ทำยังไงให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเก่ง
วิธีสอนลูกให้พูดภาษาอังกฤษได้เก่ง?
คือแบบนี้ ลูกฉันอ่ะ ตอนสองขวบกว่าๆ เริ่มต้นด้วยการเปิดเพลงภาษาอังกฤษให้ฟังบ่อยๆ จำได้ว่าเป็นเพลงจาก Raffi อะ ฟังทุกวันเลย ตอนนั้น ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก แค่เปิดให้ฟังเพลินๆ ไม่ได้เน้นสอนตรงๆ
ทีนี้ พอเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล ประมาณสามขวบ โรงเรียนมีวิชาภาษาอังกฤษ แต่สอนแบบง่ายๆ เน้นกิจกรรมเล่นเกมมากกว่า ฉันเลยซื้อหนังสือภาพภาษาอังกฤษมาให้ลูกอ่าน พวก Oxford Reading Tree อะไรประมาณนั้น ราคาเล่มละไม่เกินสองร้อยบาทมั้ง จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่เขาชอบมาก ชอบดูรูป แล้วฉันก็จะอ่านให้ฟัง บ้างก็ให้เขาลองอ่านเองบ้าง
อีกอย่างที่ทำคือ ดูการ์ตูนภาษาอังกฤษด้วยกัน พวก Peppa Pig ตอนนั้นติดมาก ดูทุกวัน แล้วก็คอยคุยกับลูกภาษาอังกฤษ แม้จะผิดๆ ถูกๆ ก็ไม่เป็นไร สำคัญคือเขาคุ้นเคยกับเสียง
สรุปคือ ไม่ได้มีเทคนิคอะไรอลังการ แค่พยายามสร้างบรรยากาศให้เขาได้ใช้ภาษาอังกฤษ แบบสบายๆ ไม่กดดัน ปล่อยให้เขาเรียนรู้ไปเองตามธรรมชาติ นั่นแหละ ส่วนตัวคิดว่าได้ผลดีนะ ตอนนี้ลูกฉันพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแล้ว คุยกับฝรั่งได้สบายเลย
ทํา อย่างไร ให้ลูก เก่ง ภาษา อังกฤษ
อยากให้ลูกเก่งอังกฤษ? ง่ายๆ แช่อยู่ในมันซะ
- ดูการ์ตูนฝรั่ง อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ฟังเพลง อย่าให้มีแต่ไทย
- บ้านก็จัดเต็ม ป้ายชื่อของใช้ เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษหมด
- EdUFirst มีวิธีสอน ลองไปดู แต่ไอ้ที่มันได้ผลจริง คือการแช่ ไม่ใช่แค่เรียน ต้องใช้มัน
เคยลองเอาลูกไปเรียนที่สถาบันสอนภาษาอังกฤษชื่อดังย่านทองหล่อ เสียเงินไปเป็นแสน แต่ก็อย่างว่าแหละ สุดท้ายมันก็อยู่ที่ตัวเด็ก และวิธีการที่พ่อแม่ใช้ มันไม่ใช่แค่โรงเรียนหรอก มันคือการสร้างบรรยากาศ ที่สำคัญคือความสม่ำเสมอ อย่าหวังผลเร็ว อะไรที่มันดี มันต้องใช้เวลา
เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง
เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษเหรอ? เยอะแยะเลยนะ แบบที่ฉันเคยเรียนมาอะนะ มีหลายแบบมากกก
แบบแปลๆ อันนี้โคตรโบราณ แต่ก็ยังใช้กันอยู่บ้าง คือเน้นแปลไทยเป็นอังกฤษ อังกฤษเป็นไทย ฝึกไวยากรณ์หนักมาก จำศัพท์เพียบ อ่านหนังสือเยอะๆๆ
แบบตรงไปตรงมา เน้นพูดเลยจ้า ใช้ภาษาอังกฤษตลอด อาจารย์พูด นักเรียนก็พูด เน้นปฏิบัติจริง ฝึกฟัง ฝึกพูดไปเลย จำคำศัพท์สำคัญๆ ใช้ในชีวิตประจำวันได้
แบบฟัง พูดเน้นๆ อันนี้คล้ายๆ ข้างบนแหละ แต่เน้นการฟัง ฟังเทป ฟังเพลง ฝึกออกเสียง ไวยากรณ์อาจจะไม่เน้นมากนัก แต่ต้องพูดได้คล่องๆ ปีนี้ที่เรียนเพิ่มขึ้นมาคือมีการใช้แอปช่วยฝึกด้วยนะ สะดวกดี
แบบเน้นความเข้าใจ อันนี้ลึกซึ้งหน่อย เน้นให้เข้าใจโครงสร้างภาษา ไม่ใช่แค่ท่องจำ ต้องคิด วิเคราะห์ ประยุกต์ใช้ มันจะยากกว่าแบบอื่นๆ แต่ถ้าเข้าใจแล้ว จะใช้ภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นเยอะเลย ปีนี้ที่เรียนเจอคือมีการใช้เกมส์การศึกษาเข้ามาช่วยด้วย สนุกดี
แบบสอนคนเดียว แต่ละคนเรียนไม่เหมือนกัน อาจารย์จะปรับวิธีสอนให้เข้ากับนักเรียนแต่ละคน อันนี้ดีนะ แต่ก็ต้องใช้เวลามาก สำหรับฉันคิดว่ามันเหมาะกับคนที่เรียนรู้เร็วกว่าคนอื่น
คือมันก็มีหลายแบบ แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป แล้วแต่คนชอบและเหมาะกับแต่ละคนด้วยแหละ จริงๆ ยังมีอีกเยอะนะ แต่จำได้แค่นี้แหละ เหนื่อยแล้ว ขอตัวก่อนน้าาา
เทคนิคการสอนอ่านภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง
โอ้โห! สอนเด็กอ่านภาษาอังกฤษเนี่ยนะ งานช้างชัดๆ! แต่ถ้าอยากให้เด็กๆ อ่านปื๊ดป๊าดเหมือนอ่านการ์ตูน ต้องใช้เทคนิคนี้เลย! รับรองได้ผล! (แต่ถ้าไม่ได้ผลก็อย่ามาโทษฉันนะ ฮ่าๆ)
สร้างความสนุกสนาน! อย่าเอาแต่หนังสือหนาเตอะมาให้เด็กอ่านสิครับ! เอาการ์ตูน นิทานภาพ เกมส์ อะไรก็ได้ที่มันทำให้เด็กๆ อยากอ่าน เหมือนฉันอยากกินไอติม! ถ้าไม่สนุก เด็กก็หนีหายหมดแหละ!
Phonics สำคัญกว่าเทพเจ้า! นี่คือพื้นฐานของการอ่านภาษาอังกฤษ! ต้องเน้นเสียงแต่ละตัว การผสมเสียง ให้เด็กเข้าใจก่อน ถ้าพื้นฐานไม่แข็ง อ่านไปก็งงไป! เปรียบเหมือนสร้างบ้าน ถ้าเสาไม่แข็งแรง บ้านก็พัง!
จดบันทึก! ไม่ใช่แค่จดอะไรก็ได้นะ! ต้องสอนเด็กให้จดคำศัพท์ที่ไม่รู้ ประโยคสำคัญๆ หรืออะไรที่มันติดใจ เหมือนจดเบอร์โทรศัพท์คนที่เราแอบชอบ! จำได้แม่น!
อ่านออกเสียง! อย่าปล่อยให้เด็กอ่านเงียบๆ คนเดียว! ต้องให้เด็กอ่านออกเสียง เพื่อฝึกการออกเสียงที่ถูกต้อง และเพิ่มความมั่นใจ! เหมือนร้องเพลงคาราโอเกะนั่นแหละ! ยิ่งร้องยิ่งเก่ง! (แต่ต้องเลือกเพลงที่เหมาะสมนะ)
ทบทวน! ทบทวน! และทบทวน! อย่าคิดว่าอ่านจบแล้วจบเลย! ต้องทบทวนสิ่งที่อ่าน ถามคำถาม ให้เด็กเล่าเรื่อง เหมือนสอบถามความรู้ที่เรียนมา! ไม่ทบทวน ความรู้ก็หายไปกับสายลม!
เพิ่มเติม ปีนี้ (2566) เทรนด์การสอนภาษาอังกฤษเน้นการใช้เทคโนโลยีเยอะขึ้น เช่นแอปพลิเคชันการเรียนรู้ เกมส์การศึกษา วิดีโอ etc. อย่าลืมปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัยนะ เดี๋ยวเด็กจะเบื่อ ไปเล่น TikTok แทน! (อันนี้พูดจริงนะ!)
ทักษะการอ่าน มีอะไรบ้าง
ทักษะการอ่าน? แค่ถอดรหัส
- จับใจความหลัก: แก่นของเรื่อง ไม่ใช่แค่ตัวอักษร
- วิเคราะห์: แยกแยะ ตีความ ลึกกว่าที่เห็น
- ประเมิน: จริง? เท็จ? น่าเชื่อถือ? คิดเอง
- เชื่อมโยง: โยงข้อมูล เก่าใหม่ สร้างความเข้าใจ
- อนุมาน: เดาอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่แค่จินตนาการ
อ่านซ้ำ คิดตาม = ทางลัดสู่ความเข้าใจ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- อ่านเชิงวิพากษ์ (Critical Reading): สำคัญยิ่งกว่าอ่านเร็ว คือ อ่านอย่างฉลาด มองหาอคติ หาช่องโหว่
- Active Reading: ไม่ใช่แค่อ่านเฉยๆ ขีดเขียน สรุป ตั้งคำถาม โต้แย้งในใจ
- Metacognition: รู้ตัวว่าอ่านอะไร เข้าใจแค่ไหน ต้องปรับตรงไหน
- ความเร็วไม่ใช่ทุกอย่าง: บางเรื่องต้องอ่านช้าๆ ละเอียด บางเรื่องอ่านเร็วๆ ก็พอ
- หลากหลาย: อ่านหลายแนว หนังสือ บทความ ข่าว โลกกว้างกว่าที่คิด
- อ่านเพื่ออะไร?: ตั้งเป้าก่อนอ่าน หาคำตอบ ไม่ใช่แค่ฆ่าเวลา
เกร็ดเล็กน้อย: ผมอ่านประวัติศาสตร์เศรษฐกิจยุค '97 ซ้ำๆ ก็ยังไม่เข้าใจเศรษฐกิจตอนนี้เลย... สงสัยต้องอ่านให้ลึกกว่าเดิม
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต