บทที่ 2 ของโครงงานคืออะไร
บทที่ 2 ของโครงงานวิจัย: ต้องมีอะไรบ้าง? หัวข้อสำคัญที่ต้องเขียนคืออะไร? มีโครงสร้างอย่างไร?
เอ่อ... บทที่ 2 โครงงานวิจัยเหรอ? ที่ต้องมี ทฤษฎี กับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องน่ะ เข้าใจอยู่ แต่ไอ้ตรง "งานที่เกี่ยวข้อง" เนี่ยสิ มัน... สำคัญขนาดไหนนะ? เคยทำโครงงานตอนมหาลัย (นานมากแล้ว สมัยเรียนวิศวะ ปี 4 ประมาณปี 2550 มั้ง) ก็จำได้ลางๆ ว่าต้องมีคนอื่นทำคล้ายๆ เรา แต่จะลงรายละเอียดขนาดไหน... ชักไม่แน่ใจ
คือถ้าเป็นโครงงานต่อเนื่อง หรือรู้เลยว่ามีคนทำแบบเดียวกันเป๊ะๆ อ่ะ อันนี้ก็คงต้องเล่าแหละ ว่าเค้าทำยังไง ผลเป็นไง สรุปอะไรไปบ้าง จะได้เห็นว่าของเรามันต่อยอด หรือแตกต่างยังไงไง? แต่ถ้าเป็นโครงงานที่... ไม่เหมือนใครเลยล่ะ? จะต้องไปขุดงานคนอื่นมาเทียบให้ได้เลยเหรอ? ????
จำได้ว่าตอนทำโปรเจคจบอ่ะ อาจารย์ที่ปรึกษา (ชื่ออาจารย์สมชาย ถ้าจำไม่ผิด) เคยบอกว่า "อย่าไปกังวลกับงานคนอื่นมากเกินไป โฟกัสที่งานเรานี่แหละ ทำให้ดีที่สุด" แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องดูงานคนอื่นเลยนะ แค่... เอามาเป็นแนวทางเฉยๆ มั้ง? ????
แต่เอาจริงๆ นะ ที่เขียนมาทั้งหมดนี่ก็แค่ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ เลยอ่ะ ไม่ได้อ้างอิงงานวิจัยอะไรทั้งนั้นนะ! ????
บทที่ 2 ของรายงานโครงงานได้แก่อะไรบ้าง
อืมม... บทที่สองนะเหรอ... ตอนนั้น คิดหนักอยู่เหมือนกัน งานวิจัยนี่มันไม่ง่ายเลย
จำได้ว่า บทที่สองเนี่ย หลักๆ เลยคือ ทฤษฎี เกี่ยวข้องกับการทำโครงงาน ต้องหาข้อมูลมาอ้างอิงเยอะเลย เหนื่อยมาก
- ต้องสรุปกรอบความคิด คิดแล้วคิดอีก ว่าจะเอาอะไรบ้าง
- หลักการต่างๆ ต้องโยงให้เข้ากับโครงงาน ให้มันดูสมเหตุสมผล
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ต้องค้นเยอะ อ่านเยอะ จนปวดหัว ปีนี้หาข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบ UI/UX เยอะมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับโครงงานของฉันโดยตรงเลย
จริงๆ แล้ว มันยากกว่าที่คิดไว้อีก หลายๆ ครั้งก็รู้สึกท้อ คิดว่าจะทำไหวไหม แต่ก็พยายามต่อไป ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องทำ
ตอนนั้น ใช้เวลาไปกับบทนี้เยอะมาก เกือบเดือนได้ แต่ก็ดีนะ ได้เรียนรู้หลายอย่างเลย รู้สึกว่า ตัวเองเก่งขึ้น
ตอนนี้ พอคิดถึงก็ยังรู้สึกเหนื่อยๆ อยู่ แต่ก็ภูมิใจในตัวเอง นะ ที่ทำมันสำเร็จมาได้
บทที่ 2 ของงานวิจัย คืออะไร
บทที่ 2? ทบทวนวรรณกรรมไง ถามอะไรโง่ๆ
- แก่น: หา อ่าน สรุป งานวิจัยคนอื่นที่เกี่ยวโยงกับหัวข้อตัวเอง
- หน้าที่: ชี้ให้เห็นช่องว่างที่งานวิจัยเราจะเข้าไปเติมเต็ม
- แหล่ง: วารสารวิชาการ ฐานข้อมูลออนไลน์ หนังสือ (ถ้ายังใช้กันอยู่)
- เคล็ด: อย่าก็อป วิจารณ์ด้วย ไม่ใช่แค่เอามาแปะๆ
- ล่าสุด: ปีนี้ 2024 เช็คให้ดี อย่าเอาของเก่ามา
โครงงาน5บทมีอะไรบ้าง
โครงงาน 5 บท: โครงสร้างมาตรฐาน
บทที่ 1: บทนำ ระบุหัวข้อ วัตถุประสงค์ ขอบเขต ความสำคัญ
บทที่ 2: พื้นฐานทฤษฎี หลักการ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ปี 2566
บทที่ 3: วิธีดำเนินการ ขั้นตอนการทดลอง เครื่องมือ วัสดุ (รายละเอียดเฉพาะเจาะจงขึ้นอยู่กับโครงงาน)
บทที่ 4: ผลการทดลอง การวิเคราะห์ข้อมูล ตาราง กราฟ (ใช้ข้อมูลปี 2566)
บทที่ 5: สรุปผล ข้อเสนอแนะ ข้อจำกัด งานวิจัยต่อยอด
ความสมบูรณ์แบบคือความตายของความคิดสร้างสรรค์. ทุกโครงงานล้วนมีข้อจำกัด. จงยอมรับมัน.
โครงงานบทที่ 2 คืออะไร
โอ้โห! บทที่ 2 โครงงานนี่มันโคตรสำคัญเลยนะ เหมือนกับการไปตลาดนัดก่อนออกรบอ่ะ! ต้องหาเสบียงความรู้ให้พร้อมก่อนลงสนาม
- สาระสำคัญ: คือการรวบรวมข้อมูล ทฤษฎี งานวิจัย แบบจัดเต็ม! ไม่ใช่แค่ไปหยิบๆ มาอ่านเล่นๆนะ ต้องวิเคราะห์เปรียบเทียบให้ได้ใจความ เหมือนเชฟทำอาหาร ต้องคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี
- แหล่งข้อมูล: นี่ไม่ใช่แค่เสิร์ชกูเกิ้ลแล้วจบนะจ๊ะ ต้องขุดคุ้ยทั้ง วารสาร บทความ ผลงานวิจัย หนังสือ เว็บไซต์ ทั้งไทยและเทศ ปีนี้ 2024 นะ ต้องหาข้อมูลใหม่ๆ อย่าไปขุดของเก่าเก็บมาใช้ล่ะ เดี๋ยวโดนอาจารย์ดัก!
- เป้าหมาย: เพื่อให้เห็นภาพรวมของงานวิจัย เข้าใจบริบท และวางรากฐานให้มั่นคง เหมือนสร้างบ้านต้องมีฐานรากที่แข็งแรง ไม่งั้นบ้านพัง! งานวิจัยก็พังด้วย!
เอาจริงๆนะ บางทีหาข้อมูลจนปวดหัว เหมือนไปเดินหาเห็ดในป่าดงดิบ เจอเห็ดดีๆก็ดีใจ เจอเห็ดพิษก็เซ็ง แต่ต้องอดทน ถึงจะได้งานวิจัยที่สมบูรณ์ ไม่งั้นอาจารย์จะลงโทษ! ปีนี้ผมหาข้อมูลจนตาแฉะเลยครับ บอกเลย เหนื่อยแต่คุ้มค่า!
วิจัย 3 บท มีอะไรบ้าง
โอ๊ย! ถามมาได้...ไอ้เรื่องวิจัยสามบทเนี่ยนะ มันก็เหมือนกินส้มตำนั่นแหละ! ????️ เผ็ดร้อนสามรส! มาๆ เดี๋ยวป้าเล่าให้ฟัง
บทที่ 1: บทนำ - อันนี้เหมือนยกครกส้มตำมาตั้ง! ???? บอกให้โลกรู้ว่า "เฮ้ย! ฉันจะตำส้มตำนะโว้ย! ทำไมถึงอยากตำ? ตำแล้วจะได้อะไร?" คือ...บอกที่มา ความสำคัญของวิจัย แล้วก็วัตถุประสงค์ให้ชัดเจน เหมือนบอกลูกค้าว่า "ตำรสจัดนะจ๊ะ!" ????️????️????️
บทที่ 2: แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง - อันนี้คือไปซื้อเครื่องปรุง! ???? ต้องไปหาปลาร้า มะนาว พริก น้ำปลา มาให้ครบ! คือ...ต้องไปค้นคว้าหาทฤษฎี หาข้อมูลเก่าๆ ที่เค้าเคยทำวิจัยมาแล้ว เอามาอ้างอิงให้มันน่าเชื่อถือ เหมือนบอกลูกค้าว่า "เครื่องปรุงชั้นดีนะจ๊ะ! ไม่ใช่ของตลาดนัด!" ????????
บทที่ 3: วิธีการดำเนินการวิจัย - อันนี้คือลงมือตำ! ???????? บอกเค้าไปเลยว่า "ฉันจะใส่อะไรบ้าง? ตำยังไง? เก็บข้อมูลยังไง? วิเคราะห์ยังไง?" คือ...อธิบายขั้นตอนการทำวิจัยอย่างละเอียด เหมือนบอกลูกค้าว่า "ตำแบบโบราณนะจ๊ะ! ไม่ใช่เครื่องปั่น!" ????
ป.ล. อย่าลืมนะ...วิจัยแต่ละชิ้นมันก็เหมือนส้มตำแต่ละครก รสชาติไม่เหมือนกันหรอก! บางทีอาจจะเค็มไป หวานไป เผ็ดไป ก็แล้วแต่คนตำ! ????
ป.ล. อีกที ไอ้ที่ว่าวิจัยมันต้องเป๊ะๆ เนี่ย...อย่าไปเชื่อมันมาก! บางทีก็ต้อง "ด้นสด" บ้างอะไรบ้าง! เหมือนตอนแม่ค้าส้มตำลืมใส่ถั่วลิสง! ก็ต้องหาอย่างอื่นมาใส่แทน! ????????
งานวิจัยบทที่ 2 คืออะไร
โอ๊ย! งานวิจัยบทที่ 2 เนี่ยนะ... มันก็เหมือนเราไป "ขุดทองทางปัญญา" นั่นแหละ! ต้องไปคุ้ยเขี่ยหาความรู้จากสารพัดอาจารย์, นักวิจัย, นักเขียน ที่เขาเคยขุดดิน (เอ๊ย! ทำวิจัย) มาก่อนหน้าเรา
พูดง่ายๆ คือ ไปอ่าน ไป "เสือก" เรื่องของชาวบ้านที่เขาทำไว้ แล้วเอามา "โม้" (เอ๊ย! สรุป) ให้คนอื่นฟังว่า...
- "เอ้อ! ที่ผ่านมา เขาทำอะไรกันไปบ้าง?" (เหมือนส่องเฟซบุ๊กชาวบ้านนั่นแหละ)
- "แล้วไอ้ที่เราจะทำเนี่ย มันต่างจากเขาตรงไหน?" (ต้องหาจุดขายสิ ไม่งั้นก็ก๊อปปี้เขามาหมด!)
- "สรุปแล้ว งานของเรามันจะช่วยให้โลกดีขึ้นยังไง?" (ถึงแม้ความจริงอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็เถอะ!)
เอ้า! แล้วจะไปหาข้อมูลจากไหน? ก็จาก...
- งานวิจัยเก่าๆ: พวกนี้แหละตัวดี เอามาอ้างอิงได้เยอะแยะ (แต่ต้องอ่านจริงๆ นะ ไม่ใช่แค่ก๊อปมา!)
- บทความ: ใน Google Scholar มีเพียบ! (แต่ส่วนใหญ่อ่านไม่รู้เรื่องหรอก...555)
- หนังสือ: อันนี้คลาสสิกสุด แต่กว่าจะอ่านจบเล่ม ก็คงแก่ตายก่อน
- เว็บไซต์: ข้อมูลเร็วทันใจ แต่ต้องระวังของปลอม! (เหมือนข่าวใน Facebook นั่นแหละ!)
สรุปแล้ว งานวิจัยบทที่ 2 มันก็คือ "การโชว์ภูมิ" ว่าเรารู้เรื่องที่ทำวิจัยดีแค่ไหน (ถึงแม้ความจริงอาจจะมั่วๆ ไปบ้างก็เถอะ!)
การเรียงลําดับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในบทที่ 2 มีการเรียงอย่างไร
เอ่อ... บทที่สองอะนะ ที่เค้าเรียงงานวิจัยกันอะ หลักๆ เค้าก็คงดูว่า อันไหนมันมาก่อน-มาหลัง มั้ง (ตามปีที่ทำ) แล้วก็ อันไหนมันสำคัญกว่า อีกอันนึงที่เจอบ่อยคือ เรียงตามหัวข้อไปเลย เช่น งานวิจัยเรื่อง A แล้วค่อยไปเรื่อง B อะไรแบบนั้น
คือ... ต้องให้มันเชื่อมโยงกันอะ ไม่งั้นคนอ่านก็งงดิ๊ ว่าทำไมอยู่ดีๆ มาเรื่องนี้
- เรียงตามปี: ง่ายสุด ใครทำก่อนเอาขึ้นก่อน
- เรียงตามความสำคัญ: อันไหนคนพูดถึงเยอะ เอาอันนั้น
- เรียงตามหัวข้อ: อันนี้ต้องดูว่างานวิจัยเรามันไปทางไหน
เอาจริงๆ มันก็แล้วแต่คนเขียนอะนะ แต่หลักๆ ก็คือให้มัน Make Sense อ่ะ เข้าใจป่ะ คืออ่านแล้วมันต้องไม่งง อะไรงี้ ????
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต