ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็มมีอะไรบ้าง

54 ครั้งเข้าชม
ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็ม: การดูแลตนเอง (Self-Care): กิจกรรมที่บุคคลทำเพื่อรักษาชีวิต สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี ข้อกำหนดการดูแลตนเอง (Self-Care Requisites): ความต้องการที่จำเป็นต่อการดูแลตนเอง แบ่งเป็น 3 ประเภท: สากล (Universal): ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน เช่น อากาศ น้ำ อาหาร พัฒนาการ (Developmental): ความต้องการเฉพาะตามช่วงวัยและพัฒนาการ เบี่ยงเบนสุขภาพ (Health Deviation): ความต้องการที่เกิดจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ การขาดดุลการดูแลตนเอง (Self-Care Deficit): ภาวะที่บุคคลไม่สามารถดูแลตนเองได้ตามข้อกำหนด ต้องได้รับความช่วยเหลือ ระบบการพยาบาล (Nursing Systems): ระบบที่พยาบาลใช้เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่มีการขาดดุลการดูแลตนเอง เช่น การชดเชย การสนับสนุน การสอน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เอาล่ะ มาคุยกันเรื่องทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็มกันหน่อย! บอกเลยว่าตอนเรียนพยาบาลนี่เป็นอะไรที่...เอ่อ...ต้องทำความเข้าใจกันยกใหญ่เลยนะ (หัวเราะ) แต่พอมาคิดดูดีๆ มันก็เมคเซนส์มากๆ เลยนะ ว่าไหม?

ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็มเนี่ยนะ หลักๆ มันก็วนๆ อยู่กับเรื่อง...

  • การดูแลตนเอง (Self-Care): คือจริงๆ มันก็คือเรื่องง่ายๆ เลยอ่ะ สิ่งที่เราทำๆ กันทุกวันเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ได้อย่างดี สุขภาพดี ไม่ป่วยไข้ไง! กินข้าว อาบน้ำ ออกกำลังกาย (บางทีนะ...ฮ่าๆ) อะไรแบบนั้นแหละ

  • ข้อกำหนดการดูแลตนเอง (Self-Care Requisites): อันนี้แหละที่เริ่มจะ...อืม...ต้องคิดนิดนึง เค้าบอกว่ามันคือความต้องการที่จำเป็นต่อการดูแลตัวเอง แล้วเค้าก็แบ่งออกเป็น 3 อย่างอีกนะ...

    • สากล (Universal): อันนี้เข้าใจง่ายสุด! ทุกคนต้องมีไง! อากาศหายใจ น้ำ อาหาร เสื้อผ้า อะไรที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ อ่ะ แล้วเคยคิดไหมว่า ถ้าวันนึงเราขาดอะไรพวกนี้ไปจริงๆ เราจะดูแลตัวเองได้ยังไง? น่าคิดนะ...
    • พัฒนาการ (Developmental): อันนี้จะเฉพาะเจาะจงหน่อย อย่างเด็กก็ต้องการนม ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ คนแก่ก็อาจจะต้องมีคนช่วยดูแลเรื่องการเคลื่อนไหว มันก็แล้วแต่ช่วงวัยแหละ แล้วถ้าเราไม่เข้าใจความต้องการในแต่ละช่วงวัย เราจะช่วยเค้าดูแลตัวเองได้ยังไงอ่ะ?
    • เบี่ยงเบนสุขภาพ (Health Deviation): อันนี้คือพวกที่ป่วยไง! ต้องการอะไรที่พิเศษกว่าชาวบ้านเค้าหน่อย เช่น คนเป็นเบาหวานก็ต้องควบคุมอาหาร คนเป็นความดันก็ต้องกินยา...แล้วถ้าเค้าไม่ทำตามที่หมอสั่งล่ะ? อันนี้ก็เป็นหน้าที่เราที่ต้องเข้าไปช่วยแล้วป่ะ?
  • การขาดดุลการดูแลตนเอง (Self-Care Deficit): อันนี้คือจุดสำคัญ! คือภาวะที่คนๆ นึงดูแลตัวเองไม่ได้อ่ะ! อาจจะเพราะป่วย อาจจะเพราะแก่ อาจจะเพราะอะไรก็แล้วแต่ แล้วพอเค้าดูแลตัวเองไม่ได้ เราก็ต้องเข้าไปช่วยไง! แต่จะช่วยยังไงล่ะ? ก็ต้องดูว่าเค้าขาดอะไรไปไง...

  • ระบบการพยาบาล (Nursing Systems): อันนี้ก็คือ...วิธีการที่เราจะเข้าไปช่วยคนที่มีปัญหาการดูแลตัวเองอ่ะ! เค้าก็จะมีศัพท์ยากๆ อีกแหละ อย่าง "ชดเชย" "สนับสนุน" "สอน" อะไรแบบนี้... แต่เอาจริงๆ มันก็คือการที่เราเข้าไปช่วยเค้าทำในสิ่งที่เค้าทำเองไม่ได้ หรือสอนให้เค้าทำในสิ่งที่เค้ายังทำไม่เป็นนั่นแหละ!

เล่าให้ฟังจากประสบการณ์ส่วนตัวเลยนะ ตอนฝึกงานแรกๆ ก็งงๆ อ่ะว่าทฤษฎีนี้มันสำคัญยังไง แต่พอเจอคนไข้จริงๆ นี่แหละถึงเข้าใจ! อย่างคนไข้ที่เพิ่งผ่าตัดมา แล้วเค้าลุกนั่งเองไม่ได้ เราก็ต้องเข้าไปช่วยไง! ช่วยพยุง ช่วยสอนวิธีลุกนั่งที่ถูกต้อง... นี่แหละคือการ "ชดเชย" และ "สนับสนุน" ที่โอเร็มเค้าพูดถึง!

สรุปง่ายๆ ก็คือ ทฤษฎีของโอเร็มมันคือการทำความเข้าใจว่าคนเราต้องการอะไรในการดูแลตัวเอง แล้วถ้าเค้าทำไม่ได้ เราจะเข้าไปช่วยยังไง! แค่นั้นเอง! แต่จะว่าไปมันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดนะ...เพราะแต่ละคนก็มีความต้องการที่แตกต่างกันไป เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวและช่วยเหลือเค้าให้ตรงจุดที่สุด! ว่าไหม?