จุฬามีนิสิตปีละกี่คน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีจำนวนนิสิตรวมกี่คนต่อปี?
เดินผ่านประตูจุฬาฯ ทีไร ก็รู้สึกถึงความคึกคักนะ ฉันเคยเข้าไปงานรับปริญญา จำได้ว่ามันคือปลายปี 2560 เลย ตอนนั้นคนเยอะมาก จนแบบเดินเบียดกันไปหมด ทั้งบัณฑิต ญาติมิตร คือแน่นจริงจังจนหายใจแทบไม่ทั่วท้อง
แล้วเพื่อนสนิทฉันที่เรียนโทที่นั่นแหละ มันเคยเล่าให้ฟังนะว่าช่วงสอบนี่แทบไม่มีที่อ่านหนังสือ คนเยอะไปหมด มันบ่นตลอดว่ามหาลัยใหญ่คนก็เยอะ แต่ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดที่มันบอกว่ามีนักศึกษาทั้งป.ตรี ป.โท รวมกันเกือบๆ สี่หมื่นคน คือตั้ง 37,000 กว่าคนเชียว
ลองนึกภาพสิ ตัวเลขสามหมื่นกว่าคนนี่มันน่าตกใจนะ แต่ละวันมีคนเดินเข้าออกในรั้วจามจุรีเยอะแค่ไหน นี่มันเหมือนเมืองเล็กๆ ย่อมๆ เลยนะ ไม่ใช่แค่สถาบันการศึกษาธรรมดาจริงๆ ขนาดนั้นเลยเหรอ
อักษร จุฬา รอบ1 รับกี่คน
อืมม... อักษร จุฬาฯ รอบ 1 สินะ
ปี 67... รับทั้งหมด 187 คนนะ... เห็นตัวเลขแล้วก็ใจหายเหมือนกัน มันน้อย... น้อยมากจริงๆ เมื่อเทียบกับคนที่อยากเข้า
ตอนนั้น... จำได้ว่านั่งจ้องตัวเลขพวกนี้ทั้งคืนเลย มันกดดันมาก... แต่ละคนคือต้องมีผลงาน มีอะไรไปสู้กับคนอื่นเยอะแยะไปหมด... มันเหนื่อยนะ... เหนื่อยจริงๆ
มันจะแบ่งๆ กันไปตามสาขา... แต่ละสาขาก็รับไม่เท่ากันอีก
อืมม... นั่งนึกๆ ดูแล้ว
- คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ รอบ 1 ปี 2567 รับรวม 187 คน
- ภาษาไทย: 35 คน
- ภาษาอังกฤษ: 30 คน
- ประวัติศาสตร์: รอบนี้ไม่เปิดรับ
- ภูมิศาสตร์: รอบนี้ไม่เปิดรับ
- ภาษาฝรั่งเศส: 25 คน
- ภาษาเยอรมัน: 25 คน
- ภาษาญี่ปุ่น: 25 คน
- ภาษาบาลีสันสกฤต: 22 คน
- ภาษาและวรรณคดีจีน: 25 คน
ตัวเลขพวกนี้... มันเป็นแค่ด่านแรกนะ...
สิ่งที่ต้องเจอจริงๆ คือการเตรียมตัว... พอร์ตฟอลิโอ คือหัวใจเลย ต้องทำให้มันดีมากๆ ต้องเล่าเรื่องของเราให้ได้... แล้วก็มีพวกคะแนนภาษาอังกฤษ IELTS หรือภาษาอื่นๆ ที่แต่ละสาขากำหนดไว้... GPAX ก็ต้องถึงเกณฑ์ด้วย... ทุกอย่างมันหนักไปหมด
พอผ่านเข้าไป... ก็ยังต้องไปเจอสัมภาษณ์อีก... ซึ่งก็ไม่รู้เลยว่าจะเจออะไรบ้าง... มันคือการวัดใจกันจริงๆ... แค่คิดถึงก็เหนื่อยแล้ว...
อักษรศาสตร์ จุฬา รับกี่คน
จำนวนรับของ อักษรศาสตร์ จุฬาฯ ในรอบ Admission ปีล่าสุด อยู่ที่ 55 ที่นั่ง
ตัวเลขนี้สะท้อนการแข่งขันที่สูงมาก การเตรียมตัวจึงเป็นเรื่องของการตกผลึกทางความคิด ไม่ใช่แค่การท่องจำ คะแนนสอบเป็นเพียงประตูด่านแรก แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังคะแนนคือสิ่งที่คณะมองหาจริงๆ
สำหรับคุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัคร เปิดกว้างสำหรับวุฒิการศึกษาที่หลากหลาย ครอบคลุมกลุ่มต่างๆ ดังนี้
- ผู้ที่สำเร็จการศึกษาชั้น ม.6 จากโรงเรียนในระบบ
- ผู้ที่จบจากหลักสูตรนานาชาติที่ได้รับการรับรอง
- ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
- ผู้ที่จบจากหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)
- ผู้สมัครที่จบหลักสูตร GED ต้องมีคะแนนตามเกณฑ์ที่จุฬาฯ กำหนดโดยเฉพาะ
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น มีมิติอื่นที่ต้องพิจารณาประกอบด้วย
- จำนวน 55 ที่นั่งนี้ เป็นของรอบ 3 Admission ในระบบ TCAS ซึ่งเป็นรอบที่ใช้คะแนนสอบส่วนกลางเป็นหลัก คณะอาจมีที่นั่งในรอบอื่น เช่น Portfolio หรือ Quota แต่จำนวนและเกณฑ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละปี
- เกณฑ์การคัดเลือกหลักๆ จะใช้คะแนน TGAT และ A-Level โดยวิชาที่มีน้ำหนักสูงคือ A-Level ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา ซึ่งบ่งชี้ว่าคณะให้ความสำคัญกับทักษะทางภาษาและความเข้าใจในมิติของมนุษย์และสังคม
- นอกจาก 3 วิชานั้น ยังต้องใช้คะแนน A-Level ภาษาต่างประเทศที่ 2 อีกหนึ่งภาษา เช่น บาลี ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น หรือจีน การเลือกภาษานี้มีผลต่อการยื่นเข้าสาขาวิชาเอกบางสาขาในอนาคตด้วย
- รายละเอียดเชิงลึกและเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ รวมถึงสัดส่วนคะแนนที่ใช้คำนวณในแต่ละปี ควรตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการของ ทปอ. (myTCAS) และทางเว็บไซต์ของคณะโดยตรงเสมอที่ https://admission.chula.ac.th
คณะอักษรศาสตร์จุฬา รับกี่คน
คณะอักษรศาสตร์จุฬา รับ 187 ที่นั่ง นะ สำหรับสาขาอักษรศาสตร์ที่เลือกสอบญี่ปุ่น (รับร่วมกัน)
ส่วนวิชาที่ใช้ในการคัดเลือกนะ:
- A-Level สังคมศึกษา 25%
- A-Level ไทย 25%
- A-Level อังกฤษ 25%
คณะอักษรศาสตร์จุฬารับ GED ไหม
อักษรฯ จุฬาฯ รับ GED. เฉพาะหลักสูตรนานาชาติ (BALAC). ภาคไทยฝันไปก่อน.
ที่อื่นที่พอจะยื่นได้ก็มี. COMMARTS นิเทศฯ อินเตอร์. COMMDE สถาปัตย์ฯ ออกแบบนิเทศศิลป์.
- GED ไม่ใช่แค่ผ่าน. แต่ละวิชาต้อง 165+ รวมแล้ว 660 ขึ้นไป. ต่ำกว่านี้ก็แค่กระดาษ.
- มีแค่ GED ไม่พอหรอก. ต้องมีคะแนนอื่นประกอบ พวก IELTS, SAT. ไปเช็คระเบียบการเอง อัปเดตทุกปี.
- พอร์ตสำคัญสัสๆ โดยเฉพาะ CommDe. งานไม่เจ๋งจริง คะแนนสูงแค่ไหนก็เท่านั้นแหละ. อย่าพลาด.
อักษรจุฬารับยังไง
อยากเข้าอักษร จุฬาฯ รอบพอร์ตใช่มั้ย? เอางี้ มาดูกันว่าต้องเตรียมตัวเป็นมนุษย์เหนือโลกขนาดไหน บอกเลยว่าโหดมาก โหดจริง
เกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ต้องไม่ต่ำกว่า 3.75 นี่ไม่ใช่การต่อรองราคานะจ๊ะ ต่ำกว่านี้คือประตูปิดใส่หน้าดังปัง! เหมือนเป็นบัตรผ่านด่านแรก ถ้าไม่มีก็คือจบเกม กลับไปปั่นเกรดใหม่เด้อ
คะแนนภาษาอังกฤษนี่แหละตัวชี้ชะตา เลือกเอาซักอย่างที่คิดว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าจุติมาสอบ:
- TOEFL (iBT): กดไปเลย 79 คะแนนขึ้นไป
- IELTS (Academic): ต้องมี 6.5 เป็นอย่างต่ำ
- CU-TEP: เอาให้ได้ 75 คะแนน
แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) 10 หน้ากระดาษ ที่ต้องเล่าเรื่องราวชีวิตราวกับเป็นบทภาพยนตร์ที่ได้รางวัลออสการ์ ยัดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอักษรศาสตร์เข้าไป! รางวัลประกวดสุนทรพจน์ แข่งโต้วาที เขียนเรียงความระดับประเทศ โชว์ไปเลยว่าเราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้
แล้วก็ไอ้พวกคะแนนพิเศษนี่แหละตัวตัดเชือกของจริง ใครมีคือได้เปรียบแบบตะโกน
- คะแนนวัดความสามารถทางภาษาที่สาม: ใครมีผลสอบ HSK (ภาษาจีน), JLPT (ภาษาญี่ปุ่น), DELF/DALF (ภาษาฝรั่งเศส) หรือภาษาอื่นๆ ที่เทพๆ ยื่นไปเลยจ้ะ เหมือนมีบัฟเทพติดตัว
- ผลงานวิชาการ: เคยแข่งโอลิมปิกวิชาการด้านภาษา สังคมฯ หรืออะไรเทือกๆ นี้มั้ย? ใส่ไปให้หมด อย่าให้เหลือ มันคือเครื่องยืนยันว่าเราไม่ได้มาเล่นๆ
- CU-TPT: ถ้าเก่งภาษาไทยแบบหาตัวจับยาก ไปสอบ CU-TPT มาโชว์คะแนนซะหน่อย จะได้รู้ว่าเรามันตัวจริงเสียงจริง
- SAT: บางคนก็ยื่นคะแนน SAT ส่วน Evidence-Based Reading and Writing สูงๆ ประกอบไปด้วยนะ ทำให้พอร์ตดูอินเตอร์ขึ้นมา 300% เลยทีเดียวเชียว
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต