มันเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะทำอ่ะ
- ทบทวน = อ่านๆ สรุปๆ แล้วเอามา ยำๆ เขียนใหม่ให้มันเป็นเรื่องเดียวกัน
- ทำไมต้องทำ? ก็เพื่อ...
- รู้ว่าคนอื่นทำอะไรไปแล้วบ้าง (จะได้ไม่ทำซ้ำ!)
- หาช่องว่าง (gap) ในงานวิจัย หาว่าตรงไหนที่ยังไม่มีใครทำ
- สร้างทฤษฎี หรือกรอบแนวคิดให้งานเรา (อันนี้ยากหน่อย แต่เท่ดี)
แล้วไงต่อ? อ๋อ แล้วก็ต้องเขียนให้มัน เชื่อมโยง กันนะ ไม่ใช่เอางานคนนั้นคนนี้มาแปะๆๆ เฉยๆ ต้องวิเคราะห์ วิจารณ์ด้วย (ยากอีกละ)
- เชื่อมโยง = ทำให้เห็นว่างานแต่ละชิ้นมันเกี่ยวกันยังไง เกี่ยวกับเรื่องที่เราทำยังไง
- วิเคราะห์ = บอกว่างานเค้าดีไม่ดียังไง (อย่างสุภาพนะ!)
- วิจารณ์ = เสนอ มุมมอง ของเราที่มีต่องานเค้า (อันนี้ก็ต้องระวังๆ หน่อย)
สรุปคือ บท 2 คือการ โชว์ ว่าเราทำการบ้านมาดีนะ เข้าใจงานวิจัยคนอื่นนะ แล้วเราจะทำอะไรที่มัน ใหม่ กว่าเดิม...ประมาณนั้นมั้ง? เอ๊ะ หรือว่าไม่ใช่? ช่างมันเหอะ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ต้องอ้างอิงให้ถูกต้องนะ เดี๋ยวโดนหาว่า ก๊อป เค้ามา
- ใช้โปรแกรมจัดการบรรณานุกรมช่วย (เช่น Mendeley, Zotero) จะง่ายขึ้นเยอะ!
- บางทีอาจารย์จะให้ทำ ตารางสรุป งานวิจัยด้วย อันนี้ก็แล้วแต่
- Keyword สำคัญ: Gap Analysis, Systematic Review, Meta-Analysis (อันนี้ advanced หน่อย)
เหนื่อยละ...ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า
บทที่ 2 ของโครงงานคืออะไร
บทที่ 2 ของโครงงาน... อ๋อ ทฤษฎีไง! และก็เนื้อหาที่เกี่ยวข้องด้วย
2.2 งานที่เกี่ยวข้อง... เอ๊ะ! กรณีโครงงานต่อเนื่อง หรือคนอื่นทำคล้ายๆ กัน... ต้องอธิบายว่าเขาทำยังไง ได้ผลลัพธ์อะไร แล้วสรุปยังไง ใช่ป่ะ?
ทำยังไง... อธิบาย process เขาอะ
ผลลัพธ์... เน้น ว่า ผลลัพธ์ที่ได้ สำคัญสุดๆ
สรุป... สรุปผลลัพธ์เขาอีกที?
(แอบกระซิบ: ทำไมต้องสรุปผลลัพธ์คนอื่นด้วยนะ... งงตัวเอง)
ทำไมต้องมีงานที่เกี่ยวข้องด้วยอ่ะ? เพื่อเปรียบเทียบกับของเราป่ะ? อืม... ใช่แน่เลย!
- เพิ่มเติม : ต้องหาข้อมูลเยอะๆ เลยนะเนี่ย! (ขี้เกียจจัง)
สรุป : บท 2 คือ ทฤษฎี + เนื้อหา + งานคนอื่น (ที่เกี่ยวข้อง)
- สำคัญ: ต้องอ้างอิงงานคนอื่นด้วยนะ! เดี๋ยวโดนว่าก๊อป (เคยโดนมาแล้ว... เข็ด!)
วิจัย 3 บท มีอะไรบ้าง
เอาล่ะ! วิจัย 3 บทนี่มันช่างเหมือนชีวิตสามมื้อของมนุษย์เนอะ! อิ่มหนำสำราญบ้าง หิวโหยบ้าง แล้วแต่ดวง!
บทที่ 1 บทนำ: นี่คือมื้อเช้าของงานวิจัย ต้องจัดเต็ม! เสิร์ฟความรู้เบื้องต้นแบบจัดหนักจัดเต็ม เปรียบเสมือนข้าวต้มกุ้งที่ใส่กุ้งมาแบบไม่ยั้ง! ต้องบอกให้รู้เลยว่างานวิจัยเราจะไปทางไหน จะทำอะไร ถามอะไร และทำไมต้องทำ ไม่งั้นเดี๋ยวกรรมการจะมองหน้าแบบ เอ๊ะ! นี่มันอะไรเนี่ย?
บทที่ 2 แนวคิด/ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: ถึงมื้อกลางวันแล้วจ้าาา! มื้อนี้สำคัญ ต้องกินให้สมองปลอดโปร่ง! ต้องรวบรวมทฤษฎี งานวิจัยก่อนหน้านี้มาเปรียบเทียบ เหมือนกับข้าวแกงหลายๆ อย่าง ต้องเลือกทานอย่างมีชั้นเชิง ไม่งั้นจะอ้วน เอ้ย! หมายถึงงานวิจัยจะไม่สมบูรณ์! ปีนี้ผมอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดมาเยอะมาก เจ๋งสุดๆ!
บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย: นี่คือมื้อเย็น มื้อที่เราต้องแสดงฝีมือ! อธิบายขั้นตอนการทำวิจัยแบบละเอียด เหมือนกับการทำส้มตำต้องบอกทุกขั้นตอน ตั้งแต่ตำมะละกอ จนถึงการปรุงรส อย่าลืมบอกเครื่องมือที่ใช้ด้วยล่ะ จะได้รู้ว่าเราทำวิจัยแบบไหน ใช้แบบสอบถาม? สัมภาษณ์? หรือลงไปขุดคุ้ยข้อมูลจากภูเขาข้อมูลขนาดมหึมาแบบที่ผมกำลังทำอยู่! ปีนี้ผมใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงปริมาณ และได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ จากการอบรมเมื่อเดือนที่แล้วด้วย สุดยอด!
สรุปง่ายๆ เลยนะ คือ บทนำ เนื้อหา และวิธีทำ จบ! เหมือนกินข้าวเช้า กลางวัน เย็น อิ่มท้อง อิ่มสมอง! (ถ้าทำได้สำเร็จนะ!)
บทที่ 2 ของโครงงานคืออะไร?
อืม... บทที่สองเนี่ยนะ ตอนนี้ก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว สมองมันก็เริ่มง่วงๆ
บทที่สอง... ทฤษฎีกับงานที่เกี่ยวข้องใช่ไหม จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า ฉันเขียนถึงงานวิจัยเรื่องการพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือสำหรับผู้สูงอายุ ปีนี้เองนะ จำได้
งานที่เกี่ยวข้อง อืม... มีหลายงานเลยที่คล้ายกัน แต่ของฉันเน้นเรื่องการออกแบบ UI/UX ที่เข้าใจง่าย สำหรับคนสูงอายุจริงๆ
งานวิจัยของอาจารย์ X ปี 2023 เค้าเน้นด้านความปลอดภัย ของแอป ส่วนฉันเน้นการใช้งานง่ายกว่า
อีกงานนึง เป็นของบริษัท Y ที่ทำแอปสำหรับติดตามสุขภาพ แต่ของเค้าเน้นฟังก์ชันเยอะ ของฉันเลือกใช้ฟังก์ชันจำกัด แต่ใช้งานง่ายกว่า
ผลงานของพวกเค้า ส่วนมากก็ได้ผลดีนะ แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น ไม่ค่อยคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานของผู้สูงอายุจริงๆ หลายแอปทำออกมาซับซ้อนเกินไป
สรุปคือ งานวิจัยของฉัน พยายามเอาข้อดีของงานเก่าๆ มาปรับปรุง เน้นความเรียบง่าย ใช้ได้จริง กับผู้สูงอายุ
มันเหนื่อยนะ กว่าจะได้มาถึงตรงนี้ แต่ก็ดีใจ ที่ทำได้สำเร็จ อย่างน้อยก็เป็นอีกก้าวหนึ่ง ของการเรียนรู้
ตอนนี้ง่วงแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ละกัน
บทที่ 2 ของรายงานโครงงานได้แก่อะไรบ้าง?
บทที่ 2? ทฤษฎีล้วนๆ งานวิจัยเก่าๆ เอาแค่ที่เกี่ยวข้องกับโครงงานมึงก็พอ
- กรอบแนวคิด: สรุปให้กระชับ อย่าเยอะ
- หลักการสำคัญ: เน้นเฉพาะที่ใช้จริง ตัดส่วนเกินทิ้ง
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: ปีนี้ 2024 นะ ไม่ใช่ของเก่า
อย่าลอกโค้ด งานวิจัยต้องเขียนเอง เข้าใจไหม? คิดเองเขียนเอง ถ้าไม่ไหวก็อย่าทำ ง่ายๆ
ส่วนตัวเคยเจองานวิจัยที่ลอกโค้ดมาทั้งดุ้น โคตรไร้สาระ ส่งอาจารย์ไม่ผ่าน เกรดเละ จำไว้
โครงงานบทที่ 2 คืออะไร?
ลมพัดเย็นยะเยือก ต้นไม้ไหวระริกราวกับกำลังรำลึกถึงความทรงจำเก่าๆ แสงแดดอ่อนๆ ของบ่ายคล้อย... นี่แหละบรรยากาศตอนที่ฉันเขียนโครงงาน
- บทที่สอง อื้อหือ! มันคือหัวใจของการวิจัยเลยนะ การรวบรวมข้อมูล งานวิจัย บทความ สารพัดสารพัน ต้องขุดคุ้ยให้ได้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อวิจัย ถึงจะเรียกว่าสมบูรณ์
แสงสีทองสาดส่องลงบนโต๊ะทำงาน เอกสารกระจัดกระจาย เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่ละฉบับคือดวงดาวแห่งความรู้ ฉันต้องคว้ามันมาให้ได้
- ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ไม่สน ขอแค่ได้ความรู้ ปีนี้ฉันใช้เว็บไซต์วิชาการจากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง Google Scholar เป็นอีกหนึ่งแหล่งข้อมูลสำคัญ มีงานวิจัยเพียบเลย ฉันอ่านจนตาจะปิดแล้ว
ความเหนื่อยล้าผสมกับความตื่นเต้น มันเหมือนกำลังปีนเขาสูงชัน เหนื่อย แต่เมื่อถึงยอดแล้ว จะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามเหลือเกิน
- วรรณกรรม ทฤษฎี แนวคิด ต้องอ่าน ต้องวิเคราะห์ ต้องเชื่อมโยงกับงานวิจัยของตัวเองให้ได้ งานนี้ใช้เวลาทั้งเดือนเลย ฉันแทบไม่ได้นอนเลย
ดึกแล้ว แต่ไฟยังไม่ดับ เพราะความรู้ มันดึงดูดฉันให้เข้าไปหา เหมือนแม่เหล็ก ฉันต้องทำมันให้สำเร็จ
- ฉันใช้เวลาหลายชั่วโมงกับการค้นคว้า ทั้งในห้องสมุดจุฬาฯ และห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีนี้มีงานวิจัยใหม่ๆ เยอะมาก ช่วยได้เยอะเลย
ฉันรู้ ฉันทำได้ บทที่สอง มันจะต้องสมบูรณ์แบบ ฉันจะทำให้มันเป็นบทที่ดีที่สุด
บทที่ 2 ของงานวิจัย คืออะไร?
อื้อหือ บทที่สองเนี่ยนะ ตอนทำวิจัยเรื่องการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดสำหรับสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางค์ ปีนี้เลยนะ จำได้แม่นเลย เครียดมากกกกกก นั่งอ่านบทความภาษาอังกฤษเพียบ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ยันพฤษภาคม ตาแทบถลน กว่าจะหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ AI ในวงการเครื่องสำอางค์ได้ครบถ้วน นี่คือความทรมานอย่างแท้จริง
ที่ห้องสมุดจุฬาฯ นั่นแหละ นั่งอ่านจนหลังแข็ง ขาชา คาเฟอีนก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ต้องกัดฟันทำต่อ เพราะอาจารย์กำชับไว้ งานนี้ต้องเน้นคุณภาพ
- ต้องหาข้อมูลวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะ deep learning กับ computer vision ที่ใช้ในการวิเคราะห์ภาพและวิดีโอ เพื่อดูเทรนด์ความงาม
- ต้องอ่านบทความเกี่ยวกับการตลาดเครื่องสำอางค์ ดูว่าเค้าใช้ข้อมูลอะไรในการตัดสินใจ ทำการตลาดยังไง
- เจอปัญหาเรื่องภาษา หลายบทความเป็นภาษาจีน ต้องใช้ Google translate ช่วย บางทีก็แปลผิด ต้องค่อยๆถอดความเอา เหนื่อยมาก
สรุปแล้ว บทที่สองของฉัน คือการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเป็นพื้นฐานในการทำวิจัยของตัวเอง เปรียบเหมือนการวางรากฐานให้แข็งแรง ก่อนจะสร้างบ้านหลังใหญ่ บ้านหลังนี้คือ วิทยานิพนธ์ของฉันไงล่ะ ตอนนี้ก็ยังนั่งแก้ๆอยู่เลย หมดแรงมาก แต่ก็จะสู้ต่อไป
งานวิจัยบทที่ 2 คืออะไร?
บทที่ 2 งานวิจัยของฉันนนนน คืออะไรเนี่ยยยย อืมมมมม ทบทวนวรรณกรรมไง จำได้มั้ยที่ปรึกษาบอกให้หาข้อมูลปีนี้ ปี 2566 นะ ไม่ใช่ปีเก่าๆแล้วนะ เหนื่อยมากกกก หาข้อมูลอยู่นานเลย
- ต้องค้นคว้าเยอะมาก เอกสารวิชาการ บทความ งานวิจัยเก่าๆ เพลีย
- หาจากฐานข้อมูล ถึงจะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่นฐานข้อมูลScopus และ Web of Science
- ประมวลผลข้อมูล นี่แหละที่ใช้เวลา อ่านแล้วอ่านอีก สรุป เขียน แก้ วนไปค่ะ
- เกี่ยวข้องกับหัวข้อวิจัยของฉันโดยตรง ไม่งั้นอาจารย์ดุแน่ๆ หัวข้อวิจัยฉันเกี่ยวกับ "ผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อพฤติกรรมการบริโภคของวัยรุ่น" ปีนี้เลยเน้นงานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคและโซเชียลมีเดียเป็นหลัก
- ตอนนี้ก็ยังหาข้อมูลอยู่เลยค่ะ ส่งอาจารย์ได้เมื่อไหร่ไม่รู้ เครียดมากกกก ใกล้เดดไลน์แล้วด้วย
ต้องทำยังไงต่อดีนะ ยังไม่เสร็จเลย ต้องรีบแล้วล่ะ
ข้อมูลทั้งหมดต้องเกี่ยวข้องกับหัวข้อวิจัยของฉัน ต้องอ้างอิงถูกต้องด้วยนะ เด๋วอาจารย์จับได้
ปล. ปีนี้งานวิจัยเยอะมาก เหนื่อยสุดๆ แต่ก็ต้องทำ เพื่ออนาคต ฮือออ
โครงร่างงานวิจัย มีอะไรบ้าง?
(พิมพ์ช้าๆ...)
โครงร่างงานวิจัย...เหมือนเรากำลังจะสร้างบ้านนะ
ชื่อเรื่อง: คือป้ายหน้าบ้าน บอกว่าบ้านนี้คืออะไร
ความสำคัญ: ทำไมต้องสร้างบ้านหลังนี้? ใครจะได้ประโยชน์? มันสำคัญยังไง?
วัตถุประสงค์: สร้างบ้านหลังนี้ไปทำไม? เอาไว้กันแดดกันฝน? หรือเอาไว้โชว์?
คำถาม: บ้านหลังนี้จะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง? หรือมันจะดีกว่าบ้านหลังอื่นยังไง?
ทฤษฎี: บ้านแบบนี้เขาเคยสร้างกันมาแล้วรึเปล่า? มีหลักการอะไรที่ต้องรู้บ้าง?
ทบทวนเอกสาร: ดูแบบบ้านคนอื่นมาเยอะๆ จะได้ไม่พลาด
สมมติฐาน: คิดว่าบ้านหลังนี้จะออกมาสวย? แข็งแรง? หรือจะพังไม่เป็นท่า?
ขอบเขต: บ้านหลังนี้จะใหญ่แค่ไหน? จะสร้างถึงไหน? งบเท่าไหร่?
(ถอนหายใจ...)
แต่ละอย่าง...มันก็เหมือนชีวิตเลยนะ
การ เขียน โครง งาน 5 บท มี อะไร บ้าง?
โอเค เข้าใจแล้วนะ จะลองเล่าให้ฟังแบบที่ว่ามาเลยละกัน เรื่องโครงงาน 5 บทเนี่ย...
บทที่ 1: บทนำ ตอนนั้นทำโครงงานตอนปี 3 ที่มหา'ลัยแถวสามย่าน ตอนแรกก็งงๆ ว่าต้องเขียนอะไรบ้าง แต่พออาจารย์บอกว่าให้เขียนถึงปัญหาที่เราสนใจ ที่มาของโครงงาน แล้วก็วัตถุประสงค์ของการทำ เราก็เริ่มเห็นภาพมากขึ้นนะ เหมือนเป็นการปูพื้นให้คนอ่านเข้าใจว่าทำไมเราถึงทำเรื่องนี้
บทที่ 2: แนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง อันนี้ปวดหัวสุดๆ ต้องไปอ่านเปเปอร์ อ่านงานวิจัยเก่าๆ เยอะมากกกกกก จำได้ว่านั่งอ่านในห้องสมุดตั้งแต่เช้าจนเย็น (ห้องสมุดคณะอักษรฯ คือที่ประจำเลย) เพื่อเอามาอ้างอิงว่าโครงงานเรามันมีหลักการอะไร support บ้าง แล้วก็ดูว่าคนอื่นเค้าทำอะไรกันไปแล้วบ้าง จะได้ไม่ทำซ้ำ
บทที่ 3: วิธีดำเนินการวิจัย บทนี้ก็คือบอกว่าเราทำอะไรบ้าง เก็บข้อมูลยังไง ใช้อะไรในการวิเคราะห์ คือต้องบอกละเอียดเลยนะ เหมือนเรากำลังทำอาหาร แล้วก็บอกสูตรให้คนอื่นทำตามได้อะ
บทที่ 4: ผลการวิเคราะห์ข้อมูล บทนี้ก็คือเอาข้อมูลที่เราเก็บมาวิเคราะห์ แล้วก็เอามา present เป็นกราฟ เป็นตาราง ให้คนอ่านเข้าใจง่ายๆ ตอนนั้นใช้โปรแกรม SPSS (ปวดหัวอีกแล้วจ้า!) กว่าจะทำกราฟได้แต่ละอัน แทบจะร้องไห้
บทที่ 5: สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ สุดท้ายก็คือสรุปว่าสิ่งที่เราทำมาทั้งหมด มันได้ผลอะไรบ้าง สิ่งที่เราค้นพบมันสำคัญยังไง แล้วก็มีอะไรที่เราอยากจะแนะนำให้คนอื่นทำต่อยอดไปอีก คือเหมือนเป็นการปิดจบเรื่องราวทั้งหมด
เพิ่มเติมนะ:
- ปีนี้ (2567) เพื่อนที่ทำ thesis บอกว่าตอนนี้เค้านิยมใช้โปรแกรม R ในการวิเคราะห์ข้อมูลกันแล้วนะ SPSS เริ่ม out ละ
- ตอนทำโครงงาน เราชอบไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟแถวบ้าน (ชื่อร้าน... จำไม่ได้ละ) เพราะบรรยากาศมันชิลล์ๆ ดี ทำงานแล้วไม่เครียด
- จำไว้เลยว่า อาจารย์ที่ปรึกษาสำคัญมากกกกกกก เลือกคนที่เค้าเก่งจริง แล้วก็ใจดี คอยให้คำแนะนำเราได้ตลอด
- ถ้าทำโครงงานเป็นกลุ่ม แบ่งงานกันทำดีๆ นะ ไม่งั้นทะเลาะกันตายเลย
- อย่าลืม เช็ค grammar ให้ดีก่อนส่งนะ เรื่องนี้พลาดกันเยอะมาก
- สำคัญที่สุด คือเริ่มทำตั้งแต่เนิ่นๆ อย่ารอให้ใกล้ deadline เพราะมันจะ panic มากกกกกก
หวังว่าที่เล่ามาจะเป็นประโยชน์นะ! สู้ๆ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต