นักเรียนคิดว่าการเป็นเยาวชนที่ดีของสังคมควรมีลักษณะอย่างไร
การเป็นเยาวชนที่ดีต่อสังคมต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
จริงๆ แล้วการเป็นเยาวชนที่ดีต่อสังคมมันก็ไม่ได้ยากเกินไปนะ
มันเหมือนเราต้องมีแกนหลักให้ชีวิตเราก่อนน่ะ ฉันว่านะ.
อย่างแรกเลยคือเรื่อง "คุณธรรม จริยธรรม" เนี่ย สำคัญมาก. ถ้าเรามีพื้นฐานตรงนี้ดี อะไรๆ มันก็จะง่ายขึ้น.
เวลาเจออะไรก็คิดก่อนทำเสมอ. ไม่ใช่ทำไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง.
แล้วก็ต้องรู้จัก "เคารพสิทธิเสรีภาพ" ของคนอื่นด้วย.
ทุกคนมีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์ทำอะไรในขอบเขตของเขา. เราต้องไม่ไปก้าวก่ายหรือละเมิดสิทธิ์เขา.
เรื่อง "ความรับผิดชอบ" นี่ก็สำคัญไม่แพ้กัน.
รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองต้องทำ. ไม่ว่าจะเรียน งาน หรืออะไรก็ตาม. ทำมันให้ดีที่สุด.
สุดท้ายคือ "การเป็นผู้มีเหตุผล".
ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเอง. ต้องพร้อมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น.
บางทีคนอื่นอาจจะมีมุมมองที่เรามองข้ามไปก็ได้. การพูดคุยกันด้วยเหตุผลจะช่วยให้เราโตขึ้น.
มันก็ประมาณนี้แหละ. ฉันว่าถ้าเราทำได้ตามนี้ เราก็เป็นเยาวชนที่ดีต่อสังคมได้แล้ว.
เยาวชนที่ดีมีอะไรบ้าง10ข้อ
ตอนเด็กๆ แม่ชอบร้องเพลง "เด็กเอ๋ยเด็กดี" ให้ฟังบ่อยๆ จำได้ว่าร้องตอนก่อนนอนเสมอ รู้สึกอบอุ่นดีนะ ตอนนั้นยังเด็กมาก เข้าใจแค่ว่าร้องเพลงแล้วต้องเป็นเด็กดี แต่พอโตขึ้นมาหน่อยถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วมันมีความหมายอะไรบ้าง
10 ข้อของเยาวชนที่ดีในแบบฉัน
- นับถือศาสนา: ไม่ใช่แค่ไปวัดนะ แต่คือการมีหลักยึดในใจ ทำความดี ละเว้นความชั่ว อันนี้สำคัญมากสำหรับฉัน เพราะมันช่วยให้เราไม่หลงผิดไปไหน
- รักษาธรรมเนียมมั่น: แบบไทยๆ นะ ไม่ใช่เรื่องเก่าๆ ไปซะหมด แต่คือการรู้จักกาลเทศะ การแสดงความเคารพผู้ใหญ่ การพูดจาให้เกียรติ อะไรแบบนี้
- เชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์: อันนี้ก็ตรงตัวเลยนะ แต่ไม่ใช่เชื่อแบบงมงายนะ ต้องคิดวิเคราะห์ด้วย แต่หลักๆ คือฟังเขาเพราะเขาหวังดีกับเราจริงๆ
- วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน: ไม่ต้องเวอร์วังนะ แค่พูดจาดีๆ ไม่หยาบคาย ไม่แซะแรงๆ ก็พอแล้ว
- รู้จักออมประหยัด: ไม่ใช่แค่เก็บเงินนะ แต่คือการใช้ชีวิตแบบพอดี ไม่ฟุ่มเฟือย เห็นคุณค่าของเงิน
- ต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล: อันนี้โคตรสำคัญ! ไม่โกหก ไม่คดโกง ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม
- น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ: ชนะก็ดีใจ แพ้ก็ไม่โทษใคร รู้จักให้อภัย ยอมรับความผิดพลาด
- ทำตนให้เป็นประโยชน์: อะไรก็ได้เล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้คนอื่น หรือสังคมดีขึ้น
- รู้จักบุญคุณโทษ: รู้ว่าใครมีพระคุณกับเรา ควรตอบแทนยังไง และทำอะไรผิดไปก็ยอมรับผิด
- สมบัติชาติต้องรักษาไว้: ไม่ใช่แค่ของส่วนรวมนะ แต่รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณี สิ่งแวดล้อมด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติม
- ปีนี้ (2024) ฉันอายุ 23 ปี เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้าย คณะสังคมศาสตร์
- ตอนเด็กเคยถูกล้อเรื่องพูดไม่ค่อยเก่ง เลยพยายามฝึกพูดให้ชัดเจนและสุภาพมากขึ้น
- ครั้งนึงเคยแอบเอาขนมเพื่อนไปกิน แล้วรู้สึกผิดมาก สุดท้ายก็ไปสารภาพกับเพื่อน และซื้อขนมมาคืนเขา
- ชอบอ่านหนังสือมาก โดยเฉพาะหนังสือประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย
- เคยไปเป็นอาสาสมัครสอนหนังสือเด็กๆ ที่มูลนิธิ... (จำชื่อมูลนิธิไม่ได้ชัดเจน แต่เป็นมูลนิธิที่ช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในกรุงเทพฯ) รู้สึกดีมากที่ได้ทำอะไรเป็นประโยชน์
ข้อคิดเห็นส่วนตัว:
จริงๆ แล้ว "เด็กดี" มันไม่ใช่แค่การทำตามกฎ 10 ข้อเป๊ะๆ แต่คือการเป็นคนดีในแบบของตัวเองที่มีคุณธรรม จริยธรรม และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอแหละ
การปฏิบัติตนเป็นเยาวชนที่ดีมีอะไรบ้าง
มันเป็นช่วงเวลา...ยามบ่ายแก่ๆ แสงอาทิตย์สาดทอดลงมาบนผืนน้ำในบึงเล็กๆ ข้างบ้าน ระยิบระยับเหมือนเพชรที่ซ่อนอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ ลมพัดเอื่อยๆ พากลิ่นดอกไม้ป่าที่ไม่รู้จักชื่อโชยมา เสียงกระซิบของใบไม้ไหวๆ เหมือนจะเล่าเรื่องราวเก่าแก่ที่ฉันไม่เคยได้ยิน แต่รู้สึกคุ้นเคยเหลือเกินในใจ
ชีวิตนี้ช่างงดงามเหลือเกิน ไม่ต้องมีอะไรมากมายหรอก แค่พอดี พอเพียง... ใช่แล้ว เพียงพอ แค่เท่านี้ก็รู้สึกเต็มเปี่ยม ประหยัดไว้บ้าง อดออม ไม่ต้องวิ่งตามความฟุ้งเฟ้อที่พร่างพรายเหมือนภาพลวงตา เงินทอง...ก็แค่ของนอกกาย มันคือสิ่งที่ใช้ยามจำเป็นจริงๆ ไม่ใช่เพื่อโอ้อวด โอ้โห ความสุขที่แท้จริงมันอยู่ในใจเรานี่นา
แล้วก็เรื่องราวของการแบ่งปัน ยามเย็นวันนั้น ตอนที่เห็นเด็กน้อยช่วยแมวที่ตกน้ำ นั่นแหละ...น้ำใจ น้ำใจนักกีฬา ไม่ใช่แค่ในเกม แต่มันคือชีวิต คือการให้อภัยกันนะ ปล่อยวางเรื่องเก่าๆ ที่มันค้างคา ช่วยเหลือคนอื่นแบบไม่ต้องคิดอะไรมากเลย เห็นประโยชน์ส่วนรวมสำคัญกว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของเรา นั่นแหละ...หัวใจของมนุษย์ที่แท้จริงนะ
ความซื่อสัตย์ สุจริต ตรงไปตรงมา...เหมือนเส้นทางเดินที่สว่างไสว ไม่ต้องหลบซ่อน ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรเลย เคารพกฎกติกาที่สังคมสร้างไว้ มันคือเส้นใยที่ร้อยเรียงเราทุกคนไว้ด้วยกัน ให้ทุกอย่างเป็นระเบียบ เป็นไปตามครรลอง... มันง่ายๆ แค่นี้เองนะ แค่ทำตาม...ทำตาม...
- ประหยัด อดออม ใช้จ่ายยามจำเป็น
- พอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ
- มีน้ำใจนักกีฬา รู้จักให้อภัย
- ช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน
- เห็นแก่ส่วนรวม เป็นสำคัญ
- ซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา
- เคารพกฎหมาย และระเบียบสังคม
นักเรียนมีแนวทางการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติอย่างไร
เป็นพลเมืองดี? ง่ายๆ เลย
- "ให้" ก่อน "เอา": เสียสละนิดหน่อย เพื่อส่วนรวมมันก็เท่ดี
- "เปิด" ไม่ใช่ "ปิด": รับฟังทุกคน ไม่ต้องอวยใครมาก แค่เคารพกัน
- "ทำ" ไม่ใช่ "คิด": รับผิดชอบหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ต้องอวดอ้าง
- "จริง" ไม่ใช่ "ปลอม": ซื่อสัตย์กับตัวเองและคนอื่นก็พอ
ว่ากันง่ายๆ นะ
- มีจิตสาธารณะ: ไม่ใช่แค่หน้าตาดี แต่ใจต้องใหญ่พอจะแบ่งปัน
- เคารพความเห็นต่าง: โลกนี้ไม่ได้มีแค่เราคนเดียว ทุกคนมีสิทธิ์คิด
- มีระเบียบวินัย: ทำตามกฎ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะ "มันต้องเป็นแบบนั้น"
- รับผิดชอบ: ทำสิ่งที่ต้องทำให้จบ อย่าทิ้งไว้ให้คนอื่น
- ซื่อสัตย์: เป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด อย่าให้มันหายไป
รู้ไว้ซะ
- เสียสละ: มันไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการลงทุนระยะยาวเพื่อสังคมที่ดีขึ้น
- เปิดใจ: การรับฟังความคิดเห็นที่ต่าง ไม่ได้ทำให้เราอ่อนแอลง แต่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น
- หน้าที่: คือคำมั่นสัญญาที่เราให้ไว้กับตัวเองและผู้อื่น
- ความซื่อสัตย์: คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ไม่ต้องกลัวอะไร
นักเรียนจะเป็นเยาวชนที่ดีได้อย่างไร?
นักเรียนจะเป็นเยาวชนที่ดีได้ไง? ง่ายนิดเดียว... แค่ไม่ต้องเป็น "ตัวปัญหา" ก็ถือว่าเข้าขั้นเทพแล้ว!
เอาแบบฉบับย่อไม่ต้องตีความให้เมื่อยตุ้ม คือ "ประหยัด เลี่ยงฟุ้งเฟ้อ" เหมือนเก็บเบี้ยยังชีพไว้กินตอนแก่ (หรือตอนหมดค่าขนม) ชีวิตแบบพอเพียงนี่แหละเซฟสุด ไม่ต้องวิ่งไล่ตามเทรนด์จนเงินหมดตัว
"น้ำใจนักกีฬา" ไม่ใช่แค่ในสนามหรอกนะ แต่มันคือการรู้จัก "ให้อภัย" คนอื่น (ที่ทำพลาดเหมือนเรานั่นแหละ) แล้วก็ "ช่วยเหลือ" กันไป ช่วยกันจนกว่าจะรอด (หรือจนกว่าครูจะเรียก)
"ประโยชน์ส่วนรวม" สำคัญนะ! คิดถึงส่วนรวมก่อนส่วนตัวหน่อย แค่ "ซื่อสัตย์" ไม่โกง ไม่หนีเรียน (ยกเว้นวันฝนตกหนักจริงๆ) ตรงไปตรงมา ไม่ต้องซิกแซกจนงงตัวเอง
สุดท้าย "เคารพกฎหมาย" และ "ปฏิบัติตามกฎระเบียบ" สังคมก็เหมือนเกม มีกติกา เล่นให้ถูกกติกา จะได้ไม่โดนใบแดง
ขยายความแบบไม่ให้เสียอรรถรส (แต่อาจจะยาวไปหน่อย)
การประหยัด: ไม่ได้หมายความว่าให้ใช้ชีวิตแบบพระอานนท์นะ แต่รู้จัก "แยกแยะ" ระหว่าง "อยากได้" กับ "จำเป็นต้องมี" ของบางอย่างมีมาแล้วก็ไป (เช่น มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด) แต่บางอย่าง (เช่น ค่าเทอม) ควรเก็บไว้ก่อน
พอเพียง: เปรียบเหมือนกินข้าวให้ "อิ่ม" ไม่ใช่ "พุงกาง" แล้วต้องไปหาหมออะไรงี้ รู้จักลิมิตตัวเอง
น้ำใจนักกีฬา/ให้อภัย: คือการรู้ว่า "ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ" (รวมถึงตัวเราด้วย) การยอมรับความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของคนอื่น แล้วเดินหน้าต่อไป ดีกว่ามานั่งจมปลักกับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว
ช่วยเหลือ: เหมือนสร้าง "เครือข่ายโซเชียล" ดีๆ ที่ไม่ต้องใช้เน็ต (เพราะมีตัวตนจริง) เวลาใครเดือดร้อน ก็มีคนคอยซัพพอร์ต
ประโยชน์ส่วนรวม: คิดง่ายๆ ว่าถ้าทุกคนทำตามกฎ กติกา ก็จะ "อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข" ไม่ใช่มานั่งทะเลาะกันเรื่องเล็กน้อย
ซื่อสัตย์/ตรงไปตรงมา: เป็นเหมือน "เกราะป้องกัน" ชั้นดี ที่ช่วยให้เราไม่ต้องมานั่งจำเรื่องโกหก หรือหลบๆ ซ่อนๆ
เคารพกฎหมาย/ระเบียบ: เหมือน "ภูมิคุ้มกัน" ไม่ให้เราไปทำอะไรที่จะนำพาปัญหามาสู่ตัวเองและผู้อื่น
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (ที่อาจจะไม่มีใครอยากรู้ แต่ก็ควรรู้)
- แนวคิด "พอเพียง" ไม่ใช่การกลับไปใช้ชีวิตแบบโบราณ แต่เป็นการ "จัดการทรัพยากร" อย่างชาญฉลาดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- "การให้อภัย" เป็น "พลังบวก" ที่ส่งกลับมาหาตัวเราเอง ทำให้ใจเบา สบาย
- "ความซื่อสัตย์" ไม่ใช่แค่ "ศีลธรรม" แต่เป็น "ความได้เปรียบทางการแข่งขัน" ในระยะยาว
- "การเคารพกฎ" ไม่ได้หมายความว่า "อ่อนแอ" แต่คือ "ความเข้มแข็ง" ที่เลือกจะอยู่ภายใต้กรอบเพื่อความสงบสุขของส่วนรวม
เด็กและเยาวชนควรมีลักษณะที่พึงประสงค์อย่างไร?
ในความเงียบของกลางคืน... ฉันก็นั่งคิดนะ.. เด็กๆ กับเยาวชน.. เขาควรจะเป็นยังไงนะ.. สิ่งที่เราอยากให้เขาเป็น.. มันมีอะไรบ้าง.. มันวนๆ อยู่ในหัวน่ะ
ฉันว่านะ... ความผูกพันในครอบครัวนี่สำคัญมากเลยนะ... ให้เขารู้สึกมีที่พึ่ง มีรากฐานที่มั่นคง.. แล้วก็ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นน่ะ... ภูมิใจในความเป็นคนไทยของเรา.. มันต้องเริ่มจากข้างในก่อนจริงๆ
แล้วเรื่องการใช้ชีวิตล่ะ.. เขาควรจะมีทักษะที่ติดตัวไว้บ้างนะ.. ที่ช่วยให้เขายืนได้ด้วยตัวเอง.. ที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ในโลกที่มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นี่แหละ.. ที่สำคัญมากๆ อีกอย่างคือ.. ต้องรู้จักเคารพสิทธิของคนอื่นนะ.. ไม่ใช่แค่สิทธิของตัวเอง.. สังคมมันถึงจะอยู่กันได้จริงๆ
เรื่องสุขภาพ.. นี่ก็มองข้ามไม่ได้เลยนะ.. ร่างกายที่แข็งแรงน่ะ.. มันเป็นพื้นฐานของทุกอย่างเลย.. เขาต้องรู้จักดูแลตัวเองนะ.. รู้ว่าอะไรดีไม่ดี.. รู้จักป้องกันตัวเองจากโรคภัยไข้เจ็บ.. หรือจากสิ่งที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งอย่างยาเสพติด.. มันน่ากลัวนะ.. โลกข้างนอกน่ะ
แล้วใจล่ะ.. วุฒิภาวะทางอารมณ์.. มันไม่ได้โตตามร่างกายอย่างเดียวนะ.. ต้องค่อยๆ เรียนรู้.. ให้ใจเข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับอะไรหลายๆ อย่าง.. มีจริยธรรม คุณธรรมในใจ.. รู้ผิดชอบชั่วดี.. และที่สำคัญ.. มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ.. ตามวัยของเขา.. แค่นี้ก็คงพอแล้วมั้ง.. ที่เราจะหวังจากเขา
ฉันยังคิดว่านะ... ยังมีอีกหลายอย่างที่เราอยากให้เขามีในใจนะ...
- ความเมตตาน่ะ... การรู้จักเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น... เห็นอกเห็นใจ...
- ความคิดสร้างสรรค์... ให้เขากล้าคิด กล้าทำอะไรใหม่ๆ... โลกต้องการคนแบบนี้นะ
- การปรับตัว... โลกมันเปลี่ยนเร็วมาก... เขาต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันได้ทุกสถานการณ์
- ความมุ่งมั่น... เวลาเจอปัญหา.. เขาต้องไม่ย่อท้อ.. ล้มแล้วลุกให้เป็นนะ
- การเรียนรู้ตลอดชีวิต... ไม่หยุดที่จะหาความรู้ใหม่ๆ... เพราะโลกมันไม่เคยหยุดนิ่งเลยนี่นา
- ความซื่อสัตย์สุจริต... พื้นฐานของทุกความสัมพันธ์ที่ดีเลยนะ... จริงใจกับตัวเองและคนอื่น.
นักเรียนจะมีแนวทางในการปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้ตนเองเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย?
การเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยนั้น ไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด นะ! มันคือการใช้ชีวิตด้วย สติและสปิริต ในสังคม คล้ายกับการเป็นนักฟุตบอลที่ต้องรู้จักตำแหน่งตัวเอง เล่นเป็นทีม ไม่ทำฟาวล์มั่วซั่ว สรุปง่ายๆ คือ แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์, รับฟังผู้อื่น, ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์, มีส่วนร่วมพัฒนาสังคม และ เสียสละเพื่อส่วนรวม บ้าง เหมือนยอมให้น้องดูทีวีก่อนแค่นั้นแหละ! ง่ายๆ แต่ลึกซึ้ง!
เพื่อเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยแบบฉบับเรา มาดูแนวทางเพิ่มเติมกัน:
- การแสดงความคิดเห็น: เวลาอยากพูดอะไรน่ะ ให้คิดซะว่าเรากำลังเลือกเพลงเปิดในงานปาร์ตี้เพื่อนบ้าน ต้องมีเหตุผลและเหมาะสม ไม่ใช่เปิดเพลงร็อกเสียงดังตอนตีสอง การพูดจาต้อง สุภาพ ไม่ก่อดราม่า เพราะเราไม่ได้กำลังประกวดนางงามที่ต้องฟาดฟันกันทุกวินาทีจริงมั้ย
- การรับฟังผู้อื่น: อันนี้สำคัญมาก เหมือนเวลาเราดูซีรีส์เกาหลีแล้วไม่เข้าใจตัวละครอื่นเลย เอาแต่เชียร์พระเอกนางเอกอย่างเดียว มันก็ไม่อิน การรับฟังคือการ เปิดใจ ให้กับมุมมองที่อาจจะต่างจากเรา บางทีเขาก็มีเหตุผลดีๆ ซ่อนอยู่ เหมือนเจอสมบัติในเกมส์นั่นแหละ ฝึกความอดทน ด้วยนะ ไม่ใช่ใครพูดไม่ถูกใจก็กดข้ามไปเลย
- การปฏิบัติตามกฎระเบียบ: กฎหมายหรือกฎโรงเรียนน่ะ มันมีไว้เพื่อความสงบสุข เหมือนป้ายบอกทางในห้างสรรพสินค้า ถ้าไม่มีก็เดินชนกันวุ่นวายหมด การทำตามกฎแสดงว่าเรา เคารพสิทธิของคนอื่น และ เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความเป็นระเบียบ ให้สังคมเดินหน้าไปได้ อย่าเป็นพวกที่ชอบแหกกฎ มันก็แค่สร้างความรำคาญให้คนอื่นเท่านั้นเอง
- การมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม: ไม่ต้องถึงขั้นสร้างจรวดไปดวงจันทร์หรอกนะ แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ เช่น ช่วยกันรักษาความสะอาดในห้องเรียน อาสาช่วยงานโรงเรียน หรือ เสนอแนะแนวทางดีๆ ที่ช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้มันดีขึ้น เหมือนเวลาเราช่วยเพื่อนจัดห้องให้สะอาดขึ้น มันก็ดีต่อทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นแหละ ความก้าวหน้าไม่ได้มาจากการอยู่เฉยๆ นะนายจ๋า
- การเสียสละเพื่อส่วนรวม: อันนี้อาจจะฟังดูยาก แต่จริงๆ แล้วมันก็แค่ การแบ่งปันน้ำใจ เหมือนยอมสละเวลาช่วยเพื่อนติวหนังสือ หรือยอมให้เพื่อนยืมของบ้าง ไม่ใช่ว่าต้องสละเลือดเนื้ออะไรขนาดนั้นนะ การ คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ก่อนตัวเองเป็นบางครั้ง ช่วยให้สังคมอบอุ่นน่าอยู่ เหมือนตอนอากาศหนาวแล้วช่วยกันก่อกองไฟนั่นแหละ ความสุขที่แท้จริงคือการให้ จริงจังนะ ไม่ได้ล้อเล่น!
แนวทางการปฏิบัติตนอย่างไรให้เป็นสมาชิกที่ดีของชุมชน?
ตอนน้ำท่วมหนักๆ ซอยบ้านฉันที่ลาดพร้าว 71 ปีที่แล้วนี่เห็นชัดเลย ทุกคนเดือดร้อนหมด บ้านป้าสมศรีท้ายซอยแกอยู่คนเดียว พวกเราผู้ชาย mấy คนในซอยก็ต้องวิ่งไปช่วยกันยกตู้เย็น ยกของขึ้นชั้นสอง ตอนนั้นไม่มีใครมานั่งคิดหรอกว่านี่หน้าที่ใคร มันคือการเอาตัวรอดด้วยกัน นี่แหละสมาชิกที่ดีของชุมชนของจริง ไม่ใช่แค่ในตำรา
บางทีมันก็เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นะ อย่างเรื่องที่จอดรถเนี่ย ปัญหาคลาสสิกเลย บ้านตรงข้ามชอบจอดรถขวางหน้าประตูบ้านฉัน ตอนแรกก็โคตรหงุดหงิดเลย แต่แทนที่จะไปโวยวาย ฉันเลือกเดินไปกดกริ่งคุยกับเขาดีๆ บอกเขาว่าพี่ครับ ผมต้องเอารถเข้าออกบ่อยๆ รบกวนขยับนิดนึงได้ไหมครับ เขาก็ขอโทษขอโพยแล้วก็ไม่ทำอีกเลย จบง่ายๆ
ในไลน์กลุ่มหมู่บ้านก็เหมือนกัน บางทีมีคนมาบ่นเรื่องหมาเห่าตอนตีสาม เรื่องคนทิ้งขยะไม่ลงถัง ฉันเลือกที่จะไม่อ่านแล้วผสมโรงดราม่าไปด้วย ถ้ามันเป็นปัญหาที่เดือดร้อนฉันจริงๆ ฉันจะแจ้งนิติบุคคลไปตรงๆ เงียบๆ ไม่ต้องสร้างศัตรูในที่สาธารณะ การไม่สาดน้ำมันเข้ากองไฟ ก็ช่วยให้ชุมชนมันสงบขึ้นเยอะ
สุดท้ายมันคือการกระทำเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละที่สำคัญ การที่เราเดินผ่านลุงยามแล้วพยักหน้าทักทาย การช่วยเข็นรถเข็นให้คุณป้าข้างบ้านขึ้นเนิน การเก็บขยะที่ปลิวมาหน้าบ้านเราแม้จะไม่ใช่ของเราเอง ของพวกนี้มันไม่ต้องใช้เงินเลย ใช้แค่ใจล้วนๆ มันทำให้ซอยเราไม่ใช่แค่ที่อยู่ แต่มันคือ "บ้าน" จริงๆ
หลักการพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในชุมชน
- เคารพสิทธิส่วนบุคคล และพื้นที่ส่วนกลาง
- ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ของชุมชนอย่างเคร่งครัด
- มีส่วนร่วมในกิจกรรมส่วนรวม ตามความเหมาะสม
- รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง อย่างมีเหตุผล
- เสนอความช่วยเหลือ แก่เพื่อนบ้านเมื่อมีโอกาส
- ดูแลรักษาสาธารณสมบัติ เหมือนเป็นของตัวเอง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต